"คุณไม่ได้ทำบันทึกเล่มนี้หายหรอกริน... คุณจงใจทิ้งมันไว้ให้ฉันต่างหาก"
กวินกดเสียงต่ำ ความเงียบภายในห้องสมุดเก่าแก่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษสาและฝุ่นจางๆ กลายเป็นพื้นที่พิพากษา รินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้หลบสายตา เธอเพียงแค่ขยับแว่นสายตาช้าๆ ก่อนจะวางปากกาหมึกซึมในมือลงบนโต๊ะไม้ที่ผ่านการใช้งานมานานหลายทศวรรษ
"ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ?" รินถามกลับ น้ำเสียงของเธอเรียบเฉย ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับมีความไหววูบราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด
กวินหยิบสมุดปกสีน้ำตาลเล่มที่คุ้นเคยขึ้นมา เขาไม่ได้เปิดอ่านเนื้อหาข้างใน แต่ลูบไล้ไปตามรอยถลอกบนปก "ในหน้าที่ยี่สิบสี่... คุณเขียนถึง 'เมืองที่ไม่มีวันไปถึง' และในวันที่ฉันพบมันใต้เก้าอี้ตัวที่โรงละครนั่น วันนั้นคุณไม่ได้ลืมของ คุณแค่ไม่อยากแบกความทรงจำที่แตกสลายไปสู่ที่ใหม่ใช่ไหม?"
รินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "บางครั้ง การทิ้งความทรงจำไว้ในที่ที่ปลอดภัย ก็เป็นวิธีเดียวที่คนเราจะก้าวต่อไปได้โดยไม่หันหลังกลับมามองก้อนหินที่ตัวเองเคยสะดุด แต่กวินคะ... คุณเองก็ไม่ได้ต่างจากฉันหรอก คุณถือสมุดเล่มนั้นไว้แน่นราวกับกลัวว่าถ้าเผลอปล่อยมือ ทุกอย่างที่คุณพยายามสร้างขึ้นมาใหม่ในฐานะ 'พนักงานออฟฟิศที่ไร้ตัวตน' จะมลายหายไป"
คำพูดนั้นเสียดแทงเข้ากลางอก กวินรู้สึกเหมือนถูกอ่านใจจนทะลุปรุโปร่ง เขาพยายามจะปฏิเสธ แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกหินถ่วงไว้
"ฉันไม่ได้พยายามจะไร้ตัวตน" เขาโต้กลับ เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ "ฉันแค่กำลังเรียนรู้ที่จะมีชีวิตรอดในโลกที่ไม่มีใครมองเห็นความฝันของฉันต่างหาก"
"งั้นก็เลิกหาข้ออ้างได้แล้วค่ะ" รินโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาของเธอคมกริบแต่ทว่าอบอุ่นอย่างประหลาด "ความกลัวที่คุณแบกไว้ มันหนักกว่าน้ำหนักของบันทึกเล่มนี้หลายเท่า ถ้าคุณไม่ยอมอ่านหน้าสุดท้ายที่ฉันเขียนทิ้งไว้ คุณก็จะติดอยู่ในวงจรของคนขี้แพ้ที่คอยแต่จะโทษโชคชะตาไปตลอดกาล"
กวินชะงัก นิ้วมือของเขาสั่นระริกเมื่อเอื้อมไปเปิดหน้าที่คั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีซีดจาง เขาเฝ้าถามตัวเองมาตลอดหลายสัปดาห์ว่าหน้าสุดท้ายนั้นเขียนว่าอะไร แต่เขากลับหวาดกลัวที่จะรับรู้ความจริงที่ว่า รินอาจจะเขียนถึง 'การจากลา' ที่ไม่มีวันหวนคืน
ขณะที่ปลายนิ้วกำลังจะพลิกหน้ากระดาษ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องสมุด กวินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ร่างของชายวัยกลางคนที่เขาคุ้นเคยดี—ชายคนที่เคยเป็นหัวหน้างานสมัยที่เขาล้มเหลวจากความฝันครั้งแรก—กำลังก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"มาอยู่ที่นี่เองสินะ กวิน" ชายคนนั้นเอ่ยเสียงเย็น "ฉันตามหาเธอมานานพอสมควรแล้ว และดูเหมือนว่าคนที่เธออยู่ด้วยตอนนี้ จะมีสิ่งที่ฉันต้องการอยู่เหมือนกัน"
รินลุกขึ้นยืนทันที มือของเธอกระชับบันทึกอีกเล่มที่ซ่อนอยู่ใต้แขนแน่นขึ้น กวินมองสลับไปมาระหว่างชายคนนั้นกับริน หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองรบ เขาตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และการปรากฏตัวของคนคนนี้คือเครื่องยืนยันว่า อดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอด ได้ไล่ล่าเขาจนทันแล้ว
ชายคนนั้นขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนเหลือระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะหยุดลงและจ้องมองไปที่สมุดในมือของกวิน "ส่งมันมาเถอะกวิน สิ่งที่อยู่ในนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างเธอควรจะครอบครองแต่แรก ความลับในหน้าสุดท้ายนั่น... ถ้ามันหลุดออกไป ชีวิตที่เธอสร้างมาทั้งหมดจะพังทลายลงในพริบตา"
กวินมองไปที่ริน เธอเพียงแค่ยิ้ม—รอยยิ้มที่เศร้าหมองที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา—ก่อนที่เธอจะเอ่ยคำพูดที่เปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล
"อย่าส่งให้เขานะคะกวิน" รินกระซิบเบาๆ แต่หนักแน่น "เพราะถ้าคุณอ่านมันตอนนี้... คุณจะรู้ว่าคนที่เป็นต้นเหตุของความล้มเหลวทั้งหมดในชีวิตคุณ ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย นอกจากคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้... และเขาคือคนที่บงการชีวิตคุณมาตลอดแม้กระทั่งในนาทีนี้"
กวินเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่างเมื่อเขาตระหนักว่า รอยยิ้มของชายตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยามอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับเสียงล็อคประตูด้านหลังที่ดัง 'คลิก' ลงอย่างมั่นคง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและหยดน้ำฝนในบทที่เข้มข้นนี้นะคะ โดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 26
บทที่ 26
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!