"คุณกำลังจะบอกว่า... ทั้งหมดที่รินเขียนมา คือการสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกล่อให้ฉันเดินตามหมากบนกระดานที่รินวางไว้แต่แรกงั้นเหรอคะ?"
กวินวางปากกาสีน้ำเงินลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบกันของมันดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันในห้องสมุดร้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษสาและฝุ่นละออง เขามองสตรีตรงหน้าที่นิ่งสนิทราวกับรูปปั้น รินไม่ได้หลบสายตา เธอเพียงแค่นั่งไขว่ห้าง มือหนึ่งถือแก้วน้ำที่เย็นชืดมานาน แววตาของเธอไม่มีความลังเลเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและคมบาดใจ "กวินคะ... คนเรามักจะกลัวความจริงที่ตัวเองเป็นคนค้นพบมากกว่าความโกหกที่ถูกป้อนให้จนอิ่มใช่ไหมคะ? ฉันไม่ได้หลอกคุณ ฉันแค่ให้เครื่องมือที่คุณทำหายไปคืนกลับมา ส่วนคุณจะเลือกใช้มันเจาะจงที่หัวใจใคร หรือใช้มันทำลายความฝันที่พังทลายของตัวเอง นั่นมันเป็นหน้าที่ของคุณ ไม่ใช่ของฉัน"
กวินรู้สึกเหมือนลมหายใจติดขัด เขาหยิบสมุดบันทึกสีน้ำตาลขึ้นมา พลิกดูหน้ากระดาษที่เขาเพิ่งค้นพบเมื่อคืน ข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือตวัดเฉียงในหน้าสุดท้ายไม่ได้พูดถึงสถานที่นัดพบ แต่มันพูดถึง 'ความลับของวันพุธ' วันที่เขาตัดสินใจทิ้งพู่กันและขาตั้งวาดรูปไปตลอดกาลเพื่อแลกกับตำแหน่งพนักงานออฟฟิศที่มั่นคง
"ที่รินบอกว่าคุณเป็นเจ้าของบันทึกเล่มนี้... ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่บันทึกของรินใช่ไหม" กวินเค้นเสียงถาม มือที่จับขอบสมุดสั่นเทาเล็กน้อย "มันคือของฉัน... เป็นบันทึกที่ฉันเคยเขียนไว้ตอนอายุสิบแปด แล้วฉัน... ฉันลืมมันไปได้อย่างไร?"
รินวางแก้วน้ำลง แรงกระแทกเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนอยู่ในความรู้สึกของกวิน เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิที่ติดตัวเธอมานานแสนนานทำให้นึกถึงวันที่ฝนตกในความทรงจำที่เลือนหาย "คนเรามักลืมสิ่งที่ตัวเองไม่อยากจำเพื่อให้มีชีวิตรอดได้ในโลกที่ไร้ความฝันไงคะ กวิน... คุณไม่ได้ลืมหรอก คุณแค่ 'เลือก' ที่จะปิดตายมันไว้ในกล่องเหล็กที่ชื่อว่าความรับผิดชอบ"
กวินนิ่งไป เขาสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง เขาเคยมั่นใจมาตลอดว่ารินคือแสงสว่างที่นำทางเขา แต่ตอนนี้สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นเงาสะท้อนที่บิดเบี้ยว รินไม่ใช่คู่คิดที่แสนดี แต่เธอคือ 'ความเป็นจริง' ที่เขากลัวที่สุด
"แล้วถ้าฉันเลือกที่จะเผามันล่ะ?" กวินถามพร้อมกับเลื่อนมือไปที่ไฟแช็กบนโต๊ะ
รินขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเมตตาอยู่เลยแม้แต่น้อย "ถ้าคุณทำแบบนั้น สิ่งที่จะมอดไหม้ไม่ใช่แค่กระดาษพวกนี้หรอกค่ะ แต่มันคือทุกอย่างที่คุณพยายามสร้างมาในห้าปีนี้... รวมถึงชีวิตของฉันด้วย"
กวินชะงัก สายตาเขาสบเข้ากับดวงตาของรินที่เริ่มเปลี่ยนสีไปตามแสงไฟที่วูบไหวในห้อง เขาสังเกตเห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ บนข้อมือของเธอ ซึ่งเป็นรอยแผลที่เขามั่นใจว่าเขาเคยเห็นมันมาก่อน... ในรูปวาดฝีมือตัวเองที่เขาเคยทำลายทิ้งไปเมื่อหลายปีก่อน
"รอยแผลนั่น..." กวินพึมพำ ใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ "มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุใช่ไหม ริน?"
รินไม่ตอบ เธอเพียงแค่ยืนขึ้นช้าๆ แล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังเขา กวินสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ เธอโน้มตัวลงมาข้างหูเขา ลมหายใจที่แผ่วเบาทำให้เขาสะดุ้งสุดตัว "ตอนที่คุณวาดรูปนี้เมื่อสิบปีก่อน คุณยังไม่ได้ตั้งชื่อภาพเลยนะคะกวิน... คุณอยากรู้ไหมว่าถ้าคืนนี้เราเปิดสมุดหน้าสุดท้ายนี้อ่านด้วยกัน ใครกันแน่ที่จะเป็นคนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของเราสองคน?"
จู่ๆ ไฟในห้องสมุดก็ดับวูบลงเหลือเพียงแสงจากไฟแช็กในมือของกวินที่เหลือเพียงริบหรี่ ในจังหวะที่เขากำลังจะหันกลับไปหาเธอ ความเย็นของโลหะแข็งๆ บางอย่างก็แตะเข้าที่ท้ายทอยของเขาอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดดังมาจากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงของริน... แต่เป็นเสียงของตัวเขาเองที่พูดผ่านลำโพงของมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ
"ยินดีต้อนรับกลับสู่ห้องทำงานเดิมของคุณ กวิน... คุณถูกจ้างให้อยู่ที่นี่มาตลอดสามปีแล้วนะ ไม่ใช่ห้าปีอย่างที่เข้าใจ"
สมุดบันทึกสีน้ำตาลร่วงหลุดจากมือเขาลงพื้นในทันทีที่ข้อความบนหน้ากระดาษสุดท้ายปรากฏเป็นตัวอักษรสีแดงสดขึ้นมาเองว่า 'ได้เวลาตื่นเสียที' ก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกินทุกอย่างไปจนสิ้น
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและอดทนรอคอยคำตอบของปริศนานี้ไปพร้อมกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 33
บทที่ 33
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!