แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำถูกโยนลงบนโต๊ะไม้โอ๊คจนเกิดเสียงดังปัง รณิดานิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม มือที่เคยหยิบจับปากกาด้ามหรูอย่างมั่นคงบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อย สายตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอแล็ปท็อปที่มืดสนิท—ไฟล์หลักฐานสำคัญที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดสามเดือนถูกลบหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับฮาร์ดไดรฟ์สำรองที่กลายเป็นเพียงเศษพลาสติกไร้ค่าท่ามกลางกองขยะในห้องทำงานของเธอ
“มันจบแล้ว ปริ้นซ์” เสียงของเธอแหบพร่า ราวกับมีก้อนกรวดติดอยู่ในลำคอ “ทุกอย่างที่ฉันทุ่มเท... คำพูดของพยาน ความหวังของครอบครัวเหยื่อ... หายไปในพริบตาเดียว”
รณิดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ร่างกายที่เคยสง่างามในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบดูเล็กลงถนัดตา เธอไม่ใช่ทนายความสาวผู้เยือกเย็นอีกต่อไป แต่เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับความโสมมของเกมอำนาจที่เธอไม่มีวันชนะ
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังใกล้เข้ามา ปรินทร์หยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์เจือกลิ่นฝนจางๆ จากตัวเขาทำให้อากาศที่ตึงเครียดดูจะเบาบางลงเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้พูดปลอบโยนด้วยคำหวานหูเหมือนพระเอกในนิยายน้ำเน่า เขาเพียงแค่หย่อนตัวนั่งลงบนขอบโต๊ะ จ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบที่อ่านไม่ออก
“ร้องไห้สิ” ปรินทร์เอ่ยขึ้น เรียบเฉยและตรงไปตรงมา “ถ้าความยุติธรรมมันเปราะบางจนพังทลายได้ด้วยปุ่มลบไฟล์เดียว ร้องไห้ออกมาให้พอ แล้วหลังจากนั้นก็ลาออกไปซะ ไปใช้ชีวิตเป็นทนายความเอกชนที่รับแค่คดีมรดก หรือคดีหมิ่นประมาทในโซเชียลมีเดียที่ไม่มีใครต้องเอาชีวิตมาเสี่ยง”
รณิดาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาสั่นระริกด้วยความโกรธ “คุณพูดง่ายนี่! คุณมันก็แค่คนในระบบสีเทาที่วันหนึ่งก็อาจจะเป็นคนที่ทำลายมันเสียเอง คุณไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าการเห็นความถูกต้องถูกเหยียบย่ำมันรู้สึกยังไง”
ปรินทร์โน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเจ้าเล่ห์ แต่มีความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้คนมองต้องหยุดหายใจ “ใช่ ผมอาจจะไม่ได้ขาวสะอาด และใช่... ในระบบที่เน่าเฟะแบบนี้ การจะเอาชนะมันไม่ได้ใช้แค่ความถูกต้อง แต่มันต้องใช้ 'ความร้าย' ที่เหนือกว่า”
เขาหยิบปากกาของเธอขึ้นมา แล้ววางลงบนมือของเธออย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่นด้วยแรงกด “คุณคิดว่าผมปล่อยให้พวกเขาทำลายมันไปง่ายๆ งั้นหรือ? รณิดา... คุณน่ะเก่งในเรื่องกฎหมาย แต่คุณยังขาด 'สัญชาตญาณสัตว์ป่า' ที่จะล่าพวกมัน”
“คุณหมายความว่ายังไง?”
