เสียงซุบซิบในห้องพิจารณาคดีดังระงมดั่งผึ้งแตกรัง เมื่อร่างสูงโปรดของอัยการปรินทร์ก้าวผ่านบานประตูไม้สักเข้ามา
รณิดากะพริบตาช้าๆ เพื่อขับไล่ภาพลวงตา แต่ไม่เลย... กลิ่นอายความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์และแววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นคือของจริง ปرินทร์ไม่ได้นอนซมอยู่บนเตียงโรงพยาบาลตามที่ทีมทนายจำเลยพยายามยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีเมื่อเช้า เขายืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสวมสูทสั่งตัดเข้ารูปเนี๊ยบกริบอย่างไร้ที่ติ ราวกับความเจ็บป่วยปางตายเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นเพียงบทละครฉากหนึ่งที่เขาจงใจกำกับขึ้นเพื่อตบตาใครบางคน
"คัดค้านครับท่านผู้พิพากษา! การปรากฏตัวของอัยการโจทก์ในสภาพนี้ถือเป็นการประסתานนอกรอบ... และไม่มีการแจ้งรายชื่อพยานปากเอกล่วงหน้า!" ทนายฝั่งจำเลยผุดลุกขึ้นโวยวายด้วยใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ
ปรินทร์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา—รอยยิ้มที่รณิดาคุ้นเคยดี มันเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขามักใช้เวลาจะต้อนเธอให้จนมุมบนสังเวียนกฎหมาย แต่ในยามนี้ รอยยิ้มนั้นกำลังแผดเผาความมั่นใจทั้งหมดของฝั่งตรงข้ามให้มอดไหม้เป็นจุล
"ผมไม่ได้มาในฐานะพยานครับ ทนายธนา..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นกังวาน ก้าวเดินของปรินทร์มั่นคงจนไม่มีใครคาดคิดว่าเพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่มาหมาดๆ "แต่ผมมาในฐานะ 'ผู้เสียหาย' และ 'ผู้ถือครองกุญแจดอกสุดท้าย' ของคดีนี้"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องพิจารณาคดีทันที ผู้พิพากษาเคาะค้อนลงบนแท่นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "อัยการปรินทร์ เชิญคุณแถลงต่อศาล มีหลักฐานอะไรก็ว่ามา อย่าทำให้เสียเวลาอัน an โครงสร้างกระบวนการยุติธรรม"
รณิดายืนนิ่งอยู่ ณ โพเดียมฝั่งทนายโจทก์ หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะจังหวะการประสานงานที่ไร้รอยต่อระหว่างเธอกับชายหนุ่ม... พวกเขาไม่ได้นัดหมายกันด้วยคำพูด แต่สายตาที่ปรินทร์ส่งผ่านมายังเธอมันสื่อความนัยชัดเจน—*เกมนี้ จบลงแค่นี้*
"ท่านผู้พิพากษาที่เคารพครับ" ปรินทร์เดินมาหยุดเคียงข้างรณิดา ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนกลิ่นโคโลญจน์ผสมกลิ่นอายความเย็นชาเฉพาะตัวของเขาลอยมาแตะจมูก "ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา จำเลยพยายามใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายและอำนาจมืดในการทำลายหลักฐานทางการเงิน ทว่า... พวกเขาลืมไปว่า บันทึกดิจิทัลที่ดีที่สุด ไม่ได้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกสั่งเผาทำลาย แต่มันฝังอยู่ในการทำธุรกรรมข้ามชาติที่ตรวจสอบไม่ได้ต่างหาก"
ปลายนิ้วเรียวยาวของปรินทร์หยิบแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทร1 ชิ้น วางลงบนโต๊ะพิจารณาคดีด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า ทว่าสำหรับฝั่งจำเลย มันคือระเบิดปรมาณูดีๆ นี่เอง
"เอกสารชิ้นนี้..." รณิดารับช่วงต่อทันที น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เยือกเย็น และเฉียบคมบาดลึก "คือสเตทเมนต์ฉบับสมบูรณ์ที่เชื่อมโยงบัญชีลับของบริษัทจำเลย เข้ากับเส้นทางการเงินของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดก่อนที่ถูกฆาตกรรมอำพราง และที่สำคัญที่สุด..." เธอหันไปสบตากับจำเลยที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่หลังทนายความ "ลายเซ็นดิจิทัลในเอกสารชุดนี้ ระบุตัวตนผู้สั่งการอย่างชัดเจนว่าเป็น 'ใคร' ไม่มีข้ออ้างเรื่องความเข้าใจผิด ไม่มีช่องว่างให้บิดเบือนอีกต่อไปค่ะท่าน"
ความโกลาหลระเบิดขึ้นอีกครั้งในห้องพิจารณาคดี เสียงฮือฮาดังระเบิดราวกับเขื่อนแตก ทนายฝั่งจำเลยพยายามคัดค้านเสียงหลง หน้าตาตื่นตระหนกจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ ศาลต้องเคาะค้อนซ้ำๆ เพื่อควบคุมความสงบ
รณิดาแอบเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย ปรินทร์หันมามองเธอพอดี แววตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความชื่นชม ความท้าทาย และความคลั่งไคล้ที่เขาไม่เคยคิดจะปิดบัง
"คุณนี่มัน... ดื้อรั้นเป็นบ้าเลยนะนิด" เขาโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ริมหูเธอ ด้วยน้ำเสียงที่เจือรอยยبرอและแหบพร่าเล็กน้อยจากพิษไข้ที่ยังหลงเหลือ "รู้ทั้งรู้ว่างานนี้มันอันตรายถึงชีวิต ทำไมถึงไม่ยอมถอยตามที่ผมบอกแต่แรกหึ?"
รณิดาไม่หลบตา เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ซ่อนความท้าทายไว้เต็มเปี่ยม "ถ้าฉันถอย... ใครจะคอยล้างบางคนเจ้าเล่ห์อย่างคุณให้ออกจากหลุมศพที่พวกมันขุดไว้ล่ะคะท่านอัยการ"
มุมปากของปรินทร์กระตุกขึ้นอย่างพึงพอใจ เขายื่นมือมาฉวยแฟ้มเอกสารในมือเธอไปถือไว้ หลบสายตาผู้คนรอบข้างด้วยการขยับเข้ามาใกล้จนไหล่แทบชิดกัน "คืนนี้... เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวแน่ ยัยทนายตัวแสบ"
ทว่า ก่อนที่รณิดาจะได้ตอบโต้คำพูดสองแง่สองง่ามนั้น เสียงเคาะค้อนครั้งสุดท้ายของผู้พิพากษาก็ก้องกังวานขึ้น ตัดบทสนทนาส่วนตัวของทั้งคู่ลงอย่างเด็ดขาด
"ศาลมีคำสั่งรับพยานหลักฐานชิ้นใหม่นี้เข้าสำนวน..." ผู้พิพากษากวาดสายตามองไปยังจำเลยด้วยแววตาตำหนิ "และเนื่องจากคมีมูลความผิดชัดเจน และมีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงข่มขู่พยาน ศาลจึงไม่อนุญาตให้ประกันตัวจำเลยในวันนี้ เจ้าหน้าที่! ควบคุมตัวจำเลยไปห้องขังใต้ถุนศาลเดี๋ยวนี้!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงทุบโต๊ะประท้วงดังลั่นจากฝั่งจำเลย ร่างของจำเลยหลักทรุดฮวบคาร่างเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่ตำรวจศาลกรูเข้าไปล็อกตัวใส่กุญแจมืออย่างรวดเร็ว บรรยากาศแห่งชัยชนะอบอวลไปทั่วห้องพิจารณาคดี รณิดายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกโล่งใจที่ถาโถมเข้ามาจนขอบตาร้อนผ่าว ปมในอดีตที่ค้างคาใจ ค่อยๆ ถูกคลี่คลายลงด้วยหยาดเหงื่อและอุดมการณ์ที่เธอไม่เคยยอมจำนน
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ความโกลาหลสงบลง และผู้คนเริ่มทยอยลุกออกจากห้อง รณิดากลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่หางตา
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูตรของปรินทร์สั่นสะท้อนเบาๆ ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาดู แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยชัยชนะกลับเปลี่ยนเป็นความมืดมนในเสี้ยววินาที รอยยิ้มเย้ยหยันหายวับไป เหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่น่ากลัว
"มีอะไรเหรอคะปริ้นซ์?" รณิดาถามด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนเธอสัมผัสได้ถึงความหนบหนาว
ปรินทร์ไม่ตอบทันที เขากดปิดหน้าจอโทรศัพท์อย่างช้าๆ ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
"เกมยังไม่จบหรอกนิด..." ปรินทร์กระซิบเสียงพร่า ใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปัดผ่านแก้มเธอ "เมื่อกี้... หน่วยสืบราชการลับเพิ่งส่งพิกัดมาบอกว่า เอกสารเส้นทางการเงินที่เราเพิ่งยื่นศาลไปเมื่อกี้... เป็นแค่สำเนาชุดที่สาม ส่วนตัวจริงและต้นตอของคำสั่งฆ่าทั้งหมด ถูกส่งตรงไปยังโต๊ะทำงานของ 'คนคนนั้น' เรียบร้อยแล้ว"
รณิดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ใคร... ใครคือคนคนนั้น?"
ปรินทร์ไม่ได้เอ่ยชื่อออกมา แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขากลับเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าความตาย ขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างช้าๆ จากโถงทางเดินด้านนอก... ฝีเท้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในเวลานี้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสความอยุติธรรมและเคเคียงบ่าเคียงไหล่กับคู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
---
แสงดาวพร่างพราว
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 27
คำให้การสะเทือนบัลลังก์
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!