"หยุดวาดเสียที!"
กวินตะโกนออกไปในความว่างเปล่า เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ สะท้อนกลับมาหาตัวเองในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ มือของเขาสั่นระริกขณะจ้องมองผืนผ้าใบตรงหน้า ลายเส้นสีถ่านที่ปรากฏขึ้นนั้น... มันไม่ใช่แค่ภาพหน้าต่าง แต่มันคือเส้นสายที่เขาสั่งสมมาจากการฝึกฝนเมื่อสิบปีก่อน—เส้นที่หนักแน่น เฉียบคม และเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่เขาเคยมี
ภาพวาดบนผืนผ้าใบขยับเขยื้อน ราวกับมีวิญญาณของอดีตตนเองที่ยังหนุ่มแน่นและบ้าคลั่งกำลังตวัดพู่กันลงไปบนนั้น กวินถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ความเย็นที่ซึมลึกผ่านเสื้อเชิ้ตทำงานสีขาวราคาถูกที่เขาสวมใส่อยู่ทุกวัน มันช่างเป็นเครื่องเตือนใจอันแสนโหดร้ายว่าเขาได้กลายเป็นเพียง 'มนุษย์เงินเดือน' ที่ใช้ชีวิตไปวันๆ เพื่อแลกกับเศษเงินปลายเดือนอย่างไร้เกียรติ
เขามองดูมือตัวเอง มือที่เคยเปื้อนสีอะคริลิกและกลิ่นน้ำมันสน บัดนี้มีเพียงรอยด้านจากปากกาลูกลื่นและกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจากออฟฟิศ กวินหลับตาลง ภาพของเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาที่เคยวาดฝันว่าจะเป็นจิตรกรชื่อก้องโลกผุดขึ้นมา มันช่างต่างจากภาพที่เขาสะท้อนในกระจกเงาบานเก่าที่มุมห้องเหลือเกิน เด็กคนนั้นในความทรงจำกำลังยิ้มเยาะเย้ยเขา... เยาะเย้ยความพ่ายแพ้ที่เขาเลือกเองกับมือ
"ทำไมถึงต้องเป็นตอนนี้" เขาพึมพำกับความมืดมิดในใจ "ทำไมต้องส่งภาพพวกนี้กลับมาตอกย้ำในวันที่ฉันยอมแพ้ไปแล้ว"
ความรู้สึกหม่นหมองแล่นพล่านเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาหยิบสมุดบันทึกของรินขึ้นมา บันทึกที่เขายังอ่านไม่จบ หน้ากระดาษที่กรอบและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองตามกาลเวลาดูราวกับจะบอกว่า รินเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ความฝันถูกบดขยี้เช่นกัน แต่เธอกลับเลือกที่จะบันทึกมันไว้ แทนที่จะลบเลือนมันไปเหมือนกับเขา
เสียง 'ครืด' ของถ่านที่ลากผ่านเนื้อผ้าหยุดลงกะทันหัน ผืนผ้าใบหยุดนิ่ง ลายเส้นที่ปรากฏชัดเจนจนน่าตกใจ มันไม่ใช่หน้าต่างธรรมดา แต่มันคือหน้าต่างบานเดิมที่บ้านพักริมทะเลที่เขาเคยไปกับรินในฤดูร้อนครั้งสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง
กวินก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเขาขาดห้วง เมื่อเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาไม่เคยคิดว่าใครจะจำได้... บานหน้าต่างที่แง้มออกเล็กน้อย และในช่องว่างนั้น... มีแววตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขากลับมา
มันไม่ใช่ดวงตาของภาพวาด แต่มันคือดวงตาของมนุษย์จริงๆ ที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและความโหยหา
"ริน?" กวินกระซิบ ชื่อนั้นหลุดจากปากเขาราวกับคนละเมอ
ภาพวาดหน้าต่างค่อยๆ ขยายตัวออกราวกับช่องว่างในมิติเริ่มบิดเบี้ยว กลิ่นไอทะเลที่เขาไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนานโชยเข้าปะทะจมูก กวินยื่นมือที่สั่นเทาออกไปหมายจะแตะต้องรอยรอยด่างพร้อยบนภาพนั้น แต่แทนที่จะสัมผัสถึงเนื้อผ้าใบที่หยาบกระด้าง นิ้วมือของเขากลับจมหายลงไปในความว่างเปล่าที่เย็นเฉียบ
เขาสะดุ้งเฮือก พยายามดึงมือกลับ แต่มีแรงดึงมหาศาลจากอีกฝั่งกำลังฉุดรั้งเขาเข้าไป เสียงกระซิบเบาๆ แผ่วเบาราวกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังขึ้นข้างหู "กวิน... นายลืมไปแล้วหรือยังว่าทำไมเราถึงวาดรูป?"
กวินเบิกตากว้าง หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบด้วยกรงเล็บแห่งความเสียใจ เขามองเห็นตัวเองในวัยสิบแปดปีนั่งอยู่ตรงข้ามกับริน ทั้งคู่มีเพียงสีไม้หนึ่งกล่องกับกระดาษเปล่า ความมืดมิดในห้องปัจจุบันเริ่มเลือนหาย กลายเป็นแสงแดดจ้าของชายหาดในความทรงจำ
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องพักของเขาก็ถูกเคาะดังขึ้น รัวและหนักแน่น
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงเคาะนั้นสั่นประสาทจนเขาสะดุ้งตึง แรงดึงจากภาพวาดหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น กวินเซไปพิงโต๊ะทำงาน กวาดสายตามองรอบห้องอย่างหวาดระแวง แต่ผืนผ้าใบกลับว่างเปล่า... ไม่มีลายเส้น ไม่มีภาพวาด มีเพียงรอยฝุ่นจางๆ ที่จับตัวเป็นรูปร่างของหน้าต่างบานนั้น
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงนั้นแฝงไปด้วยความคุ้นเคยจนเขารู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดจากร่าง
"กวิน... เปิดประตูให้ฉันเถอะ ฉันรู้ว่านายอยู่ในนั้น และฉันมีสิ่งที่นายทำหล่นหายไว้ในอดีตมาคืน"
เสียงของรินดังมาจากหน้าประตู... ทั้งที่ความจริงแล้ว รินควรจะหายไปจากชีวิตของเขาตั้งแต่สิบปีที่แล้ว... หรืออาจจะเสียชีวิตไปแล้วในอุบัติเหตุครั้งนั้น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความทรงจำและรอยแผลเป็นในใจไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ - สมุดบันทึกสีน้ำตาล
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 3
เสียงจากอดีต
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!