บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 6

ร้านกาแฟริมทาง

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เสียงโลหะกระทบพื้นหญ้าดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของกวิน กล่องเหล็กสีสนิมที่บรรจุความทรงจำฝุ่นเขรอะนอนนิ่งอยู่ตรงปลายรองเท้าผ้าใบที่เปื้อนคราบโคลน รินไม่ได้ก้มลงมองมัน เธอเพียงแต่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ดวงตาคู่เดิมที่เคยหัวเราะด้วยกันใต้ชายคาไม้เก่าๆ เมื่อหลายปีก่อน แต่ในวินาทีนี้ มันกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลาที่ผ่านการกัดเซาะ "คุณเก็บรักษามันไว้นานเกินไปแล้วนะ กวิน" เสียงของรินราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับทุกลงบนกลางใจของชายหนุ่มอย่างแม่นยำ กวินกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไป เขาย่อตัวลงช้าๆ ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวโลหะเย็นเฉียบ รอยบุบมุมกล่องยังคงอยู่ที่เดิม—รอยที่เกิดจากการทำตกในคืนที่พวกเขาเถียงกันเรื่องความฝันกับความจริง ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองงานเอกสารและหน้าจอคอมพิวเตอร์นับร้อยนับพันชั่วโมง ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยเจ้าของเดิมอย่างไร้ความปรานี เขาลุกขึ้นยืน ช้ากว่าเดิมเล็กน้อย ราวกับแบกน้ำหนักของปีเดือนที่สูญเสียไปทั้งหมด "เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่..." เสียงของกวินแหบพร่า เกินกว่าจะเรียกว่าเป็นประโยคคำถาม รินไม่ตอบ เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เธอหันหลังให้เขาแล้วเดินนำไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวเลียบกำแพงอิฐมอญสีแดง ซึ่งตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยเถาไอวี่หนาทึบ กวินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสาวเท้าก้าวตามเงาร่างนั้นไปอย่างคนไร้สติสัมปชัญญะ กลิ่นจางๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยมาแตะจมูก ก่อนที่สายตาจะปะทะกับป้ายไม้เก่าๆ ที่แขวนเอียงกระเท่เร่ *“The Old Window Café”* กวินยืนแข็งทื่ออยู่หน้าร้าน กาลเวลาเหมือนจะหยุดเดินไปดื้อๆ ร้านกาแฟขนาดเล็กที่มีกระจกบานใหญ่บานนั้น—บานที่เขาเคยใช้เป็นกรอบมองโลกในวันที่ยังมีความหวัง บานที่เขากับรินเคยช่วยกันเอาสีน้ำมันทาขอบหน้าต่างให้เป็นสีฟ้าคราม—มันยังคงอยู่ที่นี่ ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดราวกับสิ่งแปลกปลอม กระจกบานนั้น บัดนี้มีฝุ่นจับหนาเตอะจนมองไม่เห็นข้างใน แต่สติกเกอร์รูปกาแฟจางๆ ที่มุมขวายังคงหลงเหลืออยู่ "นายคิดว่าฉันหายไปไหนล่ะ ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา" รินผลักประตูไม้เก่าที่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดอันเป็นเอกลักษณ์ ดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอก้าวเข้าไปข้างในราวกับเป็นเจ้าของบ้านที่เพิ่งกลับจากการเดินทางไกล กวินก้าวตามเข้าไป ความรู้สึกแรกที่ปะทะเข้าหน้าคือกลิ่นอับของความทรงจำ กลิ่นไม้เก่าผสมกับกลิ่นกระดาษสาและเมล็ดกาแฟคลาคล่ำ ทุกอย่างข้างในดูเหมือนเดิม—โต๊ะไม้ตัวยาวกลางร้าน ชั้นหนังสือที่เอียงกระเท่เร่ และที่มุมห้อง โต๊ะตัวโปรดริมหน้าต่างบานที่สอง ที่มีรอยคราบกาแฟวงกลมฝังแน่นอยู่บนเนื้อไม้ บนโต๊ะตัวนั้น มีสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเล่มหนึ่งวางสงบนิ่งอยู่ กวินรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เขารemember หน้าตาของสมุดเล่มนั้นได้ดี มันคือเล่มที่เขาทำหายในร้านสะดวกซื้อเมื่อหลายปีก่อน เล่มที่เขาคิดว่ามันสูญหายไปพร้อมกับเศษเสี้ยวของตัวตนที่เขาทำหล่นหายระหว่างทาง "นั่งสิ" รินหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ฝั่งตรงข้ามที่เขาเคยนั่ง เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่กำลังใช้นิ้วเรียวยาวลูบไล้สันสมุดบันทึกเล่มนั้นแผ่วเบา "นายรู้ไหมกวิน ตั้งแต่วันที่นายเดินออกจากร้านนี้ไปพร้อมกับความกลัว นายไม่ได้แค่วางมือจากการเขียนหนังสือหรอกนะ... นายหยุดใช้ชีวิตต่างหาก" กวินทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นบนตัก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธ ความอับอาย และความโหยหาตีรันกันอยู่ในอกจนแยกไม่ออกว่าความรู้สึกไหนคือความจริง "เธอไม่เข้าใจหรอก ริน" กวินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำ "โลกข้างนอกนั่นมันไม่ได้ใจดีเหมือนในสมุดบันทึกพวกนี้ ใบแจ้งหนี้ ค่าเช่าห้อง ความกดดันจากหัวหน้างาน... ความฝันมันกินไม่ได้! ฉันต้องเลือกความมั่นคง ฉันเลือกที่จะโตเป็นผู้ใหญ่!" รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาสนิมคู่นั้นมองทะลุผ่านแว่นตาของเขา ตรงดิ่งเข้าไปถึงความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ข้างใน "ผู้ใหญ่เหรอ?" รินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "นายไม่ได้โตขึ้นหรอกกวิน นายแค่... ยอมแพ้ แล้วใช้คำว่า 'ผู้ใหญ่' มาเป็นข้ออ้างในการซ่อนตัว นายกลัวความล้มเหลว จนไม่กล้าแม้แต่จะเริ่มทำอะไรสักอย่างต่างหาก" ความจริงอันเจ็บปวดถูกวางแบEอยู่ตรงหน้า ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ จะปกป้อง กวินอ้าปากจะเถียง แต่ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมา มือที่ถือกล่องเหล็กสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพของตัวเองในกระจกเงาที่ออฟฟิศ—ชายหนุ่มผู้ไร้รอยยิ้ม นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์จนดึกดื่นเพื่อสร้างความร่ำรวยให้คนอื่น โดยที่ตัวเองแม้แต่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ยังไม่กล้าหา "แล้ววันนี้... เธอพาฉันกลับมาที่นี่ทำไม?" กวินถามเสียงสั่น สะอื้นในใจ "เพราะฉันเหนื่อย..." รินวางมือลงทาบบนสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มนั้น "เหนื่อยกับการแบกความทรงจำของคนสองคนไว้คนเดียว ในวันที่ฝนตกหนักเมื่อเจ็ดปีก่อน นายบอกฉันว่า ถ้าวันหนึ่งเราลืมวิธีที่จะมีความฝัน ให้กลับมาที่หน้าต่างบานนี้ เพื่อดูว่าโลกข้างนอกยังกว้างใหญ่แค่ไหน" รินเลื่อนสมุดบันทึกเล่มนั้นมาตรงหน้ากวิน ช้าๆ "เปิดมันดูสิ หน้าสุดท้ายที่นายยังไม่ได้เขียน" กวินมองสมุดเล่มนั้นราวกับมันเป็นวัตถุอันตราย ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนปกหนังที่คุ้นเคย ความเย็นเยียบจากสัมผัสแรกแปรเปลี่ยนเป็นความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาถึงข้อมือ เขาค่อยๆ เปิดมันออกทีละหน้า... หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยลายมือของเขาเอง ลายมือที่เต็มไปด้วยไฟฝัน ความหวัง และความบ้าบิ่นในวัยหนุ่ม จนกระทั่งมาถึงหน้าสุดท้าย... หน้ากระดาษว่างเปล่าสีนวล ที่มีรอยหยดน้ำตาแห้งกรังติดอยู่จางๆ กวินหยิบปากกาหมึกซึมด้ามเก่าที่รินเพิ่งหยิบออกจากกระเป๋าเสื้อมาวางไว้ข้างๆ ขึ้นมาถือไว้ มือของเขาสั่นระริก ปากกาจรดลงบนกระดาษสีขาว แต่มันยังไม่ทันได้เขียนคำว่าอะไร เสียงกุกกักจากประตูกหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน หญิงสาวในชุดโค้ทกันฝนสีเบจเปียกปอน ยืนอยู่ตรงธรณีประตู เธอถือร่มที่หยดน้ำเปียกพื้นเป็นทางยาว เส้นผมเปียกแนบแก้ม แต่นัยน์ตากลับเป็นประกายราวกับเด็กสาวที่เพิ่งค้นพบความลับของจักรวาล เธอยกมือขึ้นปัดหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามกรอบแว่น ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้กวิน—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง "ขอโทษนะคะ..." เสียงใสเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของร้านกาแฟร้าง "พอดีฉันทำสมุดบันทึกเล่มนี้ตกไว้เมื่อเจ็ดปีก่อน... และดูเหมือนว่า ตอนนี้... มันเพิ่งจะเดินทางกลับมาถึงเจ้าตัวจริงเสียที" กวินมองหน้าหญิงสาวคนนั้นสลับกับสมุดบันทึกในมือ สมองของเขาขาวโพลนราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางวันแสกๆ เพราะผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า... หน้าตาเหมือนกับรินทุกกระเบียดนิ้ว แต่เธอดูอ่อนเยาว์กว่า ไร้ร่องรอยความเหนื่อยล้า และในมือของเธอกำลังถือสมุดบันทึกสีน้ำตาลอีกเล่ม... ที่มีหน้าตาเหมือนกับเล่มบนโต๊ะไม่มีผิดเพี้ยน! --- *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษและหยดฝนไปด้วยกันครับ - สมุดบันทึกสีน้ำตาล*
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%