เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบวงกบดัง *‘กริ๊ก’* ตามด้วยเสียงกลไกเฟืองเหล็กขัดตัวอย่างแห้งแล้ง ดังก้องสะท้อนไปทั่วโสตประสาทของคนทั้งคู่
รณิดาชะงักฝีเท้า ปลายรองเท้าส้นสูงห้าเซนติเมตรหยุดนิ่งสนิท ห่างจากประตูไม้สักเก่าแก่ไม่ถึงคืบ เธอหันขวับกลับไปมองเบื้องหลัง ทันเห็นเงาทึบของบานประตูเหล็กดัดชั้นนอกที่เลื่อนปิดสนิทลงด้วยระบบล็อกอัตโนมัติ
ความมืดสนิทเข้าโอบล้อมรอบตัวทันทีราวกับมีใครเอาหมึกดำมาสาดใส่ พื้นที่อับชื้นกลิ่นอายดินและกระดาษเก่าคละคลุ้งเข้าจมูก ปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในห้องใต้ดินของอาคารสำนักงานร้างแห่งนี้ให้ตื่นตัวขึ้นอย่างฉับพลัน
“เวรเอ๊ย…” เสียงทุ้มต่ำของปรินทร์สบถลอดไรฟัน ความหงุดหงิดระคนเยือกเย็นแฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้นอย่างชัดเจน ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังเธอในระยะประชิด ไหล่กว้างแทบจะเบียดกับแผ่นหลังของเธอในความมืดมิด
“อย่าบอกนะคะว่าคุณไม่ได้เช็กระบบล็อกของตึกนี้ก่อนพาเดินลงมาสำรวจเอกสารสำนวนคดีเก่าเนี่ย” รณิดาเอ่ยเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล แต่สุ้มเสียงของทนายความสาวยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง เธอยกสมาร์ทโฟนขึ้น ปัดนิ้วเปิดไฟฉาย แสงสว่างจ้าสาดส่องผ่าความมืด เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ และใบหน้าคมคายของอัยการหนุ่มที่อยู่ห่างกันแค่คืบ
ปรินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเจอแสงกะทันหัน ดวงตาคมกราบกวาดมองสำรวจแผ่นหลังบางที่ตั้งตรงราวกับเหล็กกล้า เขาแค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกขันในสถานการณ์วิกฤต
“ผมเป็นอัยการฝ่ายฟ้องคดีอาญาคุณนิดครับ ไม่ใช่ภารโรงหรือช่างซ่อมบำรุงอาคาร ใครจะไปรู้ว่าระบบความปลอดภัยของสำนักงานทนายความที่ล้มละลายไปเมื่อสิบปีก่อน จะยังทำงานได้ดีกว่ากล้องวงจรปิดในศาลเสียอีก”
“แต่ความสะินอทสะอางของคุณเกือบทำให้เราต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่จนถึงเช้า…” รณิดากดเสียงต่ำลง ดวงตากลมโตหันกลับมามองสบตากับเขาตรงๆ แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์สะท้อนแววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและข้อกังขา “หรือว่านี่คือแผนการของคุณคะ อัยการปรินทร์? อยากใช้บรรยากาศแบบนี้บีบให้ฉันหลุดปากเรื่องสำนวนคดีฉ้อโกงที่ดินของตระกูลศิวะกรออกมาอย่างนั้นเหรอคะ”
ปรินทร์นิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบของอัยการหนุ่มหรี่แคบลง ประเมินหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความฉุนเฉียวและความทึ่ง ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยเสียศูนย์เลยจริงๆ ต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่จนมุมแค่ไหน สมองเธอก็ยังคงทำงานด้วยตรรกะและข้อสงสัยเชิงวิชาชีพเสมอ
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปอีกก้าว บีบให้ร่างระหงต้องถอยหลังไปจนติดกับชั้นวางเอกสารเหล็กขึ้นสนิม ปรินทร์โน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนรณิดารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ
“ถ้าผมอยากใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบคุณจริงๆ ผมคงไม่เลือกห้องใต้ดินที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณโทรศัพท์แบบนี้หรอกครับ… คุณนิด” เสียงกระซิบของเขานุ่มทุ้มและแหบพร่าในความเงียบสงัด มันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจของทนายความสาวกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย “อีกอย่าง… เรื่องสำนวนคดีศิวะกร ผมสนใจก็จริง แต่ตอนนี้ สิ่งที่ผมสนใจมากกว่า คือข้างในหัวสมองอันเฉียบคมของคุณต่างหาก ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้กล้าเอาตัวเองมาเสี่ยงในคดีที่แม้แต่ตำรวจยังถอนตัว”
รณิดาไม่ได้ถอยหนี เธอยืนนิ่งให้อีกฝ่ายกดดัน แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดและมืดมิดนี้กำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวมนุษย์ กลิ่นอายความเป็นชายและน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายอับชื้นรอบตัว สร้างบรรยากาศที่อันตรายและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
“เพราะฉันไม่มีทางเลือกต่างหากล่ะคะ” รณิดากระซิบตอบ น้ำเสียงของเธอสั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้ แต่ก็ยังคงความแข็งกร้าวเอาไว้ “ความอยุติธรรมไม่ได้รอให้เราพร้อมเสมอไปหรอกนะคะ อัยการปรินทร์… เหมือนกับที่คุณเองก็คงมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องยอมเอาชื่อเสียงและอนาคตมาเสี่ยงกับการรื้อฟื้นคดีเมื่อสิบปีก่อนขึ้นมาใหม่ ทั้งที่รู้ว่ามันอาจจะลากคุณลงเหวไปด้วย”
สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มมุมปากของปรินทร์ก็เลือนหายไปทันที แววตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนและลึกล้ำ ชั่วขณะหนึ่ง รณิดารู้สึกได้ถึงความหนטเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม ราวกับว่ากำแพงที่เขาใช้ปกปิดตัวตนมาตลอดได้ถูกสะกิดให้ร้าวฉาน
“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้าง… รณิดา”
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไร้ซึ่งความกวนประสาท มีเพียงความจริงจังที่หนักอึ้งราวกับภูเขา ปรินทร์ยื่นมือมาวางทราบลงบนชั้นเหล็กด้านหลังศีรษะของเธอ กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนกล่องกระดาษข้างๆ ส่องกระทบเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา เผยให้เห็นกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
รณิดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอรับรู้ถึงอดีตและบาดแผลที่ซ่อนอยู่ภายใต้สูทตัดเย็บราคาแพงและตำแหน่งอัยการอนาคตไกลของเขา
“ฉันรู้ว่า… คุณไม่ได้เข้ามาทำคดีนี้เพราะคำสั่งของผู้บังคับบัญชา” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้แผ่นหลังจะแนบชิดกับความเย็นเยียบของเหล็ก “และฉันก็รู้ว่า… คดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบปีก่อน ที่ทำให้ครอบครัวของคุณต้องพังทลายลง กับคดีฉ้อโกงที่ดินที่ฉันกำลังทำอยู่ มันมี ‘จุดตัด’ เดียวกัน”
บรรยากาศในห้องใต้ดินราวกับหยุดนิ่งลง ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นแข่งกับความมืด ปรินทร์มองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววแนיแน่วและเจ็บปวดไม่แพ้กัน ความลับที่เขาเก็บงำไว้ใต้พรมมานานนับปี กำลังถูกผู้หญิงตรงหน้าเปิดออกทีละชั้นด้วยความฉลาดเป็นกรด
ปรินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขสิ้นเชิง ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รณิดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
“คุณนี่มัน… อันตรายจริงๆ น้า ทนายรณิดา” เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ “ฉลาดเกินไป จนบางทีผมอยากจะปิดปากคุณเสียให้รู้แล้วรู้รอด…”
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบสัมผัส รณิดาหลับตาลงเสี้ยววินาทีเพื่อตั้งรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแตะกัน เสียงโลหะกระทบกันดัง *‘แกร๊ก’* จากมุมมืดลึกเข้าไปในห้องใต้ดินก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ!
ทั้งคู่ผละออกจากกันในเสี้ยววินาที รณิดาหันขวับไปตามต้นเสียงทันที ปรินทร์ชักปืนพกออกจากซองใต้สูทอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณดิบ พร้อมกับใช้มืออีกข้างดึงร่างบางของรณิดาให้มาหลบอยู่ด้านหลังแผงอกกว้างทันที
แสงไฟฉายจากโทรศัพท์ถูกกวาดไปสาดส่องยังมุมอับลึกของห้องใต้ดิน แสงสีขาวนวลกวาดผ่านซองเอกสารเก่าๆ และลังกระดาษทึบ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่บางสิ่งบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ทำงานตัวเก่า
บนโต๊ะนั้น… มีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลอ่อนเล่มหนึ่งวางอยู่เด่นเป็นสง่า ด้านบนของแฟ้มมีกระดาษโน้ตสีเหลืองแปะไว้ ตัวหนังสือพิมพ์ดีดด้วยหมึกสีดำสนิท ราวกับเพิ่งมีใครเอามาวางไว้เมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมานี้เอง
รณิดาหดหายใจสะดุด เมื่อสายตากวาดไปอ่านข้อความสั้นๆ บนกระดาษโน้ตแผ่นนั้น
*‘ความจริงที่พวกคุณตามหา… ไม่ได้อยู่ในสำนวนคดี แต่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกคุณเอง’*
ปรินทร์ขมวดคัดเข้าหากันแน่น ดวงตาดุดันกวาดมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า ก่อนที่สายตาจะคมกริบจะก้มลงมองพื้นคอนกรีตเก่าๆ ใต้รองเท้าของตนเอง… ที่มีรอยต่อของแผ่นปูนซีเมนต์ซึ่งถูกงัดออกจนเผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดเบื้องล่าง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะคะ
- แสงดาวพร่างพราว -
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 5
เสียงกระซิบในความมืด
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!