“ถ้าคุณจะเก็บมันไว้เพียงเพื่อรอวันให้มันเน่าเปียไปตามกาลเวลา สู้เอาไฟเผาทิ้งต่อหน้าฉันตอนนี้เลยไม่ดีกว่าหรือคะ กวิน?”
รินวางสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้ที่สั่นไหว เสียง ‘ปึก’ ของสันปกที่กระทบเนื้อไม้ดังก้องในห้องสี่เหลี่ยมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นฝนและไอดิน เธอไม่ได้จ้องมองหน้าเขา แต่สายตาของเธอจับจ้องไปที่รอยคราบกาแฟบนโต๊ะ ราวกับมันคือกุญแจไขความลับที่กวินพยายามจะฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารของบริษัทมาตลอดสามปี
กวินชะงักมือที่กำลังสั่นน้อยๆ เขารู้สึกเหมือนอากาศในห้องนี้บางเบาจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันที่เกิดขึ้นไม่ได้สงบสุข แต่มันเหมือนระเบิดเวลาที่รอจังหวะนับถอยหลัง
“ฉันไม่ได้อยากเก็บไว้เพื่อรอวันเน่าเปื่อย ริน...” กวินเอ่ยเสียงแหบพร่า เขาเลื่อนมือไปแตะสันสมุดเล่มนั้นอย่างถนัดถนี่ราวกับกลัวว่ามันจะสลายไป “แต่ฉันแค่ไม่แน่ใจว่า เมื่อเปิดอ่านหน้าสุดท้ายแล้ว... คนที่ฉันเคยเป็นในนั้น จะยังเหลือพื้นที่ให้คนที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ได้หายใจหรือเปล่า”
รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้มีความอ่อนโยนที่มักจะมีให้เห็นอยู่เสมอ แต่กลับมีความเยียบเย็นที่อ่านไม่ออก เธอเอนหลังพิงเก้าอี้พลางกอดอก “คุณกำลังหลอกตัวเองนะคะ กวิน คุณไม่ได้กลัวว่าเขาจะหายไป แต่คุณกลัวว่าถ้าได้เห็นสิ่งที่ตัวเองเคยฝัน... คุณจะยอมรับไม่ได้ว่าตอนนี้คุณกลายเป็นคนขี้ขลาดที่แม้แต่จะฝันยังไม่กล้า”
คำพูดของรินเหมือนมีดโกนที่กรีดลึกลงไปบนแผลเก่าที่กวินแสร้งทำเป็นลืม เขาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ พลางหลุบตาลงมองเงาสะท้อนของตัวเองบนพื้นโต๊ะที่ขุ่นมัว “คุณพูดง่ายนี่ริน เพราะคุณไม่เคยต้องเลือกระหว่างการ ‘มีชีวิตอยู่’ กับการ ‘มีชีวิตให้มีความหมาย’ คุณแค่มีบันทึกเล่มนี้ไว้เป็นเครื่องเตือนใจ แต่ฉัน... ฉันมีมันไว้เพื่อตอกย้ำว่าฉันล้มเหลว”
“ล้มเหลว?” รินลุกขึ้นยืนกะทันหัน จนเก้าอี้ไม้ครูดกับพื้นเสียงแสบแก้วหู เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้จนกวินได้กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและฝนที่เกาะอยู่บนเส้นผมของเธอ “ความล้มเหลวที่แท้จริงไม่ใช่การไปไม่ถึงฝั่งฝันหรอกค่ะกวิน แต่มันคือการที่คุณยอมแพ้ตั้งแต่วันที่คุณเลิกจดบันทึกเรื่องราวของตัวเอง และปล่อยให้คนอื่นมาขีดเขียนชีวิตให้คุณจนกลายเป็นแค่หุ่นยนต์ในออฟฟิศที่รอวันเกษียณ”
กวินเม้มปากแน่น เขาเห็นมือของรินขยับไปหยิบปากกาหมึกซึมเล่มเดิมที่วางทิ้งไว้ข้างสมุด เธอไม่ได้ตั้งใจจะเขียน แต่เธอจงใจวางมันลงในตำแหน่งที่เขาเคยใช้วางเมื่อหลายปีก่อน
“เหตุผลที่ฉันเอาสมุดเล่มนี้มาคืนคุณวันนี้...” รินเริ่มพูดช้าๆ น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงจนดูเคร่งขรึม “ไม่ใช่เพราะฉันเบื่อที่จะเป็นผู้รักษาความลับของคุณ แต่มันถึงเวลาที่ ‘เจ้าของเดิม’ ต้องตัดสินใจเสียที”
“ตัดสินใจเรื่องอะไร?” กวินเงยหน้าสบตาเธอ แววตาของเขาสั่นไหว
“เรื่องที่ว่า... คุณจะอ่านมันเพื่อเริ่มใหม่ หรือจะเผาทิ้งเพื่อจบชีวิตที่ไร้ตัวตนนี้ลงที่นี่” รินเว้นจังหวะ “เพราะคนที่โทรศัพท์หาคุณเมื่อเช้า... คนที่เขาบอกว่าคุณไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมได้อีกน่ะ เขามาถึงที่ล็อบบี้ตึกคุณแล้วค่ะ”
กวินชะงักไปครู่ใหญ่ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เขาจำน้ำเสียงนั้นได้แม่นยำ น้ำเสียงที่เคยสัญญาว่าจะร่วมทางไปกับเขาจนสุดขอบฟ้า แต่กลับจากไปในวันที่พายุพัดผ่านรุนแรงที่สุดในชีวิต
เขามองไปยังประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท แสงไฟจากโถงทางเดินลอดผ่านช่องว่างใต้ประตูเข้ามาเป็นเส้นยาวราวกับแสงนำทางที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปหา รินเดินไปที่หน้าต่างแล้วเปิดม่านออก ลมเย็นปะทะใบหน้าของเธอ แต่สิ่งที่กวินเห็นไม่ใช่ทิวทัศน์ของเมืองใหญ่ยามค่ำคืน แต่เป็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง
“เขาบอกว่าเขาไม่ได้มาเพื่อฟังคำขอโทษ” รินกล่าวโดยไม่หันมามอง “แต่เขามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของคุณ... บันทึกเล่มนี้ และตัวตนที่หายไปของคุณกวิน”
กวินค่อยๆ เอื้อมมือหยิบสมุดสีน้ำตาลเล่มนั้นขึ้นมา ผิวสัมผัสของปกที่คุ้นเคยดูเหมือนจะอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เขาตัดสินใจเดินไปยังประตู มือสั่นเทาขณะหมุนลูกบิด... ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหาห้องนี้อย่างมั่นคงก็หยุดลงที่หน้าประตูพอดี
ร่างนั้นไม่ได้เคาะประตู แต่กลับพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของกวินเย็นเฉียบ
“กวิน... ถึงเวลาเปิดหน้าสุดท้ายของความลับที่เราทำหายไปในวันที่ฝนตกนั่นหรือยังคะ?”
สมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้ยังคงรอคอยบทสรุปที่รี้ดเดอร์ทุกท่านร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงวินาทีที่หัวใจสั่นไหวเช่นนี้ค่ะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 34
บทที่ 34
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!