"ดื่มให้อะไรดีล่ะครับ... แด่ความพินาศของพวกคุณ หรือแด่ความโง่เขลาที่ยอมเดินขึ้นเรือลำนี้มาเอง?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศหรูหราบนดาดฟ้าเรือยอร์ชส่วนตัวขนาดมหึมา ลมทะเลอ่าวไทยยามค่ำคืนพัดพาเอาละอองน้ำเค็มและกลิ่นอายของเงินตรามหาศาลปะทะเข้ากับใบหน้าของแขกรับเชิญทั้งสามคน ชายวัยกลางคนในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับถึงกับสำลักแชมเปญแพงลิบลิ่วในมือ ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา เมื่อเงาร่างของชายหนุ่มในชุดสูทร่วมสมัยก้าวออกมาจากมุมมืดของห้องโดยสาร
คิน ปรายตามองอดีตผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัท "ไอรอนเกท" ทั้งสามคนด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าลึกลงไปกลับมีความดุดันเย็นชาดั่งคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนลำคอของพวกมันได้ทุกเมื่อ ด้านข้างของเขาคือ ริน เลขาคู่ใจในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท เธอกำลังถือแท็บเล็ตหน้าจอเรืองแสงสีฟ้าอ่อน ซึ่งแสดงข้อมูลตัวเลขทางการเงินที่กำลังพลิกผันสถานะของคนทั้งห้องจาก "ผู้กุมอำนาจ" ให้กลายเป็น "ขอทานในพริบตา"
"คิน! แก... แกหมายความว่ายังไงวะ!" นายแพทย์วิทวัส ทุบแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยจนเสียงดังสนั่น ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "พวกเราเป็นถึงผู้ถือหุ้นใหญ่ นัดพวกเรามากลางทะเลแบบนี้ แกคิดจะเล่นตลกอะไร อาณาจักรไอรอนเกทมีมูลค่าเป็นหมื่นล้านนะเว้ย เด็กกะפู้กะปี้อย่างแกจะไปทำอะไรได้!"
คิน ไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งของมหาศาลผู้กุมชะตาชีวิตคนอื่นไว้ในกำมือ มือเรียวยาวหยิบแก้วทรงสูงขึ้นมาหมุนวนช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กดดันประสาทสัมผัสของแขกผู้สูงศักดิ์ทั้งสามให้พังทลายลงทีละน้อย
"หมื่นล้านเหรอครับ..." คินทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "น่าเสียดายจังนะครับ... ที่ตอนนี้ตัวเลขพวกนั้น กลายเป็นเศษกระดาษชำระในบัญชีของผมไปเรียบร้อยแล้ว"
นิ้วเรียวของรินแตะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเบาๆ พลันหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ก็ถูกฉายขึ้นกลางอากาศเหนือโต๊ะอาหาร ข้อมูลทางบัญชี รายชื่อผู้ถือหุ้น และสัญญากรรมสิทธิ์ทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาเป็นตัวอักษรสีแดงฉาน บ่งบอกถึงสถานะ "ล้มละลาย" และการ "ถูกซื้อกิจการแบบเป็นปรปักษ์ (Hostile Takeover)" ที่เสร็จสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ดวงตาของอดีตผู้บริหารทั้งสามคนแทบจะถסתออกจากเบ้า เมื่อเห็นชื่อเจ้าของใหม่ของบริษัทที่พวกมันรักและกอบโกยมาทั้งชีวิต... ชื่อนั้นคือ "Kิน โฮลดิ้งส์" ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นพุ่งทะยานแตะ 100% เต็ม
"เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!" ประธานบริหารอาวุโสทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เม็ดเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "เงินทุนมหาศาลขนาดนี้... แกเอามาจากไหน! บริษัทระดับนั้น ต่อให้ขายเลือดทั้งตัวแกก็ไม่มีทางซื้อได้ในเวลาแค่ชั่วโมงเดียวหรอก!"
คิน หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาโบกมือขึ้นกลางอากาศเบาๆ ราวกับกำลังปัดฝุ่นรำคาญใจ
"ความโง่เขลา... มักทำให้มนุษย์มองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าเสมอครับ" คินก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาของประธานอาวุโส กลิ่นอายกดดันระดับมหาเศรษฐีแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนแทบจะทำให้บรรยากาศรอบข้างหยุดนิ่ง "คุณคิดว่าระบบเศรษฐกิจที่พวกคุณใช้เหยียบย่ำคนอื่นเมื่อก่อน มันทำงานยังไงล่ะครับ? สำหรับผมแล้ว... เงินไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคืออาวุธที่ใช้สวบหัวพวกปลิงอย่างพวกคุณให้จมดินยังไงล่ะครับ"
ริน ขยับแว่นตากรอบบางเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน "เรียนท่านอดีตผู้บริหารทุกท่านค่ะ... ตอนนี้บัญชีส่วนตัวของพวกคุณถูกอายัดโดยระบบธนาคารกลางตามคำสั่งศาลเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากตรวจพบการทุจริตและฟอกเงินภายในองค์กร บ้านพัก รถยนต์หรูทุกคัน รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดถูกยึดเข้ากองทุนของบริษัทแม่แห่งใหม่แล้วค่ะ"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลในคืนมืดมิด ชายทั้งสามคนหน้าถอดสีจนแทบไม่เหลือความเป็นมนุษย์ ความเย่อหยิ่งและอำนาจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น พวกมันพากันคุกเข่าลงกับพื้นดาดฟ้าเรืออย่างหมดสภาพ เสียงร้องขอชีวิตและเสียงสะอื้นไห้เริ่มหลุดลอดออกมาจากปากของคนที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
"คิน... ท่านคิน! ผมขอร้องล่ะครับ ไว้ชีวิตพวกเราเถอะ อยากได้อะไร ผมยกให้หมด..."
"เงินเหรอครับ?" คินก้มมองดูร่างที่กำลังหมอบกราบแทบเท้าด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปราณี "ผมมีมากกว่าที่พวกคุณใช้ทั้งชาติจนชาติหน้าก็ไม่หมดแล้วล่ะครับ... สิ่งเดียวที่ผมต้องการในตอนนี้ ก็คือการได้เห็นพวกคุณสูญสิ้นทุกอย่าง เหมือนกับที่พวกคุณเคยทำกับผมเมื่อหลายปีก่อน"
เขาสบตากับริน ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันด้วยความพึงพอใจ ท่ามกลางเสียงร่ำไห้คร่ำครวญที่ดังระงมไปทั่วท้องทะเลอันมืดมิด
ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินสีแดงฉานก็พลันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลำเรือยอร์ช หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดบนโต๊ะดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ
ริน ขมวดคิ้วแน่น รีบก้มลงตรวจสอบแท็บเล็ตในมือทันที ก่อนที่ใบหน้าถอดสีของเธอจะหันมามองคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างสุดขีด
"ท่านคินคะ... ระบบป้องกันภัยทั้งหมดถูกแฮกจากภายนอกค่ะ และ... และมีสัญญาณการโอนเงินจำนวนมหาศาลออกจากบัญชีหลักของเราไปยังบัญชีปลายทางปริศนา!"
คิน หรี่ตาลงทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง นี่ไม่ใช่ฝีมือของพวกสวะที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเอง... แสงไฟสปอตไลท์แรงสูงนับสเภอร์ดวงก็สาดส่องลงมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ตรงดิ่งมายังดาดฟ้าเรือยอร์ชจนสว่างจ้าแสบตา เสียงใบพัดกรรโชกของเฮลิคอปเตอร์ทหารรุ่นใหม่ล่าสุดนับสิบลำดังกระหึ่มก้องฟ้ากดดันจนแก้วหูแทบแตก แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนร่างของทุกคนบนเรือเซถลา
ร่างหนึ่งก้าวลงมาจากบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ลำหลักที่บินนิ่งอยู่เหนือหัว... ร่างนั้นสวมชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าสวมหน้ากากอนามัยสีดำสนิทที่ปกปิดรอยยิ้มเย้ยหยัน ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับจ้องมองตรงมาที่คินด้วยความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
"ยินดีด้วยนะคิน... ที่ยึดบริษัทกระจอกๆ พวกนี้ได้สำเร็จ" เสียงทุ้มลึกลับดังผ่านเครื่องขยายเสียงทรงพลังสะท้อนก้องผืนน้ำ "แต่..."
หน้ากากสีดำถูกถอดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้คินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด...
"เกมของแก... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะ น้องชาย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ นายน้อย "ผู้กล้าตกอับ" นำความสะใจมาเสิร์ฟให้ทุกท่านเสมอครับ!
ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน•ตอนที่ 20
ปาร์ตี้บนเรือยอร์ชส่วนตัว
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก ระบบเศรษฐีก็เปย์ตัวเลือกมาให้เลือกฟัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!