เสียงล็อกกุญแจมือเหล็กกล้าที่สะท้อนก้องผนังห้องสอบสวนกระจกเงาเดียว ดึงบรรยากาศให้ดิ่งลึกจนแทบได้ยินเสียงเม็ดเหงื่อไหลริน
"เกมพลิกเร็วกว่าที่คุณคาดไว้เยอะนี่ครับ... ท่านรองอัยการสูงสุด"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยกระแสเย้ยหยันดังขึ้นจากบุคคลที่เพิ่งถูกคุมตัวเข้ามาใหม่ ใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้มีรอยแผลเป็นจาง ๆ บริเวณขากรรไกรไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม... นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายของนักล่าที่ยังซ่อนไพ่ตายไว้ในเสื้อโค้ท
ปรินทร์ชะงัก ลมหายใจของอัยการหนุ่มสะดุดกึกไปชั่วขณะ มือหนาที่ถือแฟ้มคดีอยู่เผลอกำเข้าหากันแน่นจนสันหมัดขึ้นข้อขาวโพลน ในขณะที่รณิดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อตระหนักว่าบุคคลตรงหน้าไม่ใช่แค่ปลาซิวปลาสร้อยตามสำนวนฟ้อง แต่คือ "โครงสร้างหลัก" ของเครือข่ายทุจริตทั้งหมดที่กฎหมายพยายามเอื้อมมือไปคว้ามาหลายปี
"ไม่นึกเลยว่าสุนัขรับใช้ที่เลี้ยงไว้ จะแว้งกัดเจ้าของได้เจ็บแสบขนาดนี้" ปรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาคมกริบทอดมองอดีตที่ฝังใจ—ชายคนนี้คือคนที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมอำพรางที่พรากครอบครัวของรณิดาไปเมื่อหลายปีก่อน และยังเป็นคนที่ส่งหลักฐานเท็จมาทำลายเส้นทางอาชีพพ่อของเขาเอง
"อย่าใช้คำว่าแว้งกัดเลยครับท่าน... ในโลกของผลประโยชน์ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีเพียงใครถือทะเบียนบ้านของใครไว้ต่างหาก" คนร้ายหัวسเราะในลำคอ ดวงตากวาดมองผ่านกระจกเงาไปยังเจ้าหน้าที่ด้านนอกที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ
ทว่า ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เหตุการณ์ทุกอย่างก็เกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่าภาพตัดต่อในภาพยนตร์!
*เพล้ง!*
เสียงกระจกนิรภัยด้านนอกแตกกระจายพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นตึก ศาลเตี้ยในคราบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่แฝงตัวอยู่ชักอาวุธปืนพกสั้นเก็บเสียงออกมากราดยิงเข้าใส่ห้องสอบสวนอย่างไร้ความปรานี เศษกระจกคมกริบปลิวว่อนบาดเข้าที่แขนเรียวของรณิดาจนเลือดสีสดซึมผ่านเนื้อผ้าสีอ่อนออกมา แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความตระหนกในสมอง
"หมอบลง!" ปรินทร์พุ่งตัวเข้าหารณิดาด้วยสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ร่างระห่ำของทั้งคู่ล้มกลิ้งไปหลบหลังโต๊ะสဘสวนเหล็กหนา กระสุนนัดแล้วนัดเล่าเจาะทะลุกระจกเข้ามาฝังอยู่บนผนังปูนฝุ่นตลบอบอวล
"ปล่อยผมนะเว้ย!" เสียงคนร้ายตะโกนลั่นเมื่อสมุนที่บุกเข้ามาฉวยโอกาสชุลมุนพังประตูเข้ามาปลดกุญแจมือให้ แต่มันไม่ได้คิดจะหนีลำพัง สายตาอำมหิตของตัวการใหญ่หันขวับมามองเป้าหมายที่มีค่ามากกว่าการเอาชีวิตรอด
รณิดาที่กำลังประคองตัวเองลุกขึ้นโดยมีปรินทร์บังร่างให้อยู่ ถูกมือหยาบกระด้างคว้าหมับเข้าที่ต้นคอจากด้านหลัง ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบถูกจ่อเข้าที่ขมับบางทันทีโดยฝีมือของสมุนที่เข้ามาสมทบ
"อย่าขยับ! ไม่งั้นยัยนี่สมองกระจายคามือแน่!" เสียงตะโกนแหบพร่าดังก้อง
