บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 27

บทที่ 27

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“ถ้าคุณยังคิดจะเก็บเศษซากของความทรงจำพวกนี้ไว้ในกล่องไม้ที่ผุพังใบนั้น ก็อย่าหวังเลยว่าชีวิตที่เหลือของคุณจะก้าวไปไหนได้ไกลกว่ารอยร้าวบนผนังห้องเช่านี่เลย กวิน” น้ำเสียงของรินราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดจากริมฝีปากของเธอราวกับเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงบนแผ่นหลังของกวินจนเขาสะดุ้งสุดตัว มือของเขากำแน่นอยู่กับปกสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มเก่าที่เพิ่งดึงออกมาจากลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงาน กลิ่นอับของกระดาษเก่าลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นของความล้มเหลวที่เขากัดกินมาตลอดสิบปี กวินไม่หันไปมองริน เขารู้ดีว่ายามนี้ดวงตาคู่นั้นคงจ้องมองเขาด้วยความสมเพชปนเหนื่อยหน่าย เธอไม่ได้ยืนอยู่ตรงข้ามเขาเพื่อปลอบประโลม แต่เธอกำลังทำหน้าที่เป็นกระจกเงาที่โหดร้ายที่สุด กระจกที่สะท้อนให้เห็นว่าความกลัวของเขามันใหญ่โตจนบดบังทุกโอกาสในชีวิต “มันไม่ใช่แค่เศษซากนะริน...” กวินเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเขาขัดห้วง “มันคือหลักฐานเดียวที่บอกว่าครั้งหนึ่ง ฉันเคยกล้าที่จะเป็นใครสักคนที่ไม่ใช่แค่มนุษย์เงินเดือนที่รอให้เวลาผ่านไปวันๆ” “หลักฐาน?” รินหัวเราะแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนาน “หลักฐานของการยอมแพ้ต่างหากกวิน คุณกำลังทะนุถนอมบาดแผลเหมือนมันเป็นถ้วยรางวัล” เธอก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเธอกลบกลิ่นอับในห้องไปเสียสิ้น รินหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นออกจากมือเขาอย่างถือวิสาสะ กวินเผลอคว้าข้อมือเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงปะทะระหว่างมือของเขากับผิวเนื้อที่อบอุ่นของเธอทำให้เกิดความเงียบงันที่บีบคั้นดั่งสายฝนที่กำลังจะพายุใหญ่ ความทรงจำย้อนกลับไปในวันที่เขาล้มเลิกความฝันเรื่องการเป็นนักดนตรี ภาพเปียโนหลังเก่าที่ถูกคลุมผ้าใบในห้องเก็บของของพ่อ พ่อที่บอกว่า ‘ดนตรีเลี้ยงชีพไม่ได้’ และความกลัวที่เกาะกินใจจนเขายอมหันหลังให้มันอย่างถาวร ทุกอย่างดูชัดเจนขึ้นมาในห้วงความคิดจนเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก “ปล่อยสิคะ” รินกระซิบ ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่สั่นไหวของกวิน “หรือถ้าคุณอยากจะจมดิ่งอยู่กับมันนัก ก็ปล่อยให้มันกลืนกินคุณไปเลยดีไหม? ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแรงดึงคุณขึ้นมาจากหลุมที่ขุดเองกับมือแบบนี้” กวินปล่อยข้อมือเธอราวกับถูกไฟลวก เขาถอยหลังไปพิงชั้นวางหนังสือ สายตาเหลือบไปเห็นบันทึกอีกเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะ เล่มที่เขาพบในร้านกาแฟวันนั้น เล่มที่เต็มไปด้วยลายมือของริน... หรือเขาคิดไปเอง? ตั้งแต่เขาอ่านมัน ชีวิตของเขาก็ไม่เหมือนเดิม ราวกับรินกำลังชี้นำเขาผ่านตัวอักษรเหล่านั้น หรือบางที... เธออาจจะกำลังเขียนอนาคตของเขาลงในบันทึกเล่มนั้นอยู่ตลอดเวลา “คุณรู้เรื่องร้านนั่นตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?” กวินถามเสียงสั่น “เรื่องที่ฉันจะเข้าไปที่นั่น เรื่องที่ฉันจะเจอบันทึกเล่มนี้... คุณจงใจทิ้งมันไว้เพื่อล่อให้ฉันติดกับ” รินนิ่งไปชั่วครู่ มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก เธอเดินไปหยิบแก้วน้ำที่ตั้งวางระเกะระกะบนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่น “โลกนี้ไม่มีความบังเอิญหรอกค่ะกวิน มีแต่การตัดสินใจที่ซ้อนทับกันไปมา คุณเลือกที่จะเปิดหน้าต่างบานนั้นเอง คุณเลือกที่จะอ่านมันเอง และคุณก็เลือกที่จะเดินกลับมาหาฉันในวันที่ฝนตกหนักขนาดนั้นเอง อย่าโทษโชคชะตาในเมื่อคนถือปากกาคือตัวคุณเอง” เธอวางสมุดบันทึกลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเสียงดัง ‘ปึก’ มันเป็นเสียงที่ดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง กวินมองหน้าเธอ รินในวันนี้ดูต่างออกไป ดูลึกลับและเปราะบางในคราเดียวกัน เธอดูเหมือนคนที่กำลังรอคอยให้เขาเดินข้ามเส้นแบ่งบางอย่างไป แต่เส้นแบ่งนั้นคืออะไร เขายังไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ “ฉันจะไปจากที่นี่” กวินตัดสินใจพูดออกมา มันเป็นคำพูดที่เขาไม่เคยคิดว่าจะกล้าพูด แม้กระทั่งกับตัวเอง “ฉันจะไม่รอให้ใครมาเขียนบทให้ชีวิตฉันอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคุณ หรือจะเป็นอดีตที่คอยหลอกหลอนฉันอยู่ในสมุดพวกนี้” รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่น่าสะพรึงกลัว เธอเดินมาหยุดตรงหน้าเขา ใกล้เสียจนเขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ “งั้นลองดูสิคะ ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณเป็นคนถือปากกาจริง ลองเขียนหน้าถัดไปให้ฉันดูหน่อย” เธอยื่นสมุดบันทึกเล่มนั้นกลับมาให้เขา กวินรับมันมา มือเขาสั่นอย่างคุมไม่อยู่ เขาเปิดไปหน้าสุดท้าย หน้าที่ควรจะเป็นกระดาษเปล่าสำหรับการเริ่มต้นใหม่ แต่ทว่า... หน้ากระดาษนั้นกลับไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เขาคิด รอยหมึกสีน้ำเงินเข้มปรากฏชัดอยู่บนนั้น ลายมือที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด มันเป็นลายมือของเขาเอง ทั้งที่เขามั่นใจว่าไม่เคยเขียนอะไรลงไปเลยในคืนก่อนหน้านี้ ข้อความในนั้นเขียนไว้ว่า: ‘ในนาทีที่เขากล้าจะเดินจากไป เขาเพิ่งรู้ตัวว่าประตูทุกบานในห้องนี้ถูกล็อคจากด้านนอก และคนที่ถือกุญแจอยู่... ก็คือตัวเขาเองที่กำลังยืนยิ้มอยู่หน้าประตูจากอีกฝั่งหนึ่ง’ กวินรีบเงยหน้าขึ้นมองริน แต่ตรงที่เธอยืนอยู่กลับว่างเปล่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอก ไม่ใช่เสียงเคาะของใครคนอื่น แต่เป็นเสียงเคาะที่เขาจำได้ดีว่ามันคือจังหวะเดียวกันกับที่เขาเคยใช้เคาะประตูบ้านสมัยเด็ก... ประตูที่เขาไม่เคยกล้าเปิดออกไปในวันที่พ่อเรียกหา กวินก้าวถอยหลังจนล้มลงกับพื้น ในขณะที่ลูกบิดประตูห้องของเขาค่อยๆ หมุนเองช้าๆ แม้จะล็อคอยู่ก็ตาม ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและหยดน้ำฝนในบทที่เข้มข้นนี้นะคะ โดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%