“คุณกำลังพยายามจะหนี หรือแค่กำลังจะลบตัวตนของตัวเองทิ้งไปจากสมุดเล่มนี้กันแน่คะ กวิน?”
รินวางปากกาในมือลงบนโต๊ะไม้เก่าที่สั่นไหวตามแรงกด เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ กวินชะงักมือที่กำลังจะคว้าบันทึกเล่มสีน้ำตาลตรงหน้ากลับไปกอดไว้ เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่ปลายนิ้ว ความเงียบในห้องทำงานของร้านหนังสือมือสองแห่งนี้หนาแน่นเสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง
กวินไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า รินไม่ใช่คนที่จะมานั่งถามคำถามแบบนี้หากเธอไม่เห็นอะไรบางอย่าง—บางอย่างที่เขาสุดจะพยายามฝังกลบไว้ใต้บรรทัดที่ขีดเขียนมาตลอดหลายเดือน
“ผมไม่ได้หนี” กวินเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามคุมน้ำเสียงให้เรียบเฉยที่สุด “ผมแค่... ผมแค่คิดว่าบางเรื่องถ้าไม่ได้ถูกบันทึกไว้ มันก็อาจจะดีต่อความรู้สึกของคนอ่านมากกว่า”
“คนอ่านเหรอคะ?” รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “หรือว่าคุณแค่กลัวความจริงที่ปรากฏในหน้ากระดาษ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณไม่ได้ทำตามความฝัน เพราะคุณ ‘ไม่กล้า’ หรือเพราะคุณ ‘กลัวว่าถ้าพยายามแล้วมันจะพัง’ กันแน่”
ประโยคนั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงลงบนแผลเดิมที่ยังไม่หายดี กวินกำสันสมุดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความทรงจำถึงภาพร่างภาพวาดที่ถูกฉีกทิ้งในห้องนอนแคบๆ เมื่อสิบปีก่อนย้อนกลับมาฉายซ้ำ มันไม่ใช่ความล้มเหลวที่โชคชะตาลิขิต แต่มันคือความขี้ขลาดของเขาเองที่กักขังตัวเองไว้ในกรงของคำว่า ‘พนักงานออฟฟิศผู้ไร้สีสัน’
“ผมไม่ได้ขี้ขลาด” เขาเถียงเบาๆ แต่น้ำหนักของคำพูดกลับเบาหวิวเหมือนขนนก
“งั้นลองอ่านหน้านี้ดูสิคะ” รินดันสมุดเล่มนั้นกลับมาตรงหน้าเขา “หน้าที่คุณตั้งใจจะฉีกทิ้งก่อนที่ฉันจะเดินเข้ามา”
กวินมองลงไปที่หน้ากระดาษที่เขาพยายามจะข้ามผ่าน มันคือบันทึกเมื่อวานนี้ วันที่เขาตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มั่นคงเพื่อไปตามหาความฝันที่เหลือเศษซากอยู่เพียงน้อยนิด ทว่าในบันทึกนั้น เขากลับเขียนเหตุผลที่ดูดีสวยหรูเพื่อหลอกตัวเองว่าการจากมาครั้งนี้คือการก้าวไปข้างหน้า ทั้งที่ความจริงแล้ว เขากำลังวิ่งหนีจากความว่างเปล่าที่ไม่มีใครเห็น
เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลรินออกมาจากดวงตา รินไม่ได้ต้องการจะทำร้ายเขา แต่เธอต้องการจะให้เขาเผชิญหน้ากับ ‘ปีศาจ’ ตัวเดิมที่เขากลัวที่สุด ความล้มเหลวไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับกวิน แต่การยอมรับว่าเขาอาจจะไม่ได้เก่งกาจอย่างที่เคยเพ้อฝันต่างหากคือสิ่งที่เขากลัวจนตัวสั่น
“ฉันเจอสมุดเล่มนี้ในวันที่ชีวิตฉันพังไม่เป็นท่า กวิน” รินพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่างบานเก่าที่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง “ฉันเคยคิดว่าฉันคือผู้เขียนโชคชะตาของตัวเอง จนกระทั่งฉันพบว่า ทุกคำที่ฉันเขียน มันคือการโกหกตัวเองเพื่อให้มีชีวิตรอดไปได้อีกวัน”
“แล้วทำไมถึงยังเขียนต่อคะ?” กวินถามสวนขึ้นมา ทันใดนั้นเขาก็รู้ตัวว่าเขาเผลอใช้น้ำเสียงแบบเดียวกับที่เธอมักจะใช้ถามเขาเสมอ
รินหันกลับมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากนั้นทำให้กวินรู้สึกวูบโหวงในอก “เพราะถ้าฉันหยุดเขียน ฉันก็ไม่ต่างอะไรกับเศษฝุ่นที่ถูกลมพัดไปมา การที่ได้อ่านบันทึกของคุณ มันทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ได้โดดเดี่ยวในความขลาดกลัวนั้น... แต่กวินคะ สิ่งที่น่ากลัวกว่าการที่คนอื่นรู้ความลับของเรา คือการที่เราต้องมานั่งอ่านความลับเหล่านั้นร่วมกับใครสักคนที่รู้ทันเราทุกอย่าง”
กวินกลืนน้ำลายลงคอ ความสัมพันธ์ของเขากับรินข้ามผ่านเส้นแบ่งของคนแปลกหน้าที่มารู้จักกันไปไกลเกินกว่าที่เขาจะนิยามได้ เธอเป็นเหมือนเงาสะท้อนที่ต้อนเขาให้จนมุม และในขณะเดียวกัน เธอก็เป็นเข็มทิศเพียงหนึ่งเดียวในความมืดมิดที่เขาเผชิญ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้น ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งในเสื้อโค้ทสีเข้มยืนตากฝนอยู่หน้าประตูกระจกบานเก่า เขาคนนั้นไม่ได้มองเข้ามาที่ร้าน แต่เขากำลังมองที่ ‘สมุดบันทึกสีน้ำตาล’ ในมือของกวินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและอาฆาตในเวลาเดียวกัน
รินลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่กวินไม่เคยเห็นมาก่อน “เขามาที่นี่ได้ยังไง... กวิน ล็อคประตูเดี๋ยวนี้!”
ชายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่กวินคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ใบหน้าที่อยู่ในรูปถ่ายใบเดียวที่กวินเก็บไว้ในหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกเล่มนี้ ใบหน้าของคนตายที่เขาคิดว่าจากไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
สมุดบันทึกสีน้ำตาลในมือของกวินสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับมันรับรู้ถึงการปรากฏตัวของเจ้าของที่แท้จริงที่กำลังก้าวเข้ามาในร้าน เพื่อทวงคืนทุกสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในหน้ากระดาษเหล่านั้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดน้ำฝนและถ้อยคำในสมุดเล่มนี้ไปพร้อมกับกวินนะคะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 22
บทที่ 22
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!