เสียงกระดาษรายงานงบการเงินที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ในมือของ “ชัยวัฒน์” ประธานกรรมการแห่งตระกูลวรโชติ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องประชุมใหญ่
ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเย้ยหยันเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน บัดนี้ซีดเผือดราวกับศพไร้วิญญาณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนเส้นผมสีดอกเลาแนบติดกับผิวหนัง เหงื่อหยดติ๋ๆ ลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพง ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นถี่ ร่างกายสั่นเทาจนกระดาษแผ่นสุดท้ายร่วงหล่นลงพื้น
"มันเกิดอะไรขึ้นวะ! อธิบายกูมาเดี๋ยวนี้!" ชายวัยกลางคนตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความคลุ้มคลั่งและหวาดกลัวจนเส้นเลือดในตาแตกซ่าน
ไม่มีเสียงตอบรับจากบรรดาผู้บริหารระดับสูงรอบโต๊ะ ทุกคนต่างก้มหน้ามองตัก ปิดปากเงียบสนิทราวกับอมพะงา เพราะตัวเลขในบัญชีที่ปรากฏบนหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่เบื้องหน้า มันคือเครื่องประหารชีวิตตระกูลวรโชติอย่างแท้จริง—ยอดหนี้สินรวมแปดหลัก เงินหมุนเวียนในบริษัทติดลบ และที่สำคัญที่สุด... สัญญาเงินกู้ยืมและทุนสนับสนุนหลักทั้งหมด ถูกยกเลิกโดยไร้เงื่อนไขจาก "กองทุนโกลบอล อินเวสต์เมนต์" กลุ่มทุนปริศนาที่เพิ่งเข้ามามีอำนาจชี้เป็นชี้ตายเศรษฐกิจในเกมและโลกความเป็นจริงเมื่อไม่นานมานี้
"ท่านประธานครับ... ธนาคารใหญ่สามแห่งโทรมาแจ้งระงับวงเงินสินเชื่อทั้งหมดแล้วครับ" เลขานุการส่วนตัววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ดิ่งลงชนฟลอร์ติดต่อกันเป็นวันที่สาม ไม่มีใครกล้ารับซื้อเลยสักราย... เราล้มละลายแล้วครับ"
คำว่า "ล้มละลาย" ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของชัยวัฒน์ เขาทรุดฮวบลงนั่งบนเก้าอี้ ดวงตาเบลอเลือน สมองขาวโพลน ภาพความยิ่งใหญ่ ความมั่งคั่ง และอำนาจที่ตระกูลวรโชติสั่งสมมาหลายสิบปี พังทลายลงภายในเวลาไม่ถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมง
ตระกูลที่เคยเหยียบย่ำ ดูแคลน และขับไล่ไสส่ง "คิน" ออกจากชีวิตของบุตรสาวพวกเขาอย่างเลือดเย็น บัดนี้กำลังชดใช้กรรมด้วยความพินาศอย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง "ริน" เลิกคิ้วมองตัวเลขสรุปผลประกอบการบนหน้าจอแท็บเล็ตในมือ แว่นตากลมโตสะท้อนแสงไฟสีนวล เธอยกมือขึ้นดันกรอบแว่นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์
คิน... อดีตเกมเมอร์ผู้เคยถูกตราหน้าว่าไร้ค่าและถังแตก บัดนี้สวมสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดี เรือนร่างสูงโปร่งแผ่รังสีความเยือกเย็นและดุดันออกมาอย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาสคมกริบมองทัศนียภาพเบื้องล่างด้วยความรู้สึกเรียเฉย ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตระกูลวรโชติเป็นเพียงแค่การดีดนิ้วไล่ฝุ่นละอองบนเสื้อผ้า
"คุณคินคะ" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนับถือ "ทางทนายความของตระกูลวรโชติส่งอีเมลอ้อนวอนขอเข้าพบเป็นการด่วน พวกเขาบอกว่า... ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับการต่ออายุสัญญาเงินกู้ค่ะ"
คินวางแก้วกาแฟลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ เขาไม่ได้หันกลับมาทันที ปล่อยให้ความกดอากาศรอบตัวลดต่ำลงจนรินยังต้องกลืนน้ำลายลงคอ
"ทุกอย่างงั้นเหรอ?" คินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "วันที่พวกมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน วันที่พวกมันโยนสัญญาฉีกทิ้งใส่หน้าตอนที่ฉันไม่มีแม้แต่เงินกินข้าว... พวกมันเคยคิดจะให้โอกาสฉันบ้างไหม?"