ปรินทร์หยิบสมาร์ทโฟนของเขาขึ้นมา กดส่งไฟล์บางอย่างไปยังเครื่องของเธอ “ไฟล์ที่คุณเห็นว่าถูกลบไปน่ะ มันเป็นแค่ 'กับดัก' ที่ผมวางไว้ให้ไอ้พวกหนอนบ่อนไส้ในสำนักงานของคุณเอง ถ้าพวกมันไม่ลงมือ เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าใครเป็นคนขายข้อมูลให้ฝั่งจำเลย”
รณิดาเปิดไฟล์ที่ได้รับ ข้อมูลเชิงลึก เส้นทางการเงิน และบันทึกเสียงสนทนาที่มัดตัวผู้กระทำผิดได้อย่างดิ้นไม่หลุดปรากฏอยู่ตรงหน้า หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความรู้สึกฮึกเหิมที่เคยมอดดับไป กลับมาปะทุขึ้นราวกับเปลวไฟที่ได้รับเชื้อเพลิงชั้นดี
“คุณหลอกฉัน...” เธอพึมพำ แต่ทว่ากลับไม่มีความโกรธหลงเหลืออยู่ มีเพียงความทึ่งและแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่รุนแรงกว่าเดิม
“ผมไม่ได้หลอก ผมแค่ 'คัดกรอง' คนที่จะก้าวเดินไปกับผม” ปรินทร์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขามองเธอด้วยสายตาที่ท้าทาย “คุณจะยอมแพ้ให้กับการตบตาเพียงแค่นี้ หรือจะใช้สิ่งที่ผมส่งให้ ไปฟาดหน้าพวกมันในศาลให้หน้าหงายล่ะ ทนายรณิดา?”
รณิดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความดุดันที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งชัยชนะ เธอไม่ได้ถอยหลังกลับ แต่เธอกลับลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับอัยการหนุ่มผู้ร้ายกาจตรงหน้า
“ถ้าคุณคิดว่าการส่งของขวัญชิ้นนี้มาให้ จะทำให้ฉันต้องติดหนี้บุญคุณจนต้องยอมทำตามเกมของคุณล่ะก็... คุณคิดผิดแล้ว ปรินทร์” เธอเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความนัยยะปรากฏขึ้น “เพราะจากนี้ไป ฉันจะใช้มันจัดการพวกมันทุกคน... รวมถึงตรวจสอบคุณด้วย ถ้าวันไหนที่คุณก้าวข้ามเส้นที่ฉันตั้งไว้ ฉันจะไม่ลังเลที่จะฟ้องคุณเป็นคนแรก”
ปรินทร์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูพึงพอใจอย่างที่สุด “นั่นแหละ... คือตัวตนที่ผมอยากเห็น”
ท่ามกลางความเงียบในยามวิกาลของสำนักงานกฎหมาย รณิดาหันไปจัดการกับเอกสารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอสัมผัสได้ถึงสายตาของปรินทร์ที่มองเธอไม่วางตา มันไม่ใช่สายตาหื่นกระหาย แต่เป็นสายตาของนักล่าที่พบคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อและน่าหลงใหลที่สุดในชีวิต
ขณะที่เธอกำลังจัดลำดับพยานปากสำคัญ เสียงแจ้งเตือนจากอีเมลลับฉบับหนึ่งก็ดังขึ้นบนหน้าจอ เป็นอีเมลนิรนามที่ส่งภาพถ่ายชุดหนึ่งมาให้ ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นว่า "ผู้บงการ" ผู้อยู่เบื้องหลังคดีนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่ปรินทร์กำลังพยายามปกป้องมาโดยตลอด... พ่อของเขาเอง
รณิดาชะงักมือที่กำลังพิมพ์ เธอเงยหน้าขึ้นมองปรินทร์ที่ยังคงยืนพิงโต๊ะมองเธออยู่ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เธอนิ่งอึ้ง... เขาเป็นคนส่งข้อมูลนี้มาให้เธอจริงหรือ? หรือนี่คือกับดักอีกขั้นที่เขาวางไว้เพื่อทดสอบว่าเธอจะกล้าหักหลังเขาเพื่อความถูกต้องหรือไม่?
ปรินทร์เหลือบมองหน้าจอของเธอแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา... เป็นยิ้มที่เศร้าและเหี้ยมเกรียมในเวลาเดียวกัน
“ถึงเวลาเลือกระหว่าง 'หัวใจ' หรือ 'อุดมการณ์' แล้วล่ะ รณิดา... คุณจะกล้าแฉพ่อของผม เพื่อเอาชนะคดีนี้ไหม?”
แสงดาวพร่างพราวขอบพระคุณทุกการติดตามและกำลังใจจากรี้ดเดอร์ทุกท่านนะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 29
น้ำตานักสู้
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!