"คุณโกหก... ริน"
เสียงของกวินสั่นพร่าขณะจ้องมองสมุดบันทึกหน้าสุดท้ายที่ว่างเปล่า ราวกับมีดโกนที่กรีดลงบนกระดาษเปียกชื้น รินไม่ได้หันมามองเขา เธอเพียงแต่นิ่งเงียบ ร่างบางในชุดกระโปรงสีเทาหม่นยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่างบานเก่าที่ฝนเพิ่งขาดเม็ด กลิ่นดินหลังฝนอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับไม่สดชื่นเลยสักนิด ในทางกลับกัน มันอึดอัดจนกวินแทบหายใจไม่ออก
"ความทรงจำของคุณไม่ได้ถูกลืมไปเพราะกาลเวลา แต่มันถูก 'ขโมย' ไปต่างหาก ใช่ไหมคะ?" กวินก้าวเข้าไปใกล้ แววตาของเขาที่เคยหม่นแสงด้วยความจำยอมกลับมีความกล้าที่น่ากลัวแฝงอยู่ เขาพบเข้าแล้ว... กระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากสันปกสมุดของริน มันไม่ใช่บันทึกของเธอ แต่มันคือภาพสเก็ตช์ภาพวาดเก่าๆ ของเขาที่เขาเคยทำหายไปเมื่อสิบปีก่อน
รินค่อยๆ หันกลับมา แสงสลัวจากห้องพักสะท้อนนัยน์ตาที่ว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่กลับยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้กวินรู้สึกหนาวสันหลัง
"กวินคะ โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่มีความฝันหรอกนะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงด้วยความอ่อนล้าที่ซ่อนไว้ใต้ความใจดี "คุณคิดว่าทำไมคุณถึงพนักงานออฟฟิศที่ใช้ชีวิตไปวันๆ? ทำไมคุณถึงลืมความรู้สึกตอนที่มือสัมผัสพู่กันครั้งแรกได้หมดจดขนาดนั้น? มันไม่ใช่เพราะคุณล้มเหลวหรอกค่ะ แต่มันเป็นเพราะคุณ 'ยอมแลก' มันต่างหาก"
กวินชะงัก ฝ่ามือที่ถือกระดาษสั่นเทา "ผมไม่เคยแลก... ผมไม่เคยตกลงอะไรทั้งนั้น"
"คุณลืมไปแล้วจริงๆ หรือแค่ไม่กล้าจำ?" รินก้าวเข้ามาใกล้เขา กลิ่นหอมจางๆ แบบกระดาษเก่าลอยแตะจมูก "ตอนที่คุณนั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในวันที่ภาพวาดของคุณถูกฉีกทิ้ง คุณอธิษฐานว่าอะไรคะ? คุณบอกว่า 'ขอให้ลืมความเจ็บปวดนี้ไปเถอะ ขอให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีเพียงความสงบก็พอ' และฉัน... ก็แค่คนที่เก็บคำอธิษฐานนั้นมาสานต่อ"
กวินถอยกรูดหลังชนกับชั้นหนังสือเก่า ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายในความมืด เขาเริ่มมองเห็นภาพเลือนรางในอดีต ภาพที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงความฝันร้าย จริงๆ แล้วมันคือความจริงที่เขาขังไว้ในส่วนลึกที่สุดของใจ
"คุณคือใครกันแน่ ริน?" กวินเค้นเสียงถาม "คุณไม่ใช่แค่คนที่บังเอิญเจอสมุดเล่มนี้ในร้านกาแฟ แต่คุณคือ..."
"ฉันคือสิ่งที่เหลืออยู่จากความฝันของคุณค่ะ" รินพูดพลางเอื้อมมือมาแตะที่หน้าอกของเขา สัมผัสของเธอเย็นจัดเหมือนน้ำแข็ง "และเมื่อถึงบทที่ 55 เมื่อบันทึกเล่มนี้เขียนจนจบ สิ่งที่คุณเหลืออยู่เพียงอย่างเดียว... จะไม่ใช่ความทรงจำ แต่จะเป็นเพียงตัวตนของฉันที่จะแทนที่ชีวิตของคุณไปตลอดกาล"
กวินพยายามจะคว้าข้อมือเธอไว้ แต่กลับพบว่ามือของเขาผ่านร่างของเธอไปราวกับหมอกควัน รินเริ่มจางลงทีละน้อย แต่ทว่าเธอกลับหยิบปากกาหมึกซึมด้ามนั้นขึ้นมา แล้วจรดลงบนหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า หน้ากระดาษนั้นไม่ได้ขาวสะอาดอีกต่อไป แต่มันเริ่มปรากฏตัวอักษรสีแดงฉานขึ้นมาทีละตัว... ลายมือของเขาเองที่เขียนบันทึกเหตุการณ์ที่เขากำลังเผชิญอยู่ในวินาทีนี้
*‘วันที่ฝนตก... กวินได้รู้ความจริงว่าเขากำลังจะหายไป และคนที่สวมรอยใช้ชีวิตของเขาแทน คือตัวเขาเองที่เคยทิ้งความฝันไปเมื่อสิบปีก่อน’*
กวินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบระเบิดออกมาจากอกเมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเป็นจังหวะที่คุ้นเคย ทั้งที่ห้องนี้อยู่ชั้นสิบ และไม่มีใครเคยรู้ที่อยู่ของเขามาก่อน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"กวินคะ? อยู่ข้างในหรือเปล่า?" เสียงที่ดังมาจากหลังประตูคือเสียงของ 'ตัวเขาเอง' ที่ดูหนักแน่นและมั่นใจ ต่างจากเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้อย่างสิ้นเชิง และที่แย่ไปกว่านั้น มือของเขากำลังเริ่มกลายเป็นกระดาษที่กรอบบางลงเรื่อยๆ รินยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ดูโศกเศร้าแต่มุ่งมั่น ก่อนที่เธอจะก้าวถอยหลังลงไปในเงามืดของหน้าต่างบานเก่า ทิ้งให้เขาเผชิญหน้ากับเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการบิดลูกบิดประตูที่กำลังจะเปิดออก!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและหยดน้ำฝนในบทที่เข้มข้นนี้นะคะ โดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 25
บทที่ 25
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!