ความมืดไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือการถูกขังอยู่ในกรงเล็บของความทรงจำที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่น
“นั่นไม่ใช่เสียงของฉัน...” กวินพึมพำผ่านริมฝีปากที่สั่นระริก มือที่ถือปากกาหมึกซึมยังคงค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางความมืดมิดในห้องสมุดที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นกระหน่ำเหมือนกลองรบ กลิ่นกระดาษเก่าเคล้ากับกลิ่นความชื้นจากฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก ดูเหมือนจะกลายเป็นกลิ่นของห้องขังที่ไม่มีทางออก
เสียงกรีดร้องที่ได้ยินเมื่อครู่... มันไม่ได้มาจากลำคอของเขา แต่มันดังก้องออกมาจาก ‘บันทึกเล่มสีดำ’ ที่เขากำลังจดบันทึกประโยคสุดท้ายลงไป มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด การสูญเสีย และความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานปี
*กึก*
เสียงฝีเท้าเบาหวิวขยับเคลื่อนที่อยู่มุมห้อง ห่างออกไปไม่กี่ก้าว กวินกลั้นหายใจจนหน้าอกปวดร้าว เขาค่อยๆ วางปากกาลงบนโต๊ะไม้โอ๊คอย่างเชื่องช้า พยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืดมิดที่หนาหนักราวกับหมึกดำ
“ริน... ใช่เธอหรือเปล่า?” เขาถาม เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียง ‘ขีดเขียน’ ปริศนาที่ดังขึ้นเบาๆ จากมุมห้อง เสียงเหมือนปลายปากกาเหล็กครูดลงบนกระดาษอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่เสียงการจดบันทึก แต่เป็นเสียงของการกรีดระบายอารมณ์ลงบนหน้ากระดาษอย่างเร่งรีบ
กวินขยับตัวลุกขึ้น มือข้างหนึ่งควานหาไฟฉายในกระเป๋ากางเกง แต่ในวินาทีที่แสงไฟสว่างวาบขึ้น ทัศนียภาพตรงหน้าก็ทำให้เลือดในกายเขาเย็นเยียบ
โต๊ะที่ควรจะว่างเปล่าในมุมนั้น บัดนี้มีรอยหมึกสีแดงสดกระจายตัวอยู่ราวกับสายน้ำที่ไหลทะลักออกมาจากเล่มบันทึก รอยหมึกนั้นหยดลงพื้น หยดแล้วหยดเล่า... แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือเงาของใครบางคนที่นั่งหันหลังให้เขา ผมเผ้ายุ่งเหยิงและไหล่ที่สั่นเทาดูคุ้นตาอย่างประหลาด
“กวิน... ถ้าจะจบ ก็ต้องจบด้วยมือของตัวเองใช่ไหม?”
ร่างนั้นเอ่ยขึ้น เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของริน... แต่มันคือเสียงของเขาเอง เสียงของกวินในวันที่เขาทิ้งความฝันไปอย่างไร้เยื่อใย
“เธอเป็นใคร...” กวินก้าวถอยหลัง แต่เท้าของเขากลับเหยียบเข้ากับเศษกระดาษที่กระจัดกระจายเต็มพื้น กระดาษเหล่านั้นมีลายมือของเขาเขียนซ้ำไปซ้ำมาว่า ‘ฉันไม่เคยพยายามมากพอ’ นับหมื่นครั้ง
ร่างที่หันหลังให้เขาค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมาอย่างเชื่องช้า ในมือของคนคนนั้นถือปากกาด้ามเดียวกันกับที่กวินใช้ กวินแทบหยุดหายใจ ใบหน้าที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นใบหน้าของเขาเอง... กวินในวัยยี่สิบสองปี ในวันที่เขาร้องไห้ครั้งสุดท้ายก่อนจะโยนสมุดวาดภาพทิ้งลงถังขยะ
“นายเลือกที่จะลืม แต่ฉันเลือกที่จะจำ” ร่างจำลองนั้นเอ่ยด้วยสายตาที่เย็นชา “นายคิดว่าการเขียนทับความจริงจะทำให้ความผิดพลาดหายไปงั้นเหรอ? นายเขียนเรื่องราวขึ้นมาใหม่เพื่อปลอบใจตัวเอง ว่าชีวิตที่จืดชืดและไร้สีสันของนายในตอนนี้คือความสำเร็จงั้นหรือ?”
กวินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริงที่เขาพยายามปิดบังไว้ใต้ชั้นฝุ่นของกาลเวลา “ฉันแค่... ฉันแค่ต้องการความสงบสุข ความฝันมันกินไม่ได้ รินสอนให้ฉันรู้ว่าบางครั้งการปล่อยวางคือความกล้าหาญ!”
“ปล่อยวางหรือขี้ขลาดกันแน่!” ร่างจำลองตะคอก เสียงนั้นดังสนั่นจนกระจกหน้าต่างห้องสมุดร้าวเป็นทางยาว “รินไม่ได้สอนให้นายละทิ้งตัวเอง เธอแค่เป็นกระจกที่ทำให้นายเห็นว่านายทรยศต่อจิตวิญญาณตัวเองแค่ไหน!”
กวินทรุดเข่าลงกับพื้น ความอดทนที่มีมาตลอดพังทลายลง ภาพเหตุการณ์ในวันฝนตกที่เขาตัดสินใจทิ้งพู่กันกลายเป็นภาพหลอนที่ฉายชัดขึ้นมาในสมอง คำพูดที่รินเคยบอกเขาว่า *‘ความกล้าไม่ใช่การไม่กลัว แต่มันคือการยอมรับว่าเราเสียใจแค่ไหนที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ใจเรียกร้อง’* ดังก้องอยู่ในโสตประสาท
ทันใดนั้น ไฟในห้องสมุดก็สว่างพรึบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมอย่างฉับพลัน
กวินเงยหน้าขึ้นด้วยความหวังว่าจะพบคำตอบหรือการปลดปล่อย แต่ทว่าเก้าอี้ตัวนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีร่างจำลอง ไม่มีรอยหมึกสีแดงบนโต๊ะ มีเพียงบันทึกเล่มสีน้ำตาลที่เขากำลังอ่านค้างไว้ วางนิ่งสนิทอยู่ตรงหน้า
แต่สิ่งที่ทำให้เขาสะดุ้งสุดตัว คือหน้ากระดาษที่เขาเพิ่งเขียนลงไปเมื่อครู่... มันไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป
บนหน้ากระดาษนั้น มีลายมือของใครบางคนเขียนตอบกลับมาด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งหมึกนั้นยังคงเปียกชื้นราวกับเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อวินาทีนี้เอง ข้อความนั้นเขียนว่า...
*“ถ้าอยากรู้ว่าตอนจบคืออะไร ลองเปิดหน้าสุดท้ายดูสิ กวิน... เพราะรินไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่แรก”*
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องสมุดจากด้านนอกก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ทั้งที่ห้องนี้ถูกล็อกตายจากด้านใน และคนที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม้บานนั้น คือผู้หญิงที่สวมชุดสีขาวเปียกปอนจากการตากฝน เธอค่อยๆ ผลักบานประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของกวินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
สมุดบันทึกสีน้ำตาลขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยคำถามนะคะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 39
บทที่ 39
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!