“คุณกำลังเอาชีวิตคนไปวางบนโต๊ะพนันนะคะ ปรินทร์”
เสียงของรณิดาเย็นเยียบพอๆ กับอุณหภูมิภายในรถหรูที่จอดสนิทอยู่ใต้ทางด่วนเปลี่ยวร้าง เธอไม่ได้หันไปมองคนข้างกาย ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังแฟ้มเอกสารในมือที่เพิ่งได้รับมาจากพยานปากสำคัญที่ตอนนี้... น่าจะไม่มีลมหายใจอยู่บนโลกนี้แล้ว
ปรินทร์หมุนพวงมาลัยรถเล่นเบาๆ นิ้วเรียวยาวเคาะจังหวะลงบนหนังหุ้มพวงมาลัยด้วยท่วงท่าผ่อนคลายที่ดูขัดกับสถานการณ์รอบด้านอย่างสิ้นเชิง “พนันเหรอ? ไม่หรอกนิด ผมแค่กำลังคัดกรองขยะออกจากระบบกฎหมายที่คุณเทิดทูนนักหนา”
“ขยะเหรอคะ? พยานคนนั้นคือมนุษย์ที่มีครอบครัว มีชีวิต และเขากำลังจะไปให้การในเช้าวันพรุ่งนี้!” รณิดากระแทกแฟ้มลงบนคอนโซลรถ เสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัด “คุณรู้ดีว่าใครอยู่เบื้องหลังการเก็บเขา แต่คุณกลับเลือกที่จะเงียบเพื่อดึงดูดปลาตัวใหญ่กว่าให้ติดเบ็ด คุณกำลังเล่นกับไฟโดยที่ลืมไปว่าน้ำมันรอบตัวเราน่ะมันท่วมสูงแค่ไหนแล้ว”
ปรินทร์หันมาสบตาเธอ แววตาที่เคยฉายความดื้อรั้นเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกที่อ่านยาก เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนรณิดาสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสานกับกลิ่นบุหรี่ที่เขาเพิ่งดับไป “ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ปลาตัวนั้นจะไม่มีวันโผล่หัวออกมาจากหลุม และคนตายอีกนับร้อยจะไม่มีวันได้รับความเป็นธรรม คุณฉลาดเกินกว่าจะมองไม่เห็นภาพรวมนะรณิดา อย่าเอามาตรฐานศีลธรรมส่วนบุคคลมาตัดสินกลยุทธ์ทางสงครามเลยค่ะ”
“มันไม่ใช่สงคราม แต่มันคือความเป็นธรรม!” รณิดาเถียงกลับ ดวงตาของเธอไหววูบด้วยความเจ็บปวด “ถ้าเราต้องใช้ชีวิตคนแลกกับชัยชนะในศาล งั้นเราก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่เรากำลังไล่ล่าอยู่เลย”
“แต่เราต่างกันนิดเดียว” ปรินทร์เอื้อมมือมาแตะข้อมือเธอ แผ่วเบาแต่หนักแน่นด้วยแรงดึงดูดที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด “ผมยินดีจะแปดเปื้อนเพื่อให้คุณได้ยืนอยู่บนพื้นที่สะอาดสะอ้านนั่น... นี่คือวิธีที่ผมปกป้องคุณ”
รณิดาสะบัดมือเขาออกด้วยความสั่นเทา ก่อนจะขยับตัวจะเปิดประตูรถ ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงเตือนข้อความในโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติ
ข้อความจากลูกขุนหมายเลขเจ็ดที่เธอเพิ่งคุยด้วยเมื่อเย็น...
*‘พวกเขารู้ที่อยู่ลูกสาวผมแล้ว ทนายรณิดา... ผมขอโทษ ผมทำตามที่พวกเขาต้องการไม่ได้อีกต่อไป’*
รณิดาชะงัก ลมหายใจขาดห้วง เธอหันกลับมาหาชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตระหนก “ปรินทร์... คุณส่งใครไปประกบลูกขุนหรือเปล่า”
ปรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาที่เคยเรียบเฉยเริ่มเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมที่เข้มข้นขึ้น “ผมไม่ได้ทำ แต่ถ้ามีคนอื่นทำ... นั่นหมายความว่าเกมนี้หลุดจากการควบคุมของเราแล้ว”
เขากดล็อกประตูรถทันทีโดยไม่รีรอ เสียงเครื่องยนต์คำรามดังสนั่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เขาเร่งเครื่องพุ่งทะยานออกไปจากใต้ทางด่วนด้วยความเร็วสูง ทว่าในวินาทีที่รถเลี้ยวโค้ง รณิดาก็เห็นเงาดำของรถตู้สีเข้มสองคันที่จอดแอบอยู่หลังเสาตอม่อโผล่ออกมาขวางเส้นทางอย่างจงใจ
“จับไว้!” ปรินทร์ตวาด ก่อนจะหักพวงมาลัยหลบฉากอย่างรุนแรง
แรงเหวี่ยงทำให้นิริดาเซกระแทกกับประตูรถ สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางวิกฤต เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การขัดขวาง แต่มันคือการปิดปากพยานที่เหลือรอดคนสุดท้าย นั่นก็คือตัวเธอเองและปรินทร์
“พวกเขารู้แผนของเราทั้งหมด!” รณิดาตะโกนแข่งกับเสียงยางรถยนต์ที่เบียดกับพื้นถนนจนเกิดควันคลุ้ง “มีคนในสำนักงานอัยการหักหลังเรา!”
ปรินทร์กัดกรามแน่น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนจนมุม “ผมรู้อยู่แล้วว่ามีหนอน แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะกล้าทำถึงขั้นนี้”
รถของพวกเขาถูกบีบให้เข้ามุมในซอยตัน ปรินทร์เบรกตัวโก่งจนรถหยุดกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนที่จะถูกทำลายด้วยเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นจากรถคันหลัง รอยกระสุนเจาะเข้าที่กระจกหลังจนแตกละเอียด รณิดาก้มตัวลงต่ำตามสัญชาตญาณ ปรินทร์เอื้อมมือมากดหัวเธอไว้แน่นเพื่อปกป้อง
“ฟังผมนะรณิดา” เขาหันมาสบตาเธอท่ามกลางสถานการณ์เฉียดตาย น้ำเสียงของเขาอ่อนลงแต่ยังคงความเด็ดขาด “ในลิ้นชักลับที่บ้านพักตากอากาศของผม มีหลักฐานการโอนเงินของรัฐมนตรีคนนั้นเก็บไว้ทั้งหมด ถ้าผมออกไปไม่ได้... ให้คุณใช้มันเป็นอาวุธ”
“อย่าพูดเหมือนจะทิ้งฉันไว้ที่นี่นะ!” รณิดาขัดขึ้น น้ำตาแห่งความโกรธและหวาดกลัวเริ่มเอ่อคลอ
“ผมไม่ทิ้งคุณหรอก” ปรินทร์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใจของเธอเต้นรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย “ผมแค่กำลังบอกว่า... ต่อให้ผมต้องกลายเป็นโบ้ที่ยอมศิโรราบให้ความตาย ผมก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันแตะต้องคุณเด็ดขาด”
ทันใดนั้น เสียงทุบกระจกด้านคนขับก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำที่เล็งปากกระบอกปืนเข้ามาในรถ ปรินทร์หยิบปืนพกส่วนตัวออกมาด้วยความรวดเร็ว แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เหนี่ยวไก โทรศัพท์ของรณิดาก็สั่นขึ้นอีกครั้ง หน้าจอโชว์เบอร์ที่ไม่รู้จัก ทว่าเมื่อเธอเหลือบเห็นข้อความที่เด้งขึ้นมาแทนชื่อผู้ติดต่อ ลมหายใจของเธอก็แทบหยุดสนิท
*‘รณิดา... หันไปดูข้างหลังสิ คนที่สั่งเก็บพยานไม่ใช่รัฐมนตรีอย่างที่คุณคิดหรอก แต่เป็นคนที่คุณรักที่สุดในตอนนี้... คนที่นั่งอยู่ข้างคุณนั่นไง’*
รณิดาตัวแข็งทื่อ เธอค่อยๆ หันกลับมามองใบหน้าของปรินทร์ที่ตอนนี้กำลังฉายแววเย็นชาดุจน้ำแข็ง... มันเป็นใบหน้าที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจคู่นี้จนถึงบทที่ 28 นะคะ
แสงดาวพร่างพราว
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 28
การหักหลังครั้งใหญ่
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!