รินเงียบงัน เธอย้อนนึกถึงภาพวันวาน ช่วงเวลาที่คินต้องก้มหน้าอดทนต่อความดูถูกเหยียดหยามจากครอบครัวแฟนเก่าของผู้หญิงคนนั้น—ผู้หญิงที่เลือกเงินตราและอนาคตที่มั่นคงมากกว่าความรักจอมปลอม แต่วันนี้... เกมมันเปลี่ยนไปแล้ว
ระบบเศรษฐีที่คินครอบครองไม่ได้มีไว้แค่หาเงิน แต่มีไว้เพื่อพิพากษาพวกเศษสวะที่ใช้เงินเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้อื่น!
"บอกพวกมันไป" คินหมุนตัวกลับมา สายตาดุดันราวกับพญาอินทรีมองตรงมาที่เลขาคู่ใจ มุมปากหยักยิ้มเยาะเล็กน้อย "ว่าถ้าอยากเจอฉัน ให้ไปคุกเข่ารอที่ทางเข้าล็อบบี้ตึกนี้... เหมือนกับที่พวกมันเคยสั่งให้ฉันไปคุกเข่าไสหัวออกไปเมื่อสองปีก่อน"
"รับทราบค่ะ" รินพยักหน้ารับคำสั่งอย่างเฉียบขาด ไม่มีร่องรอยความลังเลใจแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง รถยนต์หรูราคาแพงหลายคันแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าตึกสำนักงานใหญ่ ชายวัยกลางคนอย่างชัยวัฒน์ก้าวลงจากรถด้วยสภาพที่แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมของความเย่อหยิ่ง เส้นผมกระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เขาวิ่งหน้าตาตื่นฝ่าฝูงชนและรอยยิ้มสมเพชของพนักงานในตึกตรงไปยังล็อบบี้ทันที
ข้างกายเขามีบุตรสาวคนสวยผู้เคยเป็นอดีตคนรักของคินเดินตามมาด้วย ใบหน้าที่เคยเชิดสูงด้วยความมั่นใจ บัดนี้อาบไปด้วยคราบน้ำตาและรอยเครื่องสำอางที่ไหลเยิ้ม เธอรู้ดีว่าจุดจบมาถึงแล้ว และคนที่กุมชะตากรรมของพวกเธอก็ไม่ใช่ใครอื่น...
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากชั้นบนสุดเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของคินในชุดสูทสีดำสนิท โดยมีรินเดินถือเอกสารตามหลังมาติดๆ รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวคินทำให้ชัยวัฒน์และบุตรสาวถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นหินอ่อนทันทีโดยไม่ต้องมีใครผลัก
"คุณคิน...! ได้โปรดเถอะครับ เมตตาตระกูลของเราด้วย!" ชายวัยกลางคนพุ่งเข้าไปหมายจะกอดขา แต่อิมเมจการ์ดชุดสูทสีดำด้านหลังสองคนก้าวเข้ามายืนขวางเอาไว้ด้วยความรวดเร็วราวกับปีศาจ
คินก้มมองสองพ่อลูกที่กำลังหมอบราบคาบศิษย์แทบเท้าด้วยสายตาไร้ซึ่งความปราณี มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองคำแท้ลวดลายประณีตออกมาถือไว้ในมือ
"ความเมตตา?" คินทวนคำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างน่ากลัว "น่าเสียดาย... ระบบของผมไม่เคยจัดสรรงบประมาณไว้ให้สุนัขที่กำลังใกล้ตาย"
พูดจบ คินก็ส่งสัญญาณมือให้รินยื่นเครื่องรูดบัตรพกพาขนาดเล็กมาตรงหน้า ในขณะที่ตาดคมกริบยังคงจ้องมองอดีตคนรักที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแว่นตาที่เปียกชุ่มด้วยน้ำตาและความสิ้นหวัง
"รูดวงเงินสุดท้าย... ปิดบัญชีความฉิบหายของตระกูลวรโชติให้หมด"
เสียงรูดบัตรเครดิตสีดำผ่านเครื่องอ่านดังขึ้นยาวนาน... *แควกกกก!* พร้อมกับไฟสถานะสีเขียวที่สว่างวาบขึ้นในความมืดมิดของล็อบบี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ นายน้อย "ผู้กล้าตกอับ" นำความสะใจมาเสิร์ฟให้ทุกท่านเสมอครับ!
ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน•ตอนที่ 21
การล่มสลายของตระกูลสารเลว
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!