ปรินทร์ชะงักค้าง ดวงตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นและคำนวณทุกย่างก้าวอย่างแม่นยำ บัดนี้กลับไหววูบอย่างรุนแรง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว—ความรู้สึกที่เขาไม่เคยอนุญาตให้มันเกิดขึ้นกับใครมานานนับปี พรั่งพรูเข้าใส่หัวใจจนหายใจแทบไม่ออก
"ปล่อยเธอ..." เสียงของปรินทร์ต่ำลึก ไร้ซึ่งความลังเล แต่นัยน์ตากลับฉายแววดุดันราวกับพญามัจจุราชที่พร้อมจะฉีกร่างใครก็ตามเป็นชิ้น ๆ "อยากได้อะไร เจรจากับฉัน แต่อย่ายุ่งกับเธอ"
"โอ้... ท่านอัยการผู้ทรงเกียรติ กลัวผู้หญิงคนนี้จะเจ็บงั้นเหรอ?" ตัวการใหญ่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตากวาดมองคนทั้งคู่ด้วยความสะใจ "วางอาวุธซะ แล้วเตะมันมาทางนี้! ไม่อย่างนั้น... เลือดหัวของทนายสาวคนสวยนี่คงต้องเปื้อนพื้นห้องทำงานคุณอัยการซะแล้วล่ะ"
รณิดานิ่งเงียบ เธอไม่ได้กรีดร้องหรือแสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยวและเฉียบคม แม้ความเย็นของปากกระบอกปืนจะแนบอยู่ข้างขมับจนผิวเนื้อชาหนึบ เธอกวาดสายตาส่งสัญญาณบางอย่างให้ปรินทร์ผ่านความเงียบ—สัญญาณที่นักกฎหมายผู้ผ่านคดีเป็นตายมาด้วยกันรู้ดีว่าแปลว่าอะไร
*อย่ายอมจำนน...*
"สามวินาที..." คนร้ายกดน้ำหนักกระบอกปืนลงลึกยิ่งขึ้นจนรณิดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ "หนึ่ง... สอง..."
ปรินทร์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมจับจ้องไปที่รอยนิ้วมือของคนร้ายบนไกปืน เขารู้ดีว่าหากทำตามข้อเสนอ โอกาสรอดแทบเป็นศูนย์ แต่หากเสี่ยง... คนที่เขาเดิมพันด้วยคือลมหายใจทั้งชีวิตของตัวเอง
ทว่า ในวินาทีที่นิ้วของคนร้ายกำลังจะเหนี่ยวไกเพื่อกดดันขั้นสุดท้าย แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานในห้องก็กะพริบวูบวาบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตกำลังวิ่งกรูเข้ามาประชิดหน้าประตู พร้อมกับเสียงตะโกนประกาศิตที่ดังฝ่าความโกลาหลเข้ามา
"กองปราบปราม! ล้อมไว้หมดแล้ว วางอาวุธซะ!"
ตัวการใหญ่หน้าถอดสีทันที มันสบถออกมาด้วยความหัวเสียก่อนจะตัดสินใจใช้รณิดาเป็นโล่มนุษย์ถอยร่นไปยังระเบียงกระจกด้านหลังที่เชื่อมต่อกับลานจอดรถชั้นใต้ดิน "ถอยไป! ถอยไปให้หมด ไม่งั้นฉันยิงจริง ๆ ด้วย!"
ปรินทร์พุ่งตัวตามไปทันทีโดยไม่สนวิถีกระสุน เขาสบตากับรณิดาเพียงเสี้ยววินาที—วินาทีที่ความรู้สึกนับร้อยพันถูกถ่ายทอดผ่านนัยน์ตาคู่นั้น เป็นภาษาลับของคนสองคนที่อ่านใจกันทะลุปรุโปร่ง
และก่อนที่รณิดาจะถูกลากหายลับไปกับความมืดของทางหนีไฟ นิ้วเรียวของเธอที่ซ่อนอยู่ด้านหลังเสื้อโค้ตของคนร้าย ก็แอบดีดแฟ้มเอกสารลับชิ้นสุดท้ายที่เธอแอบหยิบติดมือมาจากโต๊ะสอบสวน... ให้ตกลงแทบเท้าของปรินทร์
ปรินทร์ก้มลงมองแฟ้มสีน้ำตาลที่เปิดอ้าออกเล็กน้อยท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉิน นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชื่อและลายเซ็นที่ปรากฏอยู่บนหน้าแรก—มันไม่ใช่แค่หลักฐานเอาผิดตัวการใหญ่ แต่เป็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่า "บุคคลระดับสูง" ที่อยู่เบื้องหลังแท้จริงแล้วคือใคร และเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเขาอย่างไร!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและคดีฆาตกรรมนี้มาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 31
จุดแตกหัก (Climax ส่วนที่ 1)
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!