"เลิกทำหน้าเหมือนเห็นผีได้แล้วค่ะกวิน สมุดเล่มนั้นมันไม่ได้กัดคุณหรอกนะ"
เสียงใสๆ ของรินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยฝุ่น กวินสะดุ้งสุดตัว มือของเขาที่กำลังกุมสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าสั่นน้อยๆ จนขอบกระดาษครูดไปกับพื้นโต๊ะไม้ เขาไม่ได้หันไปมองรินทันที สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่กับบรรทัดที่สามของหน้าแรก—ลายมือหวัดๆ ที่เขาจำได้ดีว่าเป็นของใคร
"มัน... มันเป็นลายมือของผมเอง" กวินพึมพำ น้ำเสียงแห้งผากราวกับคนขาดน้ำมาหลายปี
รินขยับเข้ามาใกล้ เธอวางถ้วยชาอุ่นๆ ลงข้างสมุดเล่มนั้น ก่อนจะโน้มตัวลงมองร่องรอยหมึกสีน้ำเงินจางๆ บนกระดาษแผ่นนั้น "บรรทัดที่สาม... 'ฉันอยากวาดท้องฟ้าให้ได้สักครั้ง ก่อนที่สีของมันจะหายไปจากโลกนี้' กวินคะ คุณเคยมีความฝันแบบนี้จริงๆ หรือนี่?"
กวินนิ่งไป ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ความทรงจำที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้กองเอกสารรายงานและชีวิตพนักงานออฟฟิศที่จืดชืดกำลังไหลทะลักออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลาย ภาพของสีน้ำมันที่เลอะเทอะเต็มมือ กลิ่นของผืนผ้าใบที่เพิ่งขึงใหม่ๆ และเสียงหัวเราะของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เคยเชื่อว่าศิลปะคือลมหายใจ ทุกอย่างย้อนกลับมาคมชัดจนน่าใจหาย
เขาเลื่อนนิ้วสั่นๆ ไปแตะรอยหมึกนั้น "ผมจำได้... วันนั้นฝนตกหนักมาก ผมนั่งอยู่ในห้องใต้หลังคาของบ้านหลังเก่า พยายามวาดภาพเมฆก้อนหนึ่งที่เห็นจากหน้าต่างบานนั้น บานที่เปิดออกไปแล้วเจอแต่ความว่างเปล่า"
"แล้วทำไมมันถึงมาอยู่ในสมุดของรินได้?" รินถามพลางเอียงคอ ดวงตาของเธอฉายแววตั้งคำถามที่ลึกซึ้ง
กวินสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย "ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับริน ตอนนั้นผมคิดว่าผมทิ้งมันไปแล้ว... ผมทิ้งความฝัน ทิ้งสี ทิ้งพู่กันทั้งหมดไปตั้งแต่วันที่ผมเริ่มรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีที่ว่างให้คนช่างฝันอย่างผม ผมเชื่อมาตลอดว่าการโตเป็นผู้ใหญ่คือการฆ่าสิ่งที่ผมรักทิ้งไปเสีย"
เขาค่อยๆ พลิกกระดาษหน้าถัดไป ลายเส้นร่างหยาบๆ ในหน้าที่สองเผยให้เห็นโครงร่างของทิวทัศน์ที่เขาเคยหลงใหล มันไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่มันคือคำสารภาพของจิตวิญญาณที่ถูกขังไว้ในกรงขังแห่งความคาดหวังของสังคม กวินสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอก จังหวะที่มันไม่ได้เต้นเพื่อรอเวลาเลิกงาน แต่เต้นเพื่อความมีชีวิต
"บางที" รินพูดขึ้นเบาๆ มือของเธอเอื้อมไปแตะไหล่เขา สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับมีความหมายมหาศาล "สิ่งที่อยู่ในสมุดเล่มนี้ อาจไม่ได้รอให้คุณลืมไป แต่มันกำลังรอให้คุณกลับมาหยิบพู่กันขึ้นมาใหม่... เพื่อวาดท้องฟ้าผืนนั้นให้เสร็จ"
"ผมทำไม่ได้หรอกครับริน" กวินส่ายหน้าทันควัน "ผมลืมวิธีผสมสีไปหมดแล้ว ลืมความรู้สึกที่ว่าการจุ่มพู่กันลงบนผ้าใบมันให้ความรู้สึกยังไง... ชีวิตที่ผ่านมามันเปลี่ยนผมไปแล้ว"
"งั้นลองอ่านบรรทัดที่สี่ดูสิคะ" รินชี้นิ้วไปที่ข้อความใต้ภาพร่างนั้น
กวินหรี่ตาอ่านลายมือที่ค่อนข้างลบเลือนด้วยหัวใจที่บีบรัด
*‘ถ้าวันหนึ่งฉันหลงทางไปไกลจนลืมวิธีมองโลก... โปรดจำไว้ว่า หน้าต่างบานนั้นไม่ได้ปิดตาย แต่มันแค่รอให้คนที่กล้าพอจะเปิดมันออกอีกครั้ง’*
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ มันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่เป็นจังหวะที่กวินจำได้แม่นยำตั้งแต่วัยเยาว์—จังหวะการเคาะของคนที่มักจะหอบเอาความลับมาให้เขาเสมอ กวินหันไปมองรินด้วยความตระหนก แต่หญิงสาวเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วขยับถอยไปในเงามืดของมุมห้อง
"มีคนมาเยี่ยมคุณนะคะกวิน" รินกระซิบ "คนที่คุณไม่ได้เจอมานานเท่ากับวันที่คุณตัดสินใจทิ้งสีน้ำมันเหล่านั้นลงถังขยะ"
กวินลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกใจหาย เขาก้าวไปที่ประตูบ้าน ใจหนึ่งเขาก็อยากรู้ว่าใครอยู่หลังนั้น แต่อีกใจกลับหวาดกลัวความจริงที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตอันแสนเรียบง่ายของเขาไปตลอดกาล เขาเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูที่เย็นเฉียบ หมุนมันช้าๆ จนเกิดเสียงเสียดสีที่บาดลึกถึงประสาทสัมผัส
ทว่าเมื่อบานประตูเปิดออก กวินกลับต้องหยุดชะงักลงทันที เมื่อสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนรู้จักอย่างที่เขาคิด แต่เป็นกล่องไม้เก่าๆ กล่องหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้ตรงธรณีประตู ข้างบนกล่องนั้นมีรูปถ่ายใบหนึ่งวางทับอยู่... เป็นรูปถ่ายในวันที่ฝนตก และในรูปนั้น ไม่มีใครอื่นเลย นอกจากตัวเขาเองที่กำลังถือสมุดสีน้ำตาลเล่มนี้ยืนอยู่หน้ากระจก... ทั้งที่ในความทรงจำของเขา วันนั้นเขาอยู่เพียงลำพังในห้องใต้หลังคา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยหมึกและหยดน้ำตานะคะ หวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของคุณสั่นไหวไปพร้อมกับกวินค่ะ ด้วยรักจากสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 2
ภาพจำในบรรทัดที่สาม
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!