รอยหมึกสีน้ำเงินเข้มที่ซึมทะลุกระดาษสมุดหน้าเก่า ทำให้กวินรู้ว่า... บางครั้งความจริงก็หนักหนาเกินกว่าที่เยื่อไม้บางๆ จะแบกรับไว้ไหว
ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ แม้ในห้องพักที่อบอวลด้วยกลิ่นอายฝนจางๆ กวินจ้องมองข้อความลายมือหวัดๆ ของรินที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาจากแฟ้มเอกสารเก่า เครื่องหมายคำถามในหัวไม่ได้ลดจำนวนลงเลย มีแต่จะพอกพูนขึ้นราวกับก้อนเมฆสีเทาหนาทึบที่กำลังก่อตัวนอกหน้าต่างบานนั้น บานกระจกที่สะท้อนภาพใบหน้าเหนื่อยล้าของชายหนุ่มผู้สูญเสียเข็มทิศในชีวิต
"คุณคิดจริงๆ หรือคะ... ว่าการหนีหายไป จะช่วยลบความทรงจำที่เจ็บปวดได้จริงๆ"
เสียงของรินดังขึ้นในความทรงจำ ไม่ใช่เสียงกระซิบแผ่วเบาเหมือนวันก่อน แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกกระทั้นในความรู้สึก ขณะที่กวินยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม สมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานวางอยู่ตรงหน้า เปิดกางออกที่หน้า 45 หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยรอยลบและรอยขีดฆ่า ราวกับเจ้าของบันทึกพยายามปฏิเสธบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกของหัวใจ
กวินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง สรรพสิ่งดูเงียบงันจนน่าใจหาย ไม่มีเสียงฝนโปรดปราย ไม่มีเสียงกFาแฟเดือด มีเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัวเป็นจังหวะกระชั้นชิด ความจริงที่ว่าเขาและรินต่างกำลังวิ่งหนีอดีตของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไปแล้ว ทุกตัวอักษรที่รินทิ้งไว้ในสมุดเล่มนั้น เปรียบเสมือนแผนที่นำทางที่จงใจทิ้งร่องรอยให้เขาเดินตามมาถึงจุดนี้
จุดที่ไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกแล้ว
"บางที... เราอาจไม่ได้ตามหาความหมายของชีวิตหรอกค่ะ กวิน" รินเคยบอกไว้แบบนั้นในวันที่ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นตึกฝั่งตรงข้าม "เราแค่กำลังตามหาใครสักคน ที่กล้าพอจะยืนอยู่ข้างเรา ในวันที่เราเกลียดตัวเองมากที่สุดต่างหาก"
คำพูดนั้นย้อนกลับมาทุบซ้ำลงกลางใจของกวิน ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของมือทั้งสองข้าง เขาเอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมด้ามเก่าของพ่อ—ด้ามเดียวกับที่เขาเคยปฏิเสธมันมาตลอดชีวิตเพราะกลัวว่าจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเหมือนท่าน—กระดาษแผ่นเปล่าถูกเลื่อนเข้ามาใกล้
นี่คือช่วงเวลาที่เขาต้องเลือก ระหว่างการเป็นพนักงานออฟฟิศผู้ไร้สีสันที่ปลอดภัยในกรงขังแห่งความเสียดาย หรือการก้าวออกไปเผชิญหน้ากับพายุฝนข้างนอก เพื่อเขียนบทสรุปของตัวเองขึ้นมาใหม่
แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายปากกาจะทันได้สัมผัสผืนกระดาษ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
มันไม่ใช่เสียงเคาะประตูห้องทำงานของเขาในบริษัท และไม่ใช่เสียงของบุรุษไปรษณีย์ มันคือจังหวะการเคาะที่คุ้นเคยอย่างประหลาด—จังหวะแบบเดียวกับที่รินใช้เคาะหน้าต่างห้องสมุดเก่าเมื่อสามปีก่อน
กวินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ขนลุกชันไปทั่วร่าง เขายังไม่ได้ขยับตัวไปไหน แต่เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้ประตูกระจกฝ้าหน้าห้องเรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนหยุดนิ่งอยู่หลังบานกระจกนั้น เงาร่างที่ถือร่มสีดำสนิทและ... สมุดบันทึกเล่มสีน้ำตาลอีกเล่มในมือ
ประตูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับที่บาดลึกเข้าไปในความเงียบ
"สวัสดีค่ะ กวิน... ดีใจจังที่เราได้เจอกันเสียทีนะคะ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษอันเปราะบางนี้มาด้วยกันนะคะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 45
บทที่ 45
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!