นิ้วเรียวยาวของปรินทร์แตะลงบนริมฝีปากของฉันอย่างรวดเร็วก่อนที่ฉันจะได้เปล่งเสียงอุทาน ความมืดมิดในห้องเก็บเอกสารคดีเก่าของสำนักงานอัยการพิเศษถูกแต่งแต้มด้วยลำแสงไฟฉายที่กวาดผ่านรอยแยกของบานเกล็ดหน้าต่าง เสียงรองเท้าหนังบดขยี้พื้นทางเดินด้านนอกสะท้อนก้องเข้ามาในโสตประสาท หัวใจของฉันเต้นกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวที่จะถูกจับได้ว่าบุกรุกยามวิกาล แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาที่แนบอยู่บนเรียวปากของฉัน มันทั้งใกล้ชิดและอันตรายในเวลาเดียวกัน
"เงียบ..." เสียงกระซิบต่ำทุบ
ลงข้างใบหูของฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปัดผ่านเส้นผมที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียแก้ม ปรินทร์ขยับตัวเข้ามาแนบชิดจนแผ่นหลังของฉันชนเข้ากับชั้นวางเอกสารเหล็กความเย็นจัด ผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้าของสูททาบทับกันจนรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด
ลำแสงไฟฉายกวาดผ่านจุดที่เรายืนอยู่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตู ก่อนจะมีเสียงบิดลูกบิดโลหะดัง *คลิก... กริ๊ก* สองสามครั้ง แต่โชคดีที่ปรินทร์ฉลาดพอที่จะล็อกกลอนสำรองจากด้านในไว้ตั้งแต่เราก้าวเข้ามา
"แปลกแฮะ ล็อกได้ยังไง หรือแม่บ้านลืม?" เสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังลอดเข้ามา
"ช่างเถอะ รีบหาแฟ้มคดีของบริษัทสยามเมดิคอลให้เจอ นายใหญ่สั่งว่าต้องเคลียร์ให้สะอาดก่อนรุ่งสว่าง"
บทสนทนานั้นทำให้ฉันกับปรินทร์สบตากันในความมืด ดวงตาคมกริบของเขาเป็นประกายวาบด้วยความเจ้าเล่ห์และเยือกเย็น แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความท้าทายที่จุดประกายขึ้นในยามวิกาล มือหนาของเขาเลื่อนลงมาจับข้อมือฉันแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณให้อดทนรอ
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเหล่านั้นค่อยๆ เดินลับหายไปทางบันไดหนีไฟ ปรินทร์ถึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา เขายังไม่ยอมถอยห่าง ร่างสูงใหญ่ยังคงกักตัวฉันไว้ระหว่างชั้นวางเอกสารกับแผงอกของเขา
"ดูเหมือนว่าเราจะมีงานที่ต้องสะสางมากกว่าที่คิดนะคะ ท่านอัยการ" ฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาอุณหภูมิความเยือกเย็นในน้ำเสียงให้เป็นปกติ แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นรัวเร็วอย่างไม่ยอมเชื่อฟัง
"คุณต่างหากที่รนหาที่" ปรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย เขาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน "ถ้าผมไม่ดึงคุณเข้ามาซ่อนตรงนี้ป่านนี้คุณคงไปยืนอวดโฉมให้พวกมันเอาปืนจอกหัวไปแล้ว ทนายรณิดา"
"ฉันมีวิธีเอาตัวรอดของฉันเสมอค่ะ ไม่จำเป็นต้องพึ่งความหวังดีแบบฉวยโอกาสของคุณหรอก" ฉันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความใกล้ชิดนี้จะทำให้สมาธิของฉันกระเจิงไปไกลลิบ
"ความอวดดีนี่แหละที่จะทำให้คุณตายก่อนจะได้ขึ้นศาล" ปรินทร์กระซิบชิดริมฝีปาก สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองใบหน้าฉันตั้งแต่ดวงตาจรดริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะยอมถอยหลังออกไปอย่างน่าเสียดาย พร้อมกับเปิดไฟฉายขนาดเล็กจากโทรศัพท์มือถือขึ้นส่องสำรวจความเสียหาย
เราทั้งคู่ต้องลงพื้นที่สืบสวนร่องรอยคดีทุจริตของสยามเมดิคอลในวันนี้ และการลักลอบเข้ามาค้นหาหลักฐานลับในสำนักงานอัยการคือแผนการบ้าระห่ำที่ปรินทร์เป็นคนเสนอ แม้ฉันจะคัดค้านเพราะมันผิดระเบียบวิธีปฏิบัติอย่างร้ายแรง แต่เพราะหลักฐานในระบบถูกลบ Lออกไปจนหมดเกลี้ยง ทำให้เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้วิธีนอกตำรา
"แฟ้มคดีตัวจริงถูกสับเปลี่ยนไปแล้ว" ปรินทร์พึมพำขณะพลิกดูเอกสารบนโต๊ะทำงานที่รื้อค้นกระจัดกระจาย "คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่ระดับผู้บริหารบริษัทนั้นแน่ๆ มีคนในสำนักงานของเราหนุนหลังอยู่"
"ฉันเตือนคุณแล้วว่าคดีนี้มันมีอุดมการณ์ที่บิดเบี้ยวตั้งแต่ต้น" ฉันก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเขา กวาดสายตามองเอกสารที่เหลืออยู่ "คุณยังเชื่อในความยุติธรรมของระบบที่คุณสวมชุดครุยอยู่หรือเปล่าคะ ปรินทร์?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ปรินทร์ชะงักมือที่กำลังเปิดแฟ้ม เขาหันมามองหน้าฉัน แววตาที่เคยมีประกายหยอกเย้าแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและลุ่มลึก
"ความยุติธรรมไม่ได้ลอยมาเองตามตัวบทกฎหมาย รณิดา..." น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น เจือความเหนื่อยล้าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยอง "มันต้องแลกมาด้วยมือที่ยอมเปื้อนโคลน ถ้าผมมัวแต่เดินตามกรอบศีลธรรมอันสวยหรูแบบที่คุณยึดถือ ป่านนี้เหยื่อในคดีนี้คงนอนตายฟรีอย่างไร้ความเป็นธรรมไปนานแล้ว"
"แต่วิธีการมันสำคัญไม่แพ้เป้าหมายนะคะ!" ฉันสวนกลับทันควัน ความรู้สึกเจ็บปวดจากอดีตที่พ่อต้องตกเป็นจำแพงรับบาปเพราะกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาในอก "ถ้าเราเลือกที่จะทำลายกฎเพื่อรักษาความยุติธรรม แล้วเราจะต่างอะไรกับพวกโจรที่สวมสูทพวกนั้นล่ะคะ?"
"บางครั้งคุณก็โลกสวยเกินไป..." ปรินทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอีกครั้งด้วยความเร็วที่ตั้งตัวไม่ทัน มือหนาคว้าเอวบางของฉันไว้หลวมๆ เพื่อบังคับให้หยุดเถียง แววตาดุดันแต่แฝงด้วยความเร่าร้อนคู่นั้นจ้องมองมาอย่างลึกซึ้ง "โลกของผมไม่มีพื้นที่ให้คนอ่อนแอที่เอาแต่ท่องบทเรียนศีลธรรมหรอกนะ แต่ถ้าคุณอยากเปลี่ยนผม... คุณก็ลองพิสูจน์ให้ดูสิ ว่าวิธีของคุณมันดีกว่าจริง"
แรงดึงดูดระหว่างเราพุ่งสูงจนเกือบจะแตะจุดเดือด กลิ่นอายความเป็นชายและบรรยากาศตึงเครียดบีบคั้นให้อากาศในห้องเบาบางลง ฉันเงยหน้าสบตาเขา หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความโกรธและแรงปรารถนาที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก มือของฉันยกขึ้นวางบนแผงอกกว้างของเขา เตรียมจะผลักไสความสนิทสนมเกินเลยนี้ออกไป
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของฉันสัมผัสกับเนื้อผ้าสูทของเขา ปรินทร์ก็ชะงักกึก สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่ใบหน้าฉันอีกต่อไป แต่ก้มลงมองที่ใต้โต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง ซึ่งมีลิ้นชักชั้นล่างสุดถูกงัดจนเผยให้เห็นร่องรอยการไขกุญแจด้วยเครื่องมือช่าง
รอยขีดข่วนนั้นสดใหม่มาก... และมันไม่ได้เกิดจากพวกคนที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่
ปรินทร์ค่อยๆ ย่อตัวลง ใช้แสงไฟจากโทรศัพท์ส่องเข้าไปในช่องว่างใต้โต๊ะ ก่อนที่มือหนาจะล้วงเข้าไปหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากซอกลับที่ถูกอำพรางไว้เป็นอย่างดี
มันคือฮาร์ดดิสก์พกพาขนาดเล็กสีดำสนิท ที่มีรอยคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่บนพื้นผิวโลหะเย็นเฉียบ พร้อมกับสัญลักษณ์รูปตราประทับกระทรวงยุติธรรมที่สลักไว้ด้านหลังอย่างชัดเจน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 4
รอยร้าวในอุดมการณ์
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!