รอยหมึกสีน้ำตาลเข้มที่ซึมทะลุผ่านกระดาษถนอมสายตาในหน้ากระดาษนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือ แต่มันคือรอยแผลเป็นที่ยังสดใหม่—แผลเป็นที่กวินไม่เคยกล้าแม้แต่จะใช้ปลายนิ้วแตะต้องตลอดหลายปีที่ผ่านมา
นิ้วเรียวของรินชะงักค้างอยู่เหนือสมุดบันทึกเล่มหนา ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองหน้าเขา แต่มันจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายที่กวินเพิ่งเขียนลงไปเมื่อคืน ความเงียบงันภายในห้องทำงานเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นฝนและกระดาษเก่า ทำให้เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ดังชัดเจนเสียจนน่าอึดอัด
"คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่หรือเปล่าคะ... กวิน"
น้ำเสียงของรินราบเรียบ แต่มันบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง กวินสะอึกเล็กน้อย ปากกาในมือเกือบจะร่วงหล่นลงบนพื้น เขาพยายามจะซ่อนสมุดเล่มนั้นไว้ใต้ฝ่ามือ แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว ความจริงที่เขาพยายามหลบซ่อนมาตลอดครึ่งค่อนชีวิตถูกเปิดเปลือยออกด้วยสายตาที่รู้ทันของหญิงสาวตรงหน้า
"ผมไม่ได้โกหก" กวินเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก ริมฝีปากแห้งผาก "ผมแค่... เลือกที่จะปล่อยวางในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ต่างหาก ความฝันบ้าๆ นั่นมันจบลงไปตั้งแต่วันที่เราเดินออกจากห้องซ้อมดนตรีห้องนั้นแล้ว ริน"
รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษโน้ตเพลงที่ถูกขยำทิ้ง ก่อนจะวางสมุดบันทึกอีกเล่ม—เล่มของเธอเอง—ลงทับบนสมุดของกวิน
"ปล่อยวางกับหนีความจริง มันใช้เส้นบางๆ คั่นอยู่เท่านั้นนะคะ กวิน" รินจ้องลึกลงไปในดวงตาที่ไหวระริกของเขา "คุณบอกว่าตัวเองเป็นแค่พนักงานออฟฟิศไร้สีสัน เพราะคุณเป็นคนเลือกที่จะเอาสีสันทั้งหมดในชีวิตไปซ่อนไว้ใต้พรมเองต่างหาก คุณกลัว... กลัวว่าถ้าลงมือทำแล้วมันจะล้มเหลวอีกครั้ง กลัวว่าความคาดหวังมันจะย้อนกลับมาทำร้ายคุณเหมือนในอดีต"
คำพูดเหล่านั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงมาตรงกลางใจ กวินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาอยากจะเถียง อยากจะตะโกนใส่หน้าเธอว่าเธอไม่มีวันเข้าใจความเจ็บปวดของการพยายามจนสุดแรงแล้วพบว่าตัวเองเป็นได้แค่ "คนแพ้" แต่ทว่า... ลึกๆ ในใจเขารู้ดีว่าทุกคำที่รินพูดคือความจริง
ความจริงที่เขาเกลียดชังที่สุด
"แล้วคุณล่ะริน..." กวินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่แฝงไปด้วยความอัดอั้น "คุณมาที่นี่ทำไม มาเพื่อตอกย้ำว่าผมมันขี้ขลาดแค่นั้นเหรอ? สมุดบันทึกของคุณ... มันก็แค่เรื่องเพ้อฝันของคนที่ไม่ยอมโตเหมือนกันไม่ใช่หรือไง!"
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที รินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยประกายบางอย่างที่กวินอ่านไม่ออก เธอยืนนิ่งอยู่แบบนั้นเป็นเวลานาน ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งสุดท้ายในหัวใจ
"ใช่ค่ะ... ฉันมันก็แค่คนเพ้อฝัน" รินลืมตาขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอสั่นน้อยๆ แต่หนักแน่น "แต่ความเพ้อฝันของฉันมันทำให้ฉันกล้าที่จะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความกลัว ในขณะที่คุณ... เอาแต่นั่งขังตัวเองอยู่หลังหน้าต่างบานเก่าคอยมองดูคนอื่นเดินผ่านไป"
เธอเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ของมัน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกของตัวเองขึ้นมา แล้วเปิดไปหน้าที่คั่นไว้ด้วยดอกไม้แห้งสีซีด
"อ่านนี่ซìคะ... หน้าที่สามสิบเก้า หน้าที่คุณไม่เคยเปิดอ่านมันจริงๆ"
กวินมองสมุดที่เธอยื่นมาให้ด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันยุ่งเหยิง มือของเขาสั่นเทาตอนที่รับมันมา หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน หน้ากระดาษที่เปิดออกเผยให้เห็นลายมือระเบียบเรียบร้อย แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ไม่ใช่ตัวอักษรเหล่านั้น... แต่มันคือรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่เสียบอยู่ด้านหลังหน้ากระดาษ
รูปถ่ายของเขาเอง—กวินในวัยหนุ่มที่กำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุดบนเวทีเล็กๆ ในร้านกาแฟเก่าแก่ เมื่อสิบปีที่แล้ว... รูปใบที่เขาทำหายไปในคืนวันที่ฝนตกหนักวันนั้น
"ทำไม... รูปนี้ถึงอยู่กับคุณ?" กวินเงยหน้าขึ้นถาม เสียงของเขาแหบพร่า
รินไม่ได้ตอบคำถามทันที เธอยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับและความหมายลึกซึ้งที่กวินไม่เคยล่วงรู้มาก่อน เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างเพื่อคลี่คลายปมปริศนาทั้งหมดที่ผูกพันพวกเขาทั้งสองไว้
ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบและบรรยากาศตึงเครียดในห้องลงทันที ทั้งกวินและรินสะดุ้งสุดตัว หันไปมองประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทด้วยความตกใจ
ในยามวิกาลท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปรายด้านนอก ใครกันที่จะมาเคาะประตูห้องนี้... ห้องที่ไม่มีใครรู้จักนอกจากเขากับเธอ?
รินขมวดคิ้วมุ่น หันมามองหน้ากวินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความกังวลฉายชัดขึ้นในดวงตานั้น ในขณะที่กวินค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ช้าๆ อย่างระแวดระวัง หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก มือข้างที่กำรูปถ่ายใบเก่าชื้นเหงื่อ
เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นแผ่วเบา... พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังความมืดของทางเดิน
ร่างนั้นก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัว พร้อมกับเอ่ยชื่อที่ทำให้กวินต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ—ชื่อที่เขาไม่ได้ยินมานานนับทศวรรษ!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางนี้ไปกับกวินและสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก•ตอนที่ 43
บทที่ 43
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกจากหน้าต่างบานเก่า: เรื่องที่ลืมเล่าในวันที่ฝนตก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!