เสียงโลหะกระทบกันครั้งเดียวอย่างเฉียบคม ก่อนที่กลไกของปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติจะถูกดึงขึ้นลำในความมืด เป็นสัญญาณเตือนสติว่าไม่มีพื้นที่เหลือให้ความลังเลอีกต่อไป
รณิดาย่อตัวลงแนบกับผนังปูนเปลือยของโกดังสินค้าเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลิ่นอับชื้นของสนิมและน้ำมันเครื่องผสมปะปนกับกลิ่นฝนที่กำลังจะตกหนัก กลิ่นนั้นแทบจะบาดลึกเข้าไปในโพรงจมูก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมานอกอก แต่สัญชาตญาณของการเป็นทนายความที่ผ่านคดีฆาตกรรมและคดีอาชญากรรมซับซ้อนมานับไม่ถ้วน สอนให้เธอรู้ว่าในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นยาแดง ความกลัวคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่สุด
"คุณรณิดา... หมอบต่ำไว้อย่างนั้นแหละ อย่าขยับ"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบลอดมาจากความมืดทางฝั่งซ้าย ปรินทร์ในชุดสูทที่ตอนนี้ยับยู่ยี่และมีคราบเขม่าดินปืนเปรอะเปื้อนอยู่ตรงหัวไหล่ เขากำลังใช้สายตาสอดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้ผุๆ ที่แตกละเอียด อัยการหนุ่มผู้เคยมาดเนี้ยบและเย่อหยิ่งจนน่าหมั่นไส้ในห้องพิจารณาคดี บัดนี้แววตาคมกริบนั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวังและสมาธิขั้นสุด
"ฉันไม่ได้พกปืนมาเพื่อเป็นภาระของคุณนะคะ, ปรินทร์" รณิดากระซิบตอบ น้ำเสียงของเธอยังคงพยายามรักษาความนิ่งเรียบเอาไว้ แม้ปลายนิ้วที่กำด้ามกระเป๋าเอกสารแน่นจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม "และฉันก็ไม่ชอบเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่ต้องรอให้ใครมาปกป้องตลอดเวลาด้วย"
ปรินทร์เหลือบสายตากลับมามองเธอแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันจางๆ ท่ามกลางความตึงเครียดระอุ เขายังมีอารมณ์มาต่อปากต่อคำในสถานการณ์เช่นนี้ได้—ช่างเป็นผู้ชายที่น่าตีให้ตายเสียจริง
"รู้ครับ... ทนายรณิดาฝีปากกล้าคนนี้เก่งกาจเป็นที่หนึ่งในศาลเสมอ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่แฝงความขบขันเจือความเอ็นดูที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "แต่ในสมรภูมิกกระสุนจริงแบบนี้ ต่อให้คุณท่องประมวลกฎหมายอาญามาครบทุกมาตรา มันก็หยุดกระสุนเจาะเกราะไม่ได้หรอกนะครับ"
*เปรี้ยง!*
เสียงