“คุณมาช้าไป... รินทร์บอกฉันว่าคุณจะมาถึงตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนแล้ว”
กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษเก่าและกลิ่นดินหลังฝนตกอบอวลไปทั่วห้องสมุดชั้นใต้ดิน กวินนิ่งงัน หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หญิงสาวในชุดสีขาวเปียกปอนยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู หยดน้ำร่วงกราวลงบนพื้นไม้กระดานเสียงดังแปะๆ เป็นจังหวะที่ฟังดูผิดที่ผิดทางในความเงียบงัน กวินกวาดสายตามองคนตรงหน้า—เธอคือใคร? ทำไมถึงรู้จักชื่อรินทร์? และที่สำคัญที่สุด... เธอเข้ามาในห้องที่เขาลงกลอนตายจากด้านในได้อย่างไร
“คุณเป็นใคร” กวินเค้นเสียงถาม มือที่ถือบันทึกสีน้ำตาลเล่มเก่าสั่นเทาโดยไม่ตั้งใจ
หญิงสาวไม่ตอบ เธอเดินลึกเข้ามาในห้อง แสงไฟสลัวจากหลอดไฟเก่ากะพริบถี่ราวกับจะดับแหล่มิดับแหล่ เธอค่อยๆ ก้าวผ่านชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยฝุ่น รอยเท้าเปียกชื้นของเธอทิ้งรอยไว้บนพื้น ราวกับรอยเลือดที่ค่อยๆ จางหายไปก่อนที่กวินจะกะพริบตาเสียอีก
“รินทร์ไม่ได้เล่าให้คุณฟังหรอกหรือคะ?” เธอหยุดยืนตรงหน้าเขา รอยยิ้มของเธอบางเฉียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเวทนา “ว่าเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้ในสมุดเล่มนั้น ไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือคำสาปที่รอวันวนลูปกลับมา”
กวินถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับชั้นวางหนังสือ เสียงหนังสือหล่นลงพื้นดัง *โครม* เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง “ผมไม่เข้าใจ สิ่งที่คุณพูดมันไม่มีตรรกะ รินทร์คือเพื่อนของผม เราติดต่อกันผ่านสมุดเล่มนี้ เราแลกเปลี่ยนชีวิตกันผ่านตัวอักษร...”
“เพื่อนเหรอคะ?” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เสียงของเธอแหบพร่าเหมือนเสียงกระดาษเสียดสีกัน “คุณเชื่อมาตลอดว่าคุณคือคนเขียน และรินทร์คือคนอ่าน แต่คุณเคยสังเกตไหมว่า ทำไมรอยหมึกบนหน้ากระดาษถึงไม่เคยจางหาย แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี ทำไมคุณถึงไม่เคยเห็นหน้าเธอจริงๆ เสียทีนอกจากในจินตนาการ”
กวินชะงัก คำพูดของเธอแทงทะลุความสงสัยที่เขาเคยพยายามฝังกลบไว้ใต้จิตสำนึกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาเคยสงสัย... เคยตั้งคำถาม แต่ความโดดเดี่ยวในออฟฟิศที่ไร้ตัวตน ทำให้เขายึดติดกับ ‘รินทร์’ ราวกับคนจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้าย
“รินทร์ไม่มีตัวตนอยู่จริง” หญิงสาวพูดต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้คัดค้าน “เธอคือเศษเสี้ยวของความปรารถนาที่พังทลายของคุณ กวิน... คุณสร้างเธอขึ้นมาเพื่อหลบหนีจากความจริงที่คุณไม่กล้าเผชิญว่า คุณล้มเหลวในการเป็นศิลปินที่คุณเคยฝันถึง”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป ความหนาวเหน็บเริ่มเกาะกุมผิวหนัง กวินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เขามองไปที่มือของหญิงสาวที่ยื่นมาแตะบันทึกสีน้ำตาลในมือเขา นิ้วเรียวยาวของเธอซีดเผือดเหมือนหินอ่อน
“ถ้าเธอไม่มีตัวตน แล้วคุณเป็นใคร?” กวินถาม เสียงของเขาเบาหวิวราวกับจะแตกสลาย
“ฉันคือคนถัดไปที่ถูกขังอยู่ในห้องนี้... เหมือนกับที่คุณกำลังจะเป็น” เธอเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาของเธอดูลึกโหลเหมือนก้นบึ้งของความทรงจำที่ถูกลืม “เราทุกคนต่างเป็นเพียง ‘ตัวละคร’ ในบันทึกที่รอวันถูกลบทิ้งเมื่อเจ้าของเรื่องตัวจริงตื่นจากฝัน”
ทันใดนั้น เสียงฝนด้านนอกห้องสมุดก็หยุดลงอย่างฉับพลัน ความเงียบที่เข้ามาแทนที่นั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงพายุ กวินมองไปที่หน้าต่างบานเก่าที่เขาไม่เคยเปิดออกดูเลย—บานหน้าต่างที่ถูกพ่นทับด้วยสีดำสนิทเพื่อไม่ให้เห็นโลกภายนอก
“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง... ใครคือเจ้าของเรื่อง?” กวินถาม มือของเขาเริ่มปล่อยบันทึกสีน้ำตาลลงช้าๆ เหมือนถูกมนต์สะกด
หญิงสาวไม่ตอบ แต่เธอชี้ไปที่มุมมืดสุดของห้องสมุด ตรงนั้นมีเก้าอี้ไม้เก่าๆ ตัวหนึ่งวางอยู่บนเก้าอี้มี ‘สมุดบันทึก’ อีกเล่มวางทับอยู่ แต่มันไม่ใช่สีน้ำตาล... มันเป็นสมุดปกหนังสีดำสนิทที่ดูใหม่กว่าและไร้ฝุ่นเกาะ
กวินก้าวเท้าไปหาเก้าอี้ตัวนั้นโดยที่เขาเองก็บังคับร่างกายไม่ได้ ราวกับมีเชือกที่มองไม่เห็นกระตุกให้เขาเดินไป หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อเขาสัมผัสหน้าปกสมุดเล่มนั้น ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วร่าง
“เปิดมันสิ กวิน” หญิงสาวกระซิบข้างหูเขา “เปิดดูสิว่า ใครคือคนที่เขียนถึงคุณมาตลอดสิบปี”
กวินสั่นมือเปิดหน้าแรกของสมุดสีดำ ลายมือที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำเอาเขาทรุดเข่าลงกับพื้นทันที มันไม่ใช่ลายมือของรินทร์ ไม่ใช่ลายมือของคนแปลกหน้า แต่มันคือ ‘ลายมือของเขาเอง’ ที่เขียนบันทึกเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา ตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มรู้สึกถึงตัวตนของรินทร์... จนถึงเหตุการณ์ในวินาทีนี้
ตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายในสมุดเล่มนั้นเขียนด้วยหมึกสีแดงสดราวกับเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อครู่นี้ว่า: *“วันนี้ กวินจะค้นพบความจริง และห้องสมุดแห่งนี้จะกลายเป็นบ้านหลังสุดท้ายของเขา เมื่อเขาปิดสมุดเล่มนี้ลง... ทุกอย่างจะจบลงที่นี่ตลอดกาล”*
กวินตัวแข็งทื่อ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวในชุดสีขาวอีกครั้ง แต่เธอกลับหายไปแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและเสียงฝนที่กลับมาตกกระหน่ำซ้ำเติมราวกับจะถล่มตึกทั้งหลัง เสียง ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ ดังขึ้นอีกครั้งจากบานประตูไม้—คราวนี้เสียงนั้นดังมาจาก ‘ด้านใน’ ของห้องที่เขานั่งอยู่ เหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามจะหนีออกมาจากกำแพงห้องสมุด
กวินมองไปที่ประตูบานนั้นด้วยความตื่นตระหนก ในขณะที่มือของเขากำลังปิดสมุดสีดำเล่มนั้นลงช้าๆ ตามแรงโน้มถ่วงของชะตากรรมที่เขาไม่อาจหลีกหนี...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 40 กับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 40
บทที่ 40
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!