บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 37

บทที่ 37

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"วางถุงกระดาษนั่นลง แล้วถอยออกมาจากตู้เก็บเอกสารเดี๋ยวนี้ค่ะ" เสียงของชายแปลกหน้าไม่ได้ดังกึกก้อง หากแต่ทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว กวินชะงักมือที่กำลังสั่นเทาอยู่หน้าตู้เหล็ก เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านผ่านสันหลัง ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิในห้องที่ปรับลดต่ำลง แต่เป็นเพราะ 'รอยยิ้ม' ที่มุมปากของชายคนนั้น—รอยยิ้มที่เหมือนกับการมองดูแมลงที่กำลังดิ้นรนอยู่ในโหลแก้ว รินยืนตัวแข็งอยู่ข้างหลังกวิน มือของเธอเผลอกำชายเสื้อของเขาไว้แน่น ความเงียบภายในห้องทำงานที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยของพวกเขากลายเป็นเครื่องพันธนาการที่บีบคั้นหัวใจ กวินค่อยๆ หันกลับไป สบสายตากับชายที่ก้าวเข้ามาโดยไร้สุ้มเสียง ราวกับเขาเป็นเพียงเงาที่แยกตัวออกมาจากความมืดมิดของมุมห้อง "คุณเป็นใคร" กวินเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาแหบพร่าผิดปกติ ชายคนนั้นไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว รองเท้าหนังขัดเงาวับกระทบพื้นไม้ส่งเสียงดัง 'แกรก' ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบ "ความลับที่ถูกเก็บไว้ในสมุดบันทึกน่ะ มันมีราคาค่างวดของมันนะคะกวิน... และคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่า ของที่ยืมคนอื่นมานานเกินไป ถึงเวลาต้องส่งคืนเจ้าของตัวจริงเสียที" "เราไม่ได้ขโมยมา" รินโพล่งขึ้นมา เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว "บันทึกเล่มนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อแลกเปลี่ยนกับอำนาจหรือความลับของใครทั้งนั้น มันเป็นเรื่องของชีวิต... เรื่องที่ถูกลืมไปแล้ว!" ชายแปลกหน้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูแห้งแล้งและปราศจากความสนุกสนาน เขาเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของกวิน ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวเคาะบนปกสมุดบันทึกสีน้ำตาลที่วางทิ้งไว้บนนั้น "ความรัก ความฝัน และความล้มเหลว... เรื่องพวกนี้มันเป็นแค่เครื่องมือที่คนอ่อนแอเอาไว้ปลอบใจตัวเองค่ะริน คุณก็ฉลาดกว่านี้นี่นา ทำไมถึงยังจมปลักอยู่กับเศษเสี้ยวความทรงจำที่ไม่มีค่าอะไรเลย" กวินรู้สึกเหมือนเลือดในกายเริ่มเดือดพล่าน ความอัดอั้นจากการเป็น 'พนักงานออฟฟิศผู้ไร้สีสัน' ที่เขาสะสมมาตลอดหลายปีพังทลายลงในวินาทีนั้น เขาไม่ใช่คนที่กล้าหาญชาญชัย แต่ในเมื่อสิ่งที่เขาทะนุถนอมที่สุดกำลังจะถูกเหยียบย่ำ เขาก็ไม่มีอะไรต้องเสียอีกต่อไป "ถ้ามันไม่มีค่า คุณจะตามหาพวกเราจนถึงที่นี่ทำไม" กวินก้าวไปข้างหน้า ประจันหน้ากับอีกฝ่าย "คุณกลัวความจริงที่อยู่ในบันทึกเล่มนี้ใช่ไหม ความจริงที่ว่าคนที่คุณรับใช้... ไม่ได้เป็นวีรบุรุษอย่างที่สื่อปั้นแต่งขึ้นมา" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ ชายคนนั้นหุบยิ้มลงทันที ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแวววาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนให้จนมุม เขาเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา พลิกดูหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยรอยหมึกที่เลือนรางตามกาลเวลา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกวินด้วยสายตาที่ทำให้กวินรู้สึกเหมือนตัวเล็กลงจนเหลือเพียงธุลี "คุณคิดว่าบันทึกเล่มนี้จะช่วยกอบกู้โลกได้งั้นหรือกวิน" เขาถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกวิน "คุณยังเป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ ที่หวาดกลัวเงาของตัวเอง ในขณะที่คนเหล่านั้น... พวกเขาครอบครองโลกทั้งใบที่คุณหายใจอยู่ ถ้าคุณปล่อยมันไปตอนนี้ ผมอาจจะพิจารณาให้คุณได้ใช้ชีวิตที่ 'ไร้สีสัน' ของคุณต่อไปอย่างสงบสุข แต่ถ้าไม่..." ชายคนนั้นโน้มตัวลงมาใกล้จนกวินได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึ๊กที่คล้ายกับกลิ่นของโลหะสนิม "คุณก็แค่จะเป็นอีกหนึ่งรอยขีดข่วนที่ถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ เหมือนกับคนที่เคยเขียนบันทึกเล่มนี้ไงคะ" รินหน้าซีดเผือด เธอคว้าแขนกวินไว้แน่น สัญชาตญาณบอกให้เธอพาเขาวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ แต่ประตูห้องถูกปิดตายลงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ ความรู้สึกหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจของทั้งคู่จนแทบจะขาดใจ ทว่าท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น กวินกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าต่างบานเก่าทางด้านหลังของชายคนนั้น มันไม่ใช่แค่เงาของกิ่งไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม แต่มันคือเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปรายด้านนอก—คนที่สวมเสื้อกันฝนสีเข้ม และกำลังถือวัตถุบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟจากถนนจนวาววับ "คุณไม่ได้มาคนเดียวสินะ" กวินเค้นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ พลางบีบมือรินเป็นสัญญาณ "แต่คุณก็ลืมไปอย่างหนึ่ง... ว่าบันทึกเล่มนี้ มันไม่ได้บันทึกแค่ 'อดีต' ที่น่าสมเพชของคุณเท่านั้น แต่มันยังบันทึก 'ทางออก' ที่คุณไม่มีวันนึกถึง" ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังเขาจะแตกละเอียดกระจายเต็มพื้นห้อง เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงกรีดร้องของรินไปจนหมดสิ้น ใครบางคนก้าวผ่านหน้าต่างเข้ามา ท่ามกลางละอองฝนที่สาดซัดเข้ามาในห้อง กวินขยับตัวตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด เขาคว้าสมุดบันทึกจากมือของชายคนนั้นได้ทันท่วงที ก่อนจะกระชากแขนรินให้วิ่งไปอีกทางหนึ่งของห้อง ทว่าเมื่อพวกเขาไปถึงประตูที่ควรจะเป็นทางออก กวินกลับต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาอีกร่างหนึ่งยืนดักรออยู่ตรงนั้น เป็นชายวัยกลางคนที่กวินคุ้นตาที่สุดในบริษัท คนที่เขาเคยคิดว่าเป็น 'พี่ชาย' ที่หวังดีกับเขามาตลอด... แต่ในวันนี้ เขากลับถือปืนเล็งมาที่หน้าอกของกวินอย่างเยือกเย็น "ทิ้งสมุดเล่มนั้นลงกวิน แล้วทุกอย่างจะจบลงด้วยดีนะคะ" ชายคนที่เขามองว่าเป็นพี่ชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชากว่าครั้งไหนๆ "ผมไม่อยากให้เรื่องมันจบลงแบบที่ต้องมีคนมาเช็ดเลือดบนพรมผืนนี้หรอกนะ" กวินกอดสมุดไว้แน่น หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เขาหันกลับไปมองชายคนแรกที่ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเศษกระจกด้วยท่าทางสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่รินเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีทางให้หนีรอดอีกต่อไปแล้ว กวินเหลือบมองบันทึกในมือ หน้าสุดท้ายที่เขายังไม่ได้อ่าน... หน้าที่ใครบางคนเพิ่งจะเขียนเพิ่มเข้าไปด้วยหมึกสีแดงสดเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตาและคำถามไปกับสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%