สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 26

แผนล่อเสือเข้าถ้ำ

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
เสียงสัญญาณชีพจรจากจอมอนิเตอร์ข้างเตียงโรงพยาบาลดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าไร้ซึ่งความหมายสำหรับผู้ที่จงใจปิดเปลือกตาลงอำพรางความตื่นตัวทั้งหมดภายใต้ร่มเงาของขนตางอนยาว ปรินทร์ไม่ได้อยู่ในอาการโคม่าอย่างที่ใบรับรองแพทย์ซึ่งถูกส่งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดระบุไว้... ร่างสูงใหญ่ที่เคยเต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนคดีสำคัญ กลับนอนทอดกายอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดด้วยลมหายใจที่สม่ำเสมอเกินจริง บนโต๊ะทำงานตัวเล็กมุมห้องวีไอพี เอกสารสำนวนคดีฉบับจริงถูกสลับสับเปลี่ยนด้วยแฟ้มลับที่บรรจุหลักฐานชิ้นสำคัญ รณิดายืนอยู่เบื้องหน้ากระจกเงาบานใหญ่ หล่อนกำลังจัดระเบียบปกเสื้อสูทสีเทาเข้มของตนเองอย่างเชื่องช้าและประณีต สะท้อนภาพทนายความสาวผู้เยือกเย็นผ่านกระจกเงา แววตาคู่คมกริบไม่ได้ฉายแววความหวาดหวั่นต่อเกมเดิมพันที่กำลังจะอุบัติขึ้นในห้องพิจารณาคดีเวลาเก้าโมงเช้าวันพรุ่งนี้เลยแม้แต่น้อย "คุณนี่มัน... ใช้คนคุ้มค่าเกินกว่าค่าจ้างทนายที่ฉันควรจะได้เสียอีกนะคะ ท่านอัยการ" เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยผ่านความเงียบของห้องพักฟื้น ปรินทร์ที่ควรจะหมดสติลืมตาขึ้นช้าๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นพิงพนักเตียงโดยปราศจากความเร่งรีบ ดวงตาคมกราบกกราดมองหญิงสาวที่ยืนหันหลังให้ "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเป็นทนายความคนเดียวที่ผม... ไว้ใจทั้งชีวิตและรูปคดี ผมคงไม่ยอมลงทุนแกล้งนอนเป็นผักอยู่บนเตียงนี้ให้พวกมันตายใจหรอกครับ... เอ๊ย... หรอกค่ะ" ปรินทร์แกล้งดัดเสียงล้อเลียนสำนวนสุภาพของหล่อนเล็กน้อยด้วยความหมั่นเขี้ยว รณิดาหันขวับกลับมามองค้อนด้วยหางตา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมา "เลิกเล่นเป็นเด็กๆ ได้แล้วนะคะ คุณปรินทร์ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้ล้อเล่น แผนล่อเสือเข้าถ้ำที่เราวางไว้ ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว คนที่จะไม่ได้กลับมาเดินบนทางเดินทนายความคือฉัน ส่วนคุณ... ก็คงจะต้องนอนเป็นผู้ป่วยจริงๆ ในคุกความมั่นคงสูงสุดแทน" ปรินทร์ถอนหายใจเบาๆ สายตาที่มองเธอนั้นเจือไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะนิยาม เขาขยับตัวลงจากเตียงช้าๆ แม้ร่องรอยความอ่อนเพลียจากการทำงานหนักหลายคืนติดต่อกันจะเป็นเรื่องจริง แต่พลังใจที่ได้เห็นผู้หญิงตรงหน้ายืนหยัดเคียงข้างเขากลับมีมากกว่าครึ่ง "ผมเชื่อมือคุณ... รณิดา" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ทุ้มต่ำ และทรงพลัง "หลักฐานการทุจริตในกองทุนอัยการถูกเก็บไว้ในเซฟเฮาส์ที่ปลอดภัยแล้ว คนร้ายคิดว่าพวกมันกำจัดอุปสรรคอย่างผมได้ แต่พวกมันลืมไปว่า... ทนายความที่เก่งที่สุดในประเทศไม่ได้ทำงานให้รัฐ... เธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าผมต่างหาก" "คำเยินยอของคุณไม่ช่วยให้ฉันชนะคดีในศาลได้หรอกค่ะ" รณิดาก้าวเข้าไปประชิดเตียงผู้ป่วย ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น "พรุ่งนี้... ฉันจะสวมชุดทนายความเดินเข้าไปในห้องพิจารณาคดีด้วยความมั่นใจ ฉันจะเปิดเกมรุกด้วยพยานหลักฐานชุดใหม่ที่คุณเสี่ยงชีวิตหามา และฉันจะกระชากหน้ากากของคนที่อยู่เบื้องหลังความอยุติธรรมนี้ออกมากลางศาลให้ดู... ส่วนหน้าที่ของคุณคือ... นอนนิ่งๆ อยู่ที่นี่ ทำตัวเป็นคนป่วยที่น่าสงสารต่อไป ห้ามแม้แต่จะแอบลุกออกไปไหนเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ?" ปรินทร์หัวเราะในลำคออย่างนึกขันกับท่าทีดุดันราวกับผู้บังคับบัญชาสาวยศใหญ่ "รับทราบครับ... เอ๊ย... รับทราบค่ะ ท่านทนาย" เขาแกล้งเน้นเสียงคำลงท้ายด้วยความกวนประสาท จนรณิดาต้องยกเอกสารในมือขึ้นเคาะหน้าผากเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "ห้ามตาย ห้ามเจ็บ และห้ามแพ้... จนกว่าฉันจะกลับมาทวงคำตอบนะคะ" รณิดากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แฝงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ "ผมจะรอฟังคำพิพากษา... จากปากของคุณคนเดียว" ปรินทร์มองตามร่างบางที่ก้าวเดินออกจากห้องไปอย่างมั่นคง ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมา ทว่าหัวใจของอัยการหนุ่มกลับเต้นแรงกว่าครั้งไหนๆ... เกมนี้... เสือติดกับดักแล้วจริงๆ แสงแดดและเงาสะท้อนจากตึกสูงระฟ้ากระทบเข้ากับกระจกใสของอาคารศาลยุติธรรมในเช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีเต็มไปด้วยความอึมครึมและกดดัน ฝั่งจำเลยนำโดยทีมทนายความชื่อดังระดับประเทศกำลังกระซิบกระซาบกันด้วยความมั่นใจ เนื่องจากข่าวการล้มป่วยกะทันหันของอัยการปรินทร์ทำให้รูปคดีฝั่งโจทก์ไร้หัวหอกสำคัญ รณิดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสง่างาม ชุดสูทสีดำสนิทขับเน้นบุคลิกภาพที่เฉียบคมและน่าเกรงขาม หล่อนกวาดสายตามองไปยังที่นั่งของคู่กรณีด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งยังโต๊ะฝั่งโจทก์ด้วยความนิ่งสงบ "ท่านผู้พิพากษาครับ ทางเราขอร้องให้ศาลโปรดพิจารณาจำหน่ายคดีนี้ออกไปก่อน เนื่องจากอัยการผู้รับผิดชอบสำนวนหลักล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน และทนายความฝ่ายโจทก์ไม่น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอในการดำเนินคดีในระดับนี้ได้" ทนายฝ่ายจำเลยรีบชิงจังหวะยื่นคำร้องทันทีที่ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ ผู้พิพากษาชราขมวดคิ้วเล็กน้อย หันมามองทางรณิดา "ทนายรณิดา... ทางคุณมีข้อโต้แย้งอย่างไรกับคำร้องนี้?" รณิดาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ หล่อนไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก มือเรียวบางเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าออกทีละแผ่น เสียงกระดาษพลิกกระทบกันเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องพิจารณาคดีที่เงียบสงัด "เรียนท่านผู้พิพากษาที่เคารพ... ทางฝ่ายโจทก์ขอคัดค้านคำร้องของฝ่ายจำเลยอย่างถึงที่สุดค่ะ" รณิดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน ชัดเจน และหนักแน่น "เนื่องจากหลักฐานชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกส่งตรงถึงมือดิฉันเมื่อช่วงเช้ามิตรนี้... ไม่เพียงแต่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของอัยการปรินทร์เท่านั้น แต่ยังเปิดเผยรายชื่อ 'ตัวการใหญ่' ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตทั้งหมด ซึ่งกำลังนั่งอยู่ ณ ที่นี้ด้วยซ้ำค่ะ!" สิ้นคำพูดของทนายสาว บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีก็พลันเย็นเยียบลงทันที ทนายฝ่ายจำเลยหน้าถอดสี หันขวับมามองรณิดาด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่ผู้พิพากษาพยักหน้ารับด้วยความสนใจ "เชิญทางฝ่ายโจทก์นำเสนอพยานหลักฐานได้..." รณิดายิ้มรับ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเปิดประตูด้านหลังห้องพิจารณาคดีก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทุกสายตาหันขวับไปมองผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่ด้วยความตกตะลึงพรึงเพริศ—ร่างสูงโปรดของอัยการปรินทร์ที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นในชุดสูทเต็มยศ สีหน้าของเขาไร้ร่องรอยความเจ็บป่วย มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังจำเลยผู้สั่นเทา แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%