กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความชื้นของฝนตกค้างเมื่อคืนลอยอวลอยู่ในความเงียบงัน กวินไม่ได้ขยับตัว—เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องพักของตัวเอง ขณะที่บานประตูห้องข้างๆ เปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในเสื้อฮู้ดสีเทาซีด เงาสะท้อนจากหลอดไฟนีออนทางเดินสาดทาบลงบนกรอบหน้าคุ้นตา รินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากของเธอบางเฉียบคล้ายจะแย้มยิ้ม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทันที บรรยากาศระหว่างเขาทั้งคู่ถูกคั่นกลางด้วยความอึดอัดที่หนาแน่นเสียยิ่งกว่าฝุ่นละอองในยามวิกาล
"คุณ..." กวินเปล่งเสียงออกมาแหบพร่า คล้ายคนเพิ่งตื่นจากฝันร้ายยาวนาน
"ฉันเดาว่าคุณคงยังไม่ได้นอน" เสียงของรินเรียบเรื่อย ทว่าแฝงร่องรอยความเหนื่อยอ่อนที่ซ่อนไว้ใต้แววตาสีเข้ม เธอถือสมุดปกหนังสีน้ำตาลเล่มคุ้นตาไว้ในมือ แนบมันไว้แนบอกราวกับเป็นสิ่งเดียวในโลกที่เธอรู้สึกปลอดภัยที่จะยึดจับ
ความกลัวที่เคยเกาะกินกวินมาตลอดหลายปี—ความกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริงว่าตัวเองล้มเหลว—มลายหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยแรงกระตุ้นประหลาดที่เขาไม่ได้สัมผัสนับตั้งแต่เด็กชายวัยสิบสองปีคนนั้นเคยวิ่งลุยโคลนเพื่อตามหาดอกไม้ป่าที่กำลังจะบาน เขาควA คว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานมากดลาป่วยกับหัวหน้างานด้วยน้ำเสียงสั้นห้วน ไร้ซึ่งคำอธิบายหรือการแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น มันเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลาในสายตาของโลกทุนนิยม แต่มันเป็นก้าวแรกที่อิสระที่สุดในรอบทศวรรษของกวิน
สองชั่วโมงต่อมา รถไฟสายเก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดพาเขากลับมาสู่เขตชานเมือง ทิวทัศน์นอกหน้าต่างเปลี่ยนจากป่าคอนกรีตสีเทาเป็นทุ่งหญ้ารกเรื้อและโกดังสินค้าขึ้นสนิม กวินก้มมองสมุดบันทึกในมือของตัวเอง หมึกปากกาที่เขาเคยเขียนระบายความอัดอั้นเมื่อยี่สิบปีก่อนเลือนรางลงไปตามกาลเวลา แต่รอยพับและรอยหยดน้ำตาบนกระดาษยังคงจำเรื่องราวได้แม่นยำ เขากำลังเดินย้อนกลับไปหา "บ้านหลังเก่า" ที่ไม่เหลือใคร และ "ความฝัน" ที่เขาฝังกลบมันไว้ด้วยมือของตัวเอง
อากาศริมคลองเน่าเสียส่งกลิ่นตีขึ้นมาเตะจมูกทันทีที่กวินก้าวเท้าลงจากสะพานไม้ผุพัง สถานที่แห่งนี้ไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิมของความทรงจำวัยเด็กอีกแล้ว โรงงานทอผ้าที่เคยพ่นควันสีเทาตลอดวัน บัดนี้กลายเป็นซากปรักหักพังที่มีต้นไทรขึ้นปกคลุม รากไม้หนาเตอะชอนไชผ่านอิฐบล็อกที่แตกหัก ราวกับธรรมชาติกำลังทวงคืนพื้นที่ที่มนุษย์เคยแย่งชิงไป
กวินก้าวเดินช้าๆ ไปตามแนวตลิ่ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น หน้ากระดาษหน้าที่สามสิบเจ็ดในสมุดบันทึกของเขาเคยบันทึกไว้ว่า *“เราฝังกล่องเหล็กสีแดงไว้ใต้ต้นพะยอมริมตลิ่ง ข้างในมีแผนที่นำทางสู่ดวงดาว”* มันเป็นจินตนาการเด็กๆ ของเด็กชายที่เชื่อว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่และสวยงามเกินกว่าจะเป็นแค่ลูกจ้างร้านขายของชำเหมือนพ่อของเขา
แต่เมื่อเขามาถึงบริเวณที่เคยเป็นต้นพะยอมยักษ์ สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือตอไม้แห้งตายที่ถูกตัดโค่นจนเหลือแต่ตอเตี้ยๆ ล้อมรอบด้วยเศษขยะพลาสติก
เข่าของกวินแทบทรุดลงตรงนั้น ความรู้สึกเคว้งคว้างเข้าจู่โจมจนหายใจไม่ออก ความพยายามที่จะลางานเพื่อมาพิสูจน์ตัวตนในวัยเด็กกำลังกลายเป็นเรื่องตลกขบขัน กล่องเหล็กสีแดงนั้นคงผุพังไปตามกาลเวลา หรือไม่ก็ถูกขุดขึ้นมาโยนทิ้งอย่างไร้ค่าไปนานแล้ว เขาหัวเราะให้กับตัวเอง—หัวเราะให้กับความดื้อรั้นที่ไร้สาระที่สุดในชีวิต
"คุณมาช้าไปสิบปีนะ"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากเงาร่มไม้ใหญ่ด้านหลัง กวินสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปมองด้วยความตกตะลึง ร่างสูงโปร่งในชุดฮู้ดสีเทาตัวเดิมก้าวออกมาจากพุ่มไม้รกทึบ มือข้างหนึ่งถือพลั่วสนามขนาดเล็กที่เปื้อนคราบดินโคลน ส่วนมืออีกข้างหนึ่ง... กำลังถือกล่องเหล็กสีแดงสนิมเขรอะที่ฝาปิดสนิท
รินยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเธอสะท้อนภาพของกวินที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้ยิ้ม แต่แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่กวินไม่เคยอ่านออก "ฉันไม่ได้มาตามหาความฝันของคุณหรอกนะกวิน..." รินพูดพร้อมกับโยนกล่องเหล็กเก่าๆ นั้นตกลงบนพื้นหญ้าตรงหน้าฝ่าเท้าของเขา "แต่ฉันมาตามหาเจ้าของสมุดบันทึกที่ลืมวิธีที่จะมีความสุขต่างหากล่ะ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษเก่าๆ นี้ไปด้วยกันครับ — สมุดบันทึกสีน้ำตาล
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 5
ก้าวแรกที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!