ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน•ตอนที่ 7

การพบกันของคนสองโลก

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว แรงอัดอากาศจากการจุดชนวนคาร์บองไดออกไซด์แรงดันสูงที่ระเบียงห้องพักซัดเอาบานกระจกนิรภัยแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วคมกริบนับพันชิ้นพุ่งแหวกอากาศราวกับห่าฝนสีเงินยวง มุ่งตรงเข้าหมายจะบดขยี้ร่างของคินให้แหลกคาที่ ทว่า... ร่างของชายหนุ่มกลับไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อน ดวงตาคู่คมกริบราวกับพญาน้ำแข็งมองลอดผ่านกลุ่มควันสีเทาจางๆ ที่ลอยวนอยู่รอบตัว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ระบบเศรษฐีที่เชื่อมต่ออยู่กับคลื่นสมองของเขาไม่ได้นิ่งดูดาย เสียงแจ้งเตือนเต้นเร้าเป็นจังหวะรัวเร็วในโสตประสาท [ ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนระดับอันตราย ระบบเปิดใช้ "บาเรียเงินสดขั้นเทพ" โดยอัตโนมัติ ] [ หักเงินในบัญชี: 10,000,000 เครดิต ] [ สถานะ: ป้องกันการโจมตีทางกายภาพและแรงระเบิด 100% ] ปัง! คลื่นพลังงานสีทองอร่ามแผ่ขยายออกไปรอบตัวเป็นรูปโดมโปร่งแสง ชั่วพริบตาที่แรงระเบิดปะทะเข้ากับบาเรีย มันถูกดูดกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับหยดน้ำที่ตกลงบนพื้นทรายแห้งผาก คินก้าวเดินผ่านซากปรักหักพังของระเบียงด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ มือขวาสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทตัดเย็บพิเศษราคาแพงลิบลิ่ว สายตากวาดมองลงไปยังเบื้องล่างผ่านคราบเขม่าควัน ที่ลานจอดรถด้านล่างตึกสูงระฟ้า รถสปอร์ตหรูสีดำด้านคันหนึ่งกำลังเร่งเครื่องคำรามเสียงดังลั่น คนขับลดกระจกลົງเผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัวอย่างขีดสุดของ "กรณ์" อดีตเพื่อนรักผู้หักหลังเขา "เป็นไปไม่ได้! นั่นมันระเบิดแรงสูงพรีเมียมนะ! ทำไมแกถึงยังรอดมาได้!" เสียงตะโกนผ่านเครื่องขยายเสียงดังแทรกสายลมยามค่ำคืน ใบหน้าของกรณ์ซีดเผือดราวกับคน The Walking Dead เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของคินยืนมองลงมาด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งยมบาลพิพากษา คินหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมาแนบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอื้อnเอ่ยผ่านคลื่นสัญญาณด้วยความเยือกเย็น "ของขวัญที่นายส่งมา... รสชาติธรรมดาเกินไปหน่อยเพื่อนรัก แต่น้ำใจของนาย... ฉันรับไว้หมดแล้วล่ะนะ" "แก... ไอ้คิน! แกมันไอ้ขี้แพ้! ทำไมแกถึงไม่ตายไปซะ!" เสียงสบถด่าทอด้วยความคลุ้มคลั่งดังลอดออกมาจากลำโพง คินไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด เขากดตัดสายทันที ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเรียบแต่เฉียบขาดผ่านระบบที่เชื่อมโยงกับ AI ส่วนตัว "จัดการอายัดบัญชีทั้งหมดของบริษัทกรณ์ กรุ๊ป ยึดทรัพย์สินทุกชิ้น และกว้านซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดภายในสามนาที... ทำให้มันกลายเป็นขอทานข้างถนนซะ" [ รับคำสั่งครับ... ดำเนินการเสร็จสิ้นใน 3... 2... 1... ] เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของกรณ์ที่ดังขึ้นรัวๆ จากเบื้องล่าง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวังเมื่อหน้าจอธนาคารแสดงยอดเงินติดลบมหาศาลและสถานะล้มละลายทันที คินมองภาพความพินาศนั้นด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความปราณี ความแค้นที่สั่งสมมานานนับปีได้รับการชำระสะ้างในชั่วพริบตาด้วยอำนาจของเงินตรา แต่ทว่า... หัวใจที่ด้านชาดวงนี้ กลับมีพื้นที่อ่อน 々 หลงเหลือให้อยู่คนหนึ่ง คินละสายตาจากความวุ่นวายเบื้องล่าง หมุนตัวเดินกลับเข้ามาภายในห้องชุดเพนต์เฮาส์สุดหรูที่ตอนนี้ถูกปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นศูนย์บัญชาการย่อย สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะไปหยุดอยู่ที่มุมทำงานด้านในสุด ร่างระห่างในชุดทำงานเรียบง่าย สวมแว่นตากลมโตกำลังงגתุ웃อยู่กับกองเอกสารการเงินกองโต ริน... หญิงสาวผู้เป็นเลขาคนสนิท และเป็นเพียงคนเดียวที่คอยหยิบยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาในยามที่เขาตกอับที่สุด สมัยที่เขาถูกไล่ออกจากบริษัทเก่าและไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน รินคือคนที่แอบแบ่งแซนด์วิชครึ่งหนึ่งและเงินเก็บก้อนสุดท้ายให้เขาตั้งตัว แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบหน้าอ่อนล้า ใต้ตาของเธอมีรอยคล้ำจางๆ จากการโหมงานหนักติดต่อกันหลายคืนเพื่อสะสางบัญชีให้อาณาจักรธุรกิจใหม่ของเขา คินรู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างประหลาด ความดุดันเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกผิดและทะนุถนอมอย่างลึกซึ้ง คินสาวเท้าเข้าไปใกล้เงียบๆ ถอดเสื้อสูทเนื้อดีราคาแพงของตนออก แล้วนำไปคลุมไหล่บางที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าอย่างเบามือที่สุด รินสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารด้วยความตกใจ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นคิน ความตื่นตระหนกก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยโล่งอก เธอยิ้มเจื่อนๆ พลางดันแว่นตากลับเข้าที่ "คุณคิน... กลับมาแล้วเหรอคะ เสียงระเบิดเมื่อกี้... ฉันเป็นห่วงแทบแย่ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?" น้ำเสียงของเธอยังสั่นเครือเล็กน้อย เจือด้วยความห่วงใยที่บริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง ซึ่งหาไม่ได้อีกแล้วในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยหน้ากากจอมปลอมนี้ คินดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงตรงหน้าเธอ สบตาผ่านเลนส์แว่นใสคู่นั้นด้วยแววตาที่จริงจังจนรินต้องหลบสายตา "ริน... เธอทำงานหนักเกินไปแล้วนะ ดูแลฉันมาตั้งแต่ตอนที่ฉันไม่มีอะไรเลย จนตอนนี้... เธอก็ยังต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งแบกรับงานกองโตพวกนี้แทนฉันอีก" รินส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนริมฝีปากซีดเซียว "ไม่เลยค่ะคุณคิน... ฉันเต็มใจ ฉันเชื่อมาตลอดว่าคนอย่างคุณคินไม่มีทางยอมจำนนต่อโชคชะตาหรอกค่ะ ขอแค่คุณคินปลอดภัย... ฉันก็เหนื่อยแค่นี้เองค่ะ" คำพูดซื่อๆ แต่จริงใจของเธอ ทำให้หัวใจของมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาคนนับล้านไหววูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมานานแสนนานไหลทะลักเข้าสู่หัวใจที่ด้านชา คินเอื้อมมือไปกุมมือเรียวเล็กที่เย็นเฉียบของเธอไว้แน่น ผิวสัมผัสที่หยาบกร้านเล็กน้อยจากการทำงานหนักฟ้องชัดเจนว่าเธอต้องลำบากมามากแค่ไหนเพื่อเขา "พอแล้วล่ะ... ริน" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดในรอบหลายปี "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... เธอไม่ต้องลำบากอีกต่อไปแล้ว" รินขมวดคิ้วด้วยความฉงน "คะ? คุณคินหมายความว่ายังไงเหรอคะ?" คินไม่ได้ตอบคำถามด้วยวาจา แต่เขากลับหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันของระบบเศรษฐี แล้วกดปุ่มสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นกลางหน้าจอ... ปุ่มที่แสดงถึงอำนาจสูงสุดในการเปลี่ยนแปลงชีวิตคนคนหนึ่งได้ในพริบตา [ ยืนยันการทำธุรกรรมพิเศษ ] [ โอนกรรมสิทธิ์: ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ทาวเวอร์คอมפล็กซ์ และหุ้น 51% ของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ให้แก่ "รินรดา" ] [ สถานะการโอน: สำเร็จเรียบร้อย ] ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากธนาคารดังขึ้นในกระเป๋าเสื้อของริน หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะหลุดออกจากเบ้า เมื่อตัวเลขยอดเงินในบัญชีส่วนตัวและรายชื่อทรัพย์สินมหาศาลปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ ยอดเงินฝากหลักร้อยบาทในวันวาน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยตัวเลขเก้าหลัก... สิบหลัก... จนแทบจะนับไม่ถ้วน รินอ้าปากค้าง สมองของเธอน็อกสนิท สติหลุดลอยไปชั่วขณะ เธอมองหน้าคินสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความช็อกตาค้าง มือบางสั่นระริกจนแทบถือโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่ "คุณ... คุณคิน... นี่มัน... นี่มันอะไรกันคะ? ฉัน... ฉันฝันไปใช่ไหมเนี่ย?" คินยิ้มมุมปากอย่างอบอุ่น เขาเลื่อนมือขึ้นไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าของเธอเบาๆ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกและมั่นคง "เธอไม่ได้ฝันไปหรอกริน... นี่คือรางวัลสำหรับคนที่เคยยืนหยัดเคียงข้างฉันในวันที่มืดมนที่สุด" คินหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ "และต่อจากนี้ไป... ฉันนี่แหละจะเป็นคนสร้างอาณาจักรใหม่ให้เธอนั่งบัลลังก์เคียงข้างฉันเอง" บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ทว่าในขณะที่โมเมนต์ความโรแมนติกกำลังก่อตัวขึ้นถึงขีดสุด เสียงกริ่งประตูหน้าเพนต์เฮาส์กลับดังขึ้นแทรกบรรยากาศอย่างไม่รู้กาลเทศะ... ติ๊งหน่อง! คินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ ใครกันที่กล้ามาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของเขาในยามวิกาลเช่นนี้? รินรีบตั้งสติ พยายามจะลุกขึ้นไปดูที่หน้าจออินเตอร์คอม แต่คินกลับยกมือห้ามไว้เสียก่อน ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตากลับมาคมกริบดุดันดั่งพญาราสีอีกครั้ง เขาเดินตรงไปยังประตูหน้า ชำเลืองมองภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอก... ทว่า ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ กลับทำให้มหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจเงินตราอย่างคิน ถึงกับต้องชะงักฝีเท้าลงทันที! ที่หน้าประตูห้อง... ปรากฏร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดเดรสสีแดงเพลิงสวมฮู้ดปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง เธอกำลังถือเอกสารลับฉบับหนึ่งไว้ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่มุมปากที่ส่งตรงมายังกล้องวงจรปิด ราวกับเธอกำลังมองทะลุกำแพงเข้ามาสบตากับเขาโดยตรง... และที่สำคัญที่สุด บนข้อมือซ้ายของเธอนั้น มีรอยสักรูป "สัญลักษณ์วงแหวนมังกร" ที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับในอดีตของตระกูลคิน! "สวัสดีค่ะคุณคิน... ของขวัญต้อนรับการกลับมาของฉันเมื่อกี้... ถูกใจคุณไหมคะ?" เสียงกระซิบผ่านอินเตอร์คอมดังขึ้น ทั้งเยือกเย็น ลึกลับ และแฝงไปด้วยกลิ่นอายของอันตรายที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" เสมอมาครับ!
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%