บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 4

ร่องรอยของริน

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
“นายยังเก็บมันไว้เหรอ… ไอ้สมุดเล่มนั้นน่ะ” เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนกวินรู้สึกเหมือนเส้นขนทั่วร่างลุกชัน เขาไม่ได้เปิดประตูในทันที มือที่สั่นเทาเกาะอยู่ที่ลูกบิดโลหะเย็นเฉียบ หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก มันไม่ใช่ความกลัวในเชิงกายภาพ แต่มันคือความกลัวที่เกิดจากการที่ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดสิบปี กำลังเคาะเรียกอยู่หน้าห้องเช่าซอมซ่อในคืนที่ฝนตกหนัก กวินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก “ริน? นั่นเธอเหรอ?” ความเงียบเข้าปกคลุมแทนที่คำตอบ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากชายคาที่กระทบพื้นคอนกรีตดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กวินตัดสินใจกระชากประตูออกเต็มแรง—แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงทางเดินว่างเปล่า ไฟนีออนที่กะพริบติดๆ ดับๆ ส่องให้เห็นเพียงแอ่งน้ำเล็กๆ บนพื้นปูน และรอยเท้าเปียกชื้นที่ทอดยาวมาจากบันไดหนีไฟ แต่มันหยุดลงตรงหน้าห้องของเขาพอดี เขารีบก้มลงหยิบสมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน ลายมือในหน้ากระดาษที่เขาเพิ่งอ่านค้างไว้เมื่อครู่ยังคงชัดเจน *‘ถ้าวันหนึ่งฉันหายไป กวิน นายจะยังมองหาฉันในหน้ากระดาษพวกนี้ไหม?’* ริน… ผู้หญิงที่สอนให้เขารู้จักการวาดภาพบนท้องฟ้าด้วยจินตนาการ ผู้หญิงที่บอกว่า ‘ความล้มเหลวคือสีสันอย่างหนึ่งที่โลกมักจะลืมบอกเรา’ แต่รินคนนั้นตายไปแล้วในอุบัติเหตุรถบัสตกเหวเมื่อสิบปีก่อน วันที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะไปร่วมงานศพเพราะความขลาดเขลาที่กลัวความจริงว่าเขาเป็นคนชวนเธอไปทริปนั้น กวินทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง กลิ่นจางๆ ของดอกมะลิที่รินชอบใช้พัดผ่านจมูกไปชั่วขณะ มันเป็นกลิ่นที่เขาไม่ได้กลิ่นมานับทศวรรษ เขาเปิดสมุดหน้าที่สั่นไหว ปลายปากกาหมึกซึมของเขาสั่นจนแทบเขียนไม่ออก เขาเริ่มบันทึกความรู้สึกตัวเองลงไปแทนที่การเขียนถึงโลกภายนอก *‘ริน… ฉันเกลียดการที่เธอยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำ แต่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกตายสนิทในชีวิตจริง นายในตอนนี้ไม่ได้วิเศษอะไรเลยนะ เหมือนพนักงานออฟฟิศที่รอวันลาออกไปตายวันตายพรุ่ง แต่เธอกลับมาหาฉันเพื่ออะไร? เพื่อทวงความฝันที่ฉันทำพัง หรือเพื่อเตือนว่าฉันคือคนที่ปล่อยมือเธอวันนั้น?’* เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง บานหน้าต่างไม้เก่าๆ ที่เขามักจะมองออกไปเห็นเมืองทั้งเมืองในยามค่ำคืน วันนี้มันกลับสะท้อนภาพเงาของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง เธอสวมชุดเดรสสีขาวที่เขาจำได้ดีว่าเป็นชุดที่เธอใส่ในวันสุดท้ายที่เจอกัน เธอยืนหันหลังให้หน้าต่างของเขา กวินอยากตะโกนเรียก แต่ลำคอกลับตีบตัน รินค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเธอไม่ได้โกรธแค้น แต่มันเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่าความโกรธ เธอชี้ไปที่สมุดบันทึกในมือของกวิน แล้วขยับปากโดยไม่มีเสียง แต่เขากลับได้ยินมันก้องอยู่ในหัวอย่างชัดเจน “นายไม่ได้ลืมเรื่องของเราหรอกกวิน นายแค่พยายามหัดเป็นคนขี้ขลาดที่น่าสมเพชที่สุดในโลก” กวินพุ่งไปที่หน้าต่างและเปิดมันออกสุดแรง ลมฝนสาดเข้ามากระทบหน้าจนลืมตาแทบไม่ขึ้น แต่ข้างนอกนั่นว่างเปล่า ไม่มีร่างของหญิงสาว ไม่มีรอยเท้า มีเพียงแสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้ามที่สะท้อนกับหยดน้ำจนพร่ามัว เขาหันกลับมามองโต๊ะทำงานอีกครั้ง สมุดบันทึกที่เขาวางไว้ถูกเปิดค้างไว้ในหน้าใหม่ หน้ากระดาษที่เขาจำได้แม่นว่ามันควรจะเป็นกระดาษเปล่า แต่วันนี้มันกลับถูกเติมเต็มด้วยลายมือที่คุ้นเคย—ลายมือของริน *‘กวิน ดูที่ใต้กระถางต้นไม้หน้าห้อง’* เขารีบวิ่งไปที่หน้าประตูอีกครั้ง หัวใจแทบหลุดออกมานอกอก เขาคว้ากระถางต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาซึ่งวางอยู่หน้าห้องมานานปี พลิกมันขึ้นอย่างลนลาน สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่เศษดิน แต่เป็นกุญแจดอกเก่าที่มีพวงกุญแจเป็นรูปดาวไม้แกะสลัก—ชิ้นงานที่เขาเคยตั้งใจจะให้เธอในวันที่เขาตัดสินใจสารภาพรัก แต่สุดท้ายเขาก็เก็บมันไว้กับตัวเพราะความกลัว กุญแจดอกนี้ไม่ได้เป็นสนิม แต่มันดูใหม่ราวกับเพิ่งถูกขัดเงามาเมื่อวาน กวินมองไปที่ลูกบิดประตูห้องข้างๆ ที่ปิดตายมานานนับปี ห้องที่เจ้าของเดิมย้ายออกไปนานแล้ว แต่กลับมีเสียงล็อกประตูไขดัง ‘กริ๊ก’ ออกมาจากด้านในนั้น ประตูห้องข้างๆ ค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ พร้อมกับแสงไฟสีส้มสลัวที่ลอดออกมา และเงาของใครบางคนที่ยืนรออยู่ตรงนั้น—เงาที่รูปร่างสูงโปร่งและคุ้นตาจนเขาแทบหยุดหายใจ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษไปกับผมนะครับ... สมุดบันทึกสีน้ำตาล
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%