คราบเขม่าดินปืนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างนอกเมือง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงส้มวาดผ่านผนังคอนกรีตเปลือยเปล่าเป็นจังหวะกระชั้นชิด ทุกย่างก้าวในความเงียบงันราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง
แฟ้มสีน้ำตาลในมือของปรินทร์ยังคงเปิดค้างอยู่ตรงหน้า กระดาษแผ่นแรกสั่นเทาน้อย ๆ ตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างเหล็ก แต่นัยน์ตาสีเข้มของอัยการหนุ่มกลับนิ่งสนิท—นิ่งจนน่ากลัว ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้ากระดาษไม่ใช่แค่หลักฐานเอาผิดผู้ทรงอิทธิพล แต่เป็นลายเซ็นของบุคคลที่เขารักและเคารพดั่งวิญญาณ... บิดาผู้ล่วงลับของเขาเอง
"เกมพลิกเร็วกว่าที่ฉันคิดนะ... ท่านอัยการ"
เสียงแหบต่ำดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับการเคลื่อนไหวของกระบอกปืนสั้นติดกระบอกเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังร่างของรณิดา ซึ่งถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่า ๆ ที่มุมห้อง ทนายความสาวไม่มีแม้แต่เสียงร้องคร่ำครวญ มีเพียงดวงตาสีดำสนิทที่ฉายแววท้าทายและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ไหลรินตามกรอบหน้า
ปรินทร์ค่อย ๆ หุบแฟ้มในมือลงช้า ๆ ท่าทีที่เคยสุขุมเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มหยัน เขาไม่ได้มองไปที่ปลายกระบอกปืน แต่มองลึกลงไปในดวงตาของคนที่ถือมัน—มือสังหารที่รับงานจากเงาอำนาจที่แท้จริง
"ลดปืนลงเถอะครับ... อ้อ ไม่สิ สำหรับผมตอนนี้ คุณเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกสละทิ้งบนกระดาน ไม่คุ้มหรอที่จะรู้ความจริงก่อนตาย?" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไปยืนขวางระหว่างปากกระบอกปืนกับร่างของรณิดาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
รณิดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอรู้ดีว่าปรินทร์ฉลาดเป็นกรด แต่นี่ไม่ใช่ห้องพิจารณาคดีที่มีกฎหมายคุ้มครอง นี่คือโลกมืดที่กระสุนไม่เคยฟังเหตุผลใด ๆ
"ถอยไป ปรินทร์! นายบ้าไปแล้วหรือไง!" รณิดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสั่นระริกด้วยความตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว
"ฉันไม่เคยมีสติเท่านี้มาก่อนเลย นิด..." ปรินทร์เหลือบสายตากลับมามองเธอบางเบา แววตาคู่นั้นไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ไม่อาจนิยาม มันคือความรู้สึกผิด ความโกรธแค้น และ... ความรักที่เด่นชัดเสียจนน่าตกใจท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นอายมรณะ "ถ้าวันนี้ใครสักคนต้องเดินออกไปจากที่นี่ คน ๆ นั้นต้องไม่ใช่เธอ"
มือสังหารหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหבריດและเย็นเยียบ "คมคายสมกับเป็นอัยการดาวรุ่งจริง ๆ นายคิดจะใช้จิตวิทยาถ่วงเวลารอตำรวจหรือไง? น่าเสียดายนะ... สัญญาณวิทยุถูกตัดขาดตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว ไม่มีใครมาช่วยพวกแกหรอก"
"ตำรวจเหรอ? ใครบอกว่าฉันรอตำรวจ" ปรินทร์แค่นหัวเราะ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างประเมินสถานการณ์ "นายคิดว่าคนระดับบอสของนาย จะปล่อยให้มือปืนที่รู้ความลับเรื่องคำสั่งลับทางบัญชีมีชีวิตรอดกลับไปจริง ๆ หรือ? เปิดโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของนายดูสิ... ข้อความล่าสุดเพิ่งเด้งขึ้นมาเมื่อกี้ไม่ใช่หรือไง"
มือสังหารชะงักไปชั่วขณะ คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่ไว้วางใจ แม้ปากจะปฏิเสธแต่สายตากลับเหลือบมองกระเป๋าเสื้อตามสัญชาตญาณ นั่นคือช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีที่ปรินทร์รอคอย!
พึ่บ!
ปรินทร์พุ่งตัวเข้าประชิดอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ มือหนาปัดกระบอกปืนเบี่ยงออกด้านข้าง เสียงคำรามต่ำในลำคอแข่งกับเสียงโลหะกระแทกกันสนั่นโกดัง ร่างของทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันอย่างดุเดือดท่ามกลางความมืด รณิดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรำรัวอยู่ในอกราวกับจะหลุดออกมา เธอกวาดสายตาสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางช่วยเหลือก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้
"ปรินทร์! ระวังข้างหลัง!" รณิดาตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นมือสังหารอีกคนโผล่มาจากหลังเสาพร้อมท่อนเหล็ก
ทว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว ปรินทร์ซึ่งกำลังกดข้อมือมือปืนคนแรกไว้ หลบไม่พ้น ท่อนเหล็กกระแทกเข้าที่หัวไหล่ของเขาเต็มแรงจนร่างสูงเซถลาล้มลงไปกระแทกพื้นคอนกรีต รสSสชาติเค็มปร่าของเลือดไหลซึมออกจากมุมปากของอัยการหนุ่ม แต่เขากลับไม่มีทีท่าหวาดกลัว นัยน์ตาสีเข้มยังคงจ้องเขม็งไปยังศัตรูด้วยความเย้ยหยัน
"แกมันอวดดีนักนะ..." มือสังหารเงื้อมปืนขึ้นหมายจะปลิดชีพชายหนุ่มที่นอนอยู่เบื้องล่าง
"หยุดนะ!" เสียงตะโกนก้องดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟหน้ารถคันใหญ่ที่สาดส่องทะลุกระจกโกดังเข้ามาจนสว่างจ้า เสียงเบรกดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ที่กรูเข้ามาล้อมรอบตัวอาคาร
มือสังหารชะงักกุนด้วยความตกใจ หันขวับไปมองทางประตูทางเข้าที่บัดนี้พังทลายลงด้วยแรงกระแทกจากรถหุ้มเกราะ ใครบางคนก้าวเท้าลงมาจากรถ ท่ามกลางหมอกควันและแสงไฟฉุกเฉิน ใบหน้านั้นคมคายและเยือกเย็นราวกับยมทูต และที่สำคัญที่สุด—ใบหน้านั้นคือคนที่ควรจะอยู่ในการคุ้มครองของตำรวจอารักขาในเรือนจำความมั่นคงสูง
ปรินทร์ยันกายลุกขึ้นช้า ๆ ใช้มือข้างหนึ่งเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาคมกริบทอดมองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มสมเพชแกระอา
"ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้ายครับ... ท่านอธิบดี"
แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 32
เกมวัดใจ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!