กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อสีขาวสะอาดบนชั้นห้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ให้ความรู้สึกกดดันเสียยิ่งกว่ากลิ่นกระดาษสำนวนคดีบนโต๊ะทำงานของเธอเสียอีก
รณิดานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังสีเบจในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ ลำตัวตั้งตรงตามสัญชาตญาณของทนายความที่ระแวดระวังภัยอยู่เสมอ แต่ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตากลับไม่ได้โฟกัสอยู่ที่เอกสารสัญญาจ้างใดๆ ทั้งสิ้น มันจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงสีขาว ปรินทร์ในยามนี้ไร้ซึ่งท่าทีเจ้าเล่ห์เพทุบายและรอยยิ้มมุมปากอันแสนกวนประสาทที่เธอคุ้นชิน ใบหน้าคมคายนั้นซีดเซียวลงถนัดตา ริมฝีปากที่มักจะใช้พ่นวาจายียวนกวนใจบัดนี้แห้งผาก และที่สำคัญที่สุดคือสายน้ำเกลือที่ระโยงระยางอยู่หลังมือข้างขวานั่น... มันคือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า คนเราเปราะบางได้มากเพียงใด
ความเงียบในห้องกว้างถูกคั่นด้วยเสียงของเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพอ่อนๆ
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนที่เธอได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าอัยการหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนถูกลอบทำความสะอาดด้วยวิธีสกปรก หัวใจของรณิดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เป็นความตื่นตระหนกชนิดที่เธอไม่เคยประสบพบเจอแม้กระทั่งในวันที่ต้องขึ้นศาลคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่สุดในชีวิต
*เธอกลัว...*
คำคำนี้ประเดประดอนเข้ามาในห้วงความคิดอย่างไม่ยอมหยุดหย่อน รณิดาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีที่เห็นเขานอนหมดสติอยู่บนเปลเข็นฉุกเฉินว่า โลกใบนี้ที่มีปรินทร์คอยกวนประสาท คอยคัดง้างในทุกตรรกะ และคอยกวนน้ำให้ขุ่นเล่น... มันมีความหมายต่อเธอมากกว่าที่ปากแข็งๆ ของเธอเคยเอ่ยปฏิเสธมาตลอด
"มองขนาดนี้... ผมสึกจากการเป็นผู้ป่วยมาเป็นจำเลยแทนได้เลยนะครับคุณทนาย"
เสียงแหบพร่าแต่เจือแววเจ้าเล่ห์ดังขึ้นทำลายความเงียบ รณิดาสสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองไปทางเตียงผู้ป่วย พบว่าอัยการหนุ่มลืมตาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เขากำลังมองเธอด้วยแววตาพราวระยับ แม้สังขารจะประท้วงด้วยความอ่อนเพลีย แต่สันดานความแพรพราวของท่านอัยการดูเหมือนจะไม่ยอมป่วยตามร่างกายไปด้วยเลยแม้แต่น้อย
"ตื่นมาก็ต่อปากต่อคำเลยนะคะ ท่านอัยการปรินทร์" รณิดาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งอย่างไร้รอยต่อ ทว่าจังหวะการหายใจที่สะดุดไปเสี้ยววินาทีก่อนหน้าไม่ได้รอดพ้นสายตาคมกริบของคนบนเตียงไปได้
"ก็คนมันกลัวตื่นมาแล้วไม่ได้เห็นหน้าทนายสาวคนสวยนี่ครับ" ปรินทร์พยายามขยับตัวลุกขึ้นพิงหัวเตียง นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่สายน้ำเกลือของตัวเองเบาๆ "โอ๊ย... เจ็บแฮะ สงสัยคราวนี้พวกมันเอาจริง ไม่คิดว่าผมจะสืบสาวราวเรื่องไปถึงเส้นเงินล็อตนั้นได้เร็วขนาดนี้"
รณิดาลุกขึ้นจากโซฟา เดินเข้าไปประชิดขอบเตียง มือเรียวเอื้อมไปช่วยปรับระดับพนักพิงให้เขาตั้งขึ้นอย่างเบามือ แม้การกระทำจะดูแข็งกระด้างด้วยมาดของนักกฎหมาย แต่สัมผัสที่แตะลงบนรีโมทเตียงนั้นกลับนุ่มนวลอย่างยิ่ง
"รู้ตัวว่าเสี่ยงแล้วยังทำตัวเป็นฮีโร่เดี่ยวโดดเดี่ยวอีกนะคะ" รณิดาว่าด้วยน้ำเสียงติดจะดุ "คดีฟอกเงินระดับประเทศแบบนั้น ตำรวจเขามีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงค่ะ คุณเป็นแค่อัยการ มีหน้าที่สั่งฟ้องตามสำนวน ไม่ใช่ไปวิ่งไล่เตะตูดผู้ร้ายตามตรอกซอกซอยจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดแบบนี้!"
ปรินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ แม้จะสะเทือนแผลที่สีข้างจนต้องนิหน้า "เป็นห่วงผมก็บอกมาตรงๆ เถอะครับคุณนิด ไม่เห็นต้องอ้างเรื่องหน้าที่การงานมากลบเกลื่อนความใจหายเลย"
"ใครเป็นห่วงคุณกันคะ ทนายความเขามองโลกตามความเป็นจริงค่ะ ไม่ได้เพ้อฝัน" รณิดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาบริเวณพวงแก้ม "ดิฉันแค่มองว่า ถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้ ใครจะมาเซ็นอนุมัติสำนวนคดีร่วมกันกับดิฉันล่ะคะ ทำให้งานดิฉันสะดุดเปล่าๆ"
ปรินทร์หรี่ตามองทนายสาวผู้ปากแข็ง ท่าทางกอดอกเชิดหน้าแต่งตัวเนี้ยบราจะไปออกรายการดีเบตช่องดังนั้นช่างน่าเอ็นดูเสียจนเขาอดใจไม่ไหว ชายหนุ่มขยับมือข้างที่ไม่ได้ให้น้ำเกลือ เอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอเอาไว้เบาๆ
สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาทำเอารณิดาชะงัก เธอก้มมองมือที่ถูกกุมไว้ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความนัย
"ปากแข็งเสียจริงนะทนายรณิดา..." ปรินทร์เอ่ยเสียงนุ่ม ท,ว่าแฝงความจริงจังเอาไว้เต็มเปี่ยม "ตอนที่ผมอยู่ในห้องฉุกเฉิน... สิ่งเดียวที่ผมคิดถึง ไม่ใช่สำนวนคดี ไม่ใช่หลักฐานเส้นเงินล้านนั่น แต่เป็นใบหน้าของคุณตอนที่รู้ว่าผมเจ็บ ผมรู้ว่าคุณกลัว... และผมก็ดีใจเหลือเกินที่ได้รู้ว่า... การมีตัวตนของผมในชีวิตคุณ มันมีความหมายมากพอที่จะทำให้คนเยือกเย็นอย่างคุณสติหลุดได้"
"ท่านอัยการ..." รณิดาพยายามดึงข้อมือกลับ แต่ปรินทร์กลับกระชับมือแน่นขึ้นโดยไม่ให้อีกฝ่ายเจ็บแผล
"เลิกโกหกตัวเองสักทีเถอะครับ" อัยการหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้ขอบเตียงมากขึ้น สายตาที่มองมาทอประกายความลึกซึ้งจนคนถูกมองแทบจะละลาย "คุณกลัวที่จะเสียผมไป... เหมือนที่คุณเคยกลัวที่จะเสียครอบครัวในอดีตใช่ไหมล่ะครับ?"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รณิดาชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ปมในอดีตเรื่องครอบครัวที่เธอไม่เคยปริปากเล่าให้ใครฟัง ปرินทร์กลับมองทะลุปรุโปร่งด้วยสัญชาตญาณและความใส่ใจที่เขามีต่อเธอเสมอมา ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรด และอันตรายที่สุดตรงที่เขามักจะมองเห็นซอกหลืบที่มืดมนที่สุดในจิตใจเธอ แล้วเลือกที่จะโอบกอดมันไว้ด้วยความเข้าใจ แทนที่จะหยิบยกมาเป็นจุดอ่อน
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน รณิดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในลำคอลงไป เธอยังคงรักษาฟอร์มของทนายสาวมืออาชีพไว้ได้ แต่นัยน์ตากลับไหววับด้วยม่านน้ำตาบางๆ
"คุณนี่มัน..." รณิดาเค้นเสียงลอดไรฟัน "ฉลาดเกินไปแล้วนะคะ อัยการปรินทร์"
"ฉลาดแค่ไหน... ก็สยบให้ทนายรณิดาคนเดียวเท่านั้นแหละครับ" ปรินทร์ยิ้มกริ่ม โหมดคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้มาดเคร่งขรึมมานานถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด "ยอมรับเถอะน่า ว่าคุณขาดผมไม่ได้แล้ว"
ก่อนที่รณิดาจะได้สวนคำพูดคมๆ กลับไปเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ประตูห้องพักถูกผลักเปิดออกโดยผู้หมวดหนุ่มลูกน้องคนสนิทของปรินทร์ สีหน้าของนายตำรวจสาวยามนี้ตื่นตระหนกเสียยิ่งกว่าตอนเจอศพในที่เกิดเหตุ
"ท่านครับ! แย่แล้วครับ!" ผู้หมวดหนุ่มหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโซฟา "เราเพิ่งเช็กกล้องวงจรปิดรอบโรงพยาบาลรอบล่าสุด และพบว่า... คนที่ลอบวางยาพิษในขวดน้ำเกลือของคุณเมื่อคืน ไม่ใช่คนนอกครับ..."
ปรินทร์หุบยิ้มทันที แววตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบท and เยียบเย็นในชั่วพริบตา เช่นเดียวกับรณิดาที่สวิตช์ความเป็นทนายความกลับมาทำงานเต็มร้อย เธอดึงมือออกจากก้าวเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโซฟาขึ้นมาเปิดดูทันที
ภาพจากกล้องวงจรปิดในมุมมืดที่แคปเจอร์ไว้ ปรากฏร่างของบุคคลสวมฮู้ดสีดำกำลังเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยในยามวิกาล แม้ใบหน้าจะถูกอำพรางด้วยหมวกและแมสก์ แต่รอยสักรูปงูพิษที่โผล่พ้นข้อมือเสื้อขึ้นมานั้น... เป็นหลักฐานที่เด่นชัดเสียจนรณิดาต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
มันคือรอยสักสัญลักษณ์ประจำตัวของ... 'ท่านอัยการสูงสุด' ผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังคดีทุจริตทั้งหมดที่พวกเขาก กำลังไล่ล่าอยู่!
แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 25
บาดแผลของคนปากแข็ง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!