เสียงตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องพิจารณาคดี ราวกับเสียงฟ้าผ่าที่ผ่ากลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด ปรินทร์ยืนนิ่งสงอยู่หลังแท่นพยาน ดวงตาคมกราบกวาดมองเอกสารในมือสลับกับร่างเพรียวบางของรณิดาที่ยืนอยู่ฝั่งทนายโจทก์
คำถามของเขาเมื่อคืนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
*“คุณจะกล้าแฉพ่อของผม เพื่อเอาชนะคดีนี้ไหม?”*
รณิดากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ในห้องพิจารณาคดีที่เต็มไปด้วยความกดดัน สายตาของผู้พิพากษา คณะลูกขุน และผู้คนนับสิบชีวิตกำลังจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว ไม่มีที่ว่างให้ความอ่อนแอ ไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเลใจในฐานะทนายความมืออาชีพ และที่สำคัญ... ไม่มีทางที่เธอจะยอมให้ความอยุติธรรมชนะอีกเป็นครั้งที่สองในชีวิต แม้ว่าผู้ที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามในวันนี้ จะเป็นบิดบังเกิดเกล้าของชายหนุ่มที่เธอ... กำลังมอบหัวใจให้ครึ่งหนึ่งอย่างลับๆ ก็ตาม
"ท่านผู้พิพากษาครับ" ปรินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท แววตาของอัยการหนุ่มไม่มีร่องรอยของความลังเล ทว่ากลับซ่อนประกายบางอย่างที่อ่านยากเอาไว้ "พยานปากสุดท้ายที่ทางอัยการจะนำสืบในวันนี้ ไม่เพียงแต่จะพลิกรูปคดีทั้งหมด แต่จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า... ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้พรมอันหรูหรานั้น น่ารังเกียจเพียงใด"
รณิดาหรี่ตามองเขาอย่างระแวดระวัง สมองอันเฉียบคมประมวลผลอย่างรวดเร็ว ปรินทร์กำลังเล่นเกมจิตวิทยา เขากำลังโยนไพ่ตายใบสุดท้ายออกมา และเธอก็ต้องเตรียมรับมือกับมันอย่างสมศักดิ์ศรี
"เชิญพยานปากสุดท้ายขึ้นมาได้ครับ" ผู้พิพากษาเอ่ยอนุญาต
ประตูห้องพิจารณาคดีเปิดออกอีกครั้ง ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด สั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ทันทีที่รณิดาเห็นใบหน้านั้น หัวใจของเธอก็เต้นกระหน่ำรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก นั่นคือ "คุณชายอัศวิน" นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และเป็นบิดาแท้ๆ ของปรินทร์เอง!
เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นในห้องพิจารณาคดีทันที ไม่มีใครคาดคิดว่าอัยการหนุ่มผู้กุมสำนวนคดีนี้ จะกล้าเรียกบิดาของตนเองมาเป็นพยานปากสำคัญเพื่อหักล้างหลักฐานทั้งหมด รณิดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก เธอหันไปมองปรินทร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าหล่อเหลานั้นราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับส่งสัญญาณบางอย่างมาถึงเธอ—*สัญญาณที่บอกว่าเขากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยความเจ็บปวดก็ตาม*
"เชิญคุณอัศวินสาบานตนครับ" เจ้าหน้าที่ศาลกล่าว
หลังจากขั้นตอนการสาบานตนเสร็จสิ้น ปรินทร์ก็ก้าวเดินเข้าไปใกล้แท่นพยานช้าๆ ฝีเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคงราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมได้สำเร็จ บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงทันที ราวกับทุกคนต่างกลั้นหายใจรอฟังคำพิพากษาจากปากของสองพ่อลูกคู่นี้
"ท่านพยานครับ" ปรินทร์เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เยือกเย็นจนน่ากลัว "เมื่อวันที่สิบห้าเดือนก่อน ช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน คุณอยู่ที่ไหนครับ"
คุณชายอัศวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาหลบเลี่ยงไม่กล้าสบตากับบุตรชาย "ฉัน... ฉันอยู่ที่คฤหาสน์... พักผ่อนอยู่ที่บ้าน"
"โกหก!" ปรินทร์สวนกลับทันควัน เสียงของเขาไม่ได้ดังตวาด แต่กลับทรงพลังและเฉียบคมจนคนฟังต้องสะดุ้ง "บันทึกการเดินทางของระบบ GPS รถยนต์ประจำตำแหน่ง และภาพจากกล้องวงจรปิดรอบบริเวณบริษัทของคุณ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รถยนต์คันที่คุณใช้เดินทางออกจากคฤหาสน์ในเวลาห้าสิบนาทีต่อมา และมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ... จุดเดียวกับที่เหยื่อถูกฆาตกรรม!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นระลอกใหญ่อีกครั้ง ผู้พิพากษาต้องเคาะค้อนลงบนโต๊ะเพื่อควบคุมความสงบ รณิดานั่งนิ่ง สมองของเธอกำลังวิเคราะห์ทุกคำพูดของปรินทร์ เขาไม่ได้แค่นำพยานมาเพื่อแฉบิดาตัวเอง แต่เขาเตรียมหลักฐานมัดตัวที่แน่นหนาเสียจนไม่มีช่องโหว่ให้ดิ้นหลุดเลยแม้แต่น้อย
คุณชายอัศวินหน้าถอดสี มือที่เกาะขอบแท่นพยานสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "แก... แกกล้าเอาหลักฐานพวกนี้มาปรักปรำพ่อตัวเองเหรอไอ้ปริ้นซ์!"
"ผมไม่ได้ปรักปรำใครครับ ท่านพยาน... ผมกำลังทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านเองต่างหากที่เป็นคนสอนผมมาตลอดชีวิต!" ปรินทร์เน้นย้ำทีละคำ แววตาของอัยการหนุ่มไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "ตอบคำถามของศาลมาเถอะครับว่า... คืนนั้น คุณไปทำอะไรที่โกดังร้างแห่งนั้น พร้อมกับบัญชีลับที่ใช้ฟอกเงินของบริษัทจริงหรือไม่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพิจารณาคดีอีกครั้ง ทุกสายตานับร้อยคู่จ้องมองไปยังคุณชายอัศวินที่ตอนนี้ราวกับคนแก่ใกล้ตาย ไหล่ที่เคยตั้งตรงลู่ลง ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกทำลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี
รณิดาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เธอสบตาปรินทร์ชั่วเสี้ยววินาที เคมีบางอย่างระหว่างพวกเขาลอยวนอยู่ในอากาศ—ความเข้าใจ ความเจ็บปวด และความเคารพซึ่งกันและกันในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความถูกต้อง
"ท่านผู้พิพากษาคะ" รณิดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชัดถ้อยชัดคำ "ในเมื่อพยานได้ยอมจำนนต่อหลักฐานและรูปคดีทั้งหมดแล้ว ทางฝั่งโจทก์ขอส่งมอบหลักฐานชิ้นสุดท้าย เป็นเส้นทางการเงินเชื่อมโยงบัญชีลับของคุณชายอัศวิน เข้ากับบัญชีบริษัทของจำเลย เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของลูกความดิฉันอย่างสมบูรณ์ค่ะ"
เธอวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะพิจารณาคดีอย่างมั่นใจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของทนายสาวผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา
เวลาผ่านไปชั่วครู่ ผู้พิพากษาอ่านเอกสารหลักฐานทั้งหมดอย่างพินิจพิเพเคราะห์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาที่เด็ดขาด
"ศาลมีคำพิพากษา..."
เสียงหัวใจของทุกคนในห้องเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน รณิดากำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ปรินทร์หันมามองเธอ แววตาคมกริบนั้นฉายแววอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ ราวกับจะบอกว่าพวกเราทำสำเร็จแล้ว
"...ให้ยกฟ้องจำเลยในทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากพยานหลักฐานใหม่จากทางอัยการและทนายโจทก์มีความแน่นหนาเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า จำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมดังกล่าว และคำให้การของพยานปากสุดท้ายได้เปิดโปงผู้กระทำความผิดที่แท้จริงอย่างกระจ่างชัด ปิดคดี!"
*ปัง!*
เสียงค้อนของผู้พิพากษาดังขึ้นเป็นสัญญาณปิดคดีอย่างเป็นทางการ ทันใดนั้น เสียงปรบมือก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องพิจารณาคดี ผู้คนต่างลุกขึ้นยืนแสดงความชื่นชมในความกล้าหาญและความเฉียบคมของทนายสาวและอัยการหนุ่มผู้พลิกคดีได้อย่างงดงามที่สุดในประวัติศาสตร์ศาล
รณิดาระบายลมหายใจออกมา23ยาวเหยียด ความกดดันตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามลายหายไปในพริบตา เธอกำลังจะหันไปเก็บเอกสารบนโต๊ะ ทว่าจู่ๆ ข้อมือเรียวก็ถูกรั้งไว้ด้วยมืออุ่นจัดของใครบางคน
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของมือคู่นั้น ปรินทร์ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นระบายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเดิม แต่แววตากลับลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง
"ชนะคดีแล้วนะ ทนายรณิดา..." ปรินทร์โน้มตัวลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าเบาจนทำให้ใจเธอสั่นไหว "ทีนี้... ถึงเวลาที่คุณต้องรับผิดชอบหัวใจของอัยการตัวร้ายคนนี้ ที่ยอมหักหลังพ่อตัวเองเพื่อคุณบ้างแล้วล่ะ..."
เขายังไม่ทันได้พูดประโยคถัดไป ประตูห้องพิจารณาคดีด้านหลังที่เชื่อมต่อกับห้องควบคุมตัวก็เปิดผางออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายก้าวเข้ามา พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดนักโทษที่ถูกใส่กุญแจมือเดินก้มหน้าเข้ามาหยุดอยู่ตรงกลางห้อง
ปรินทร์ชะงัก รณิดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ เมื่อบุคคลที่ถูกคุมตัวเข้ามาใหม่เงยหน้าขึ้นสบตากับพวกเขา—ใบหน้านั้นทำให้ลมหายใจของอัยการหนุ่มถึงกับสะดุดกึก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 30
ก้าวสำคัญสู่ชัยชนะ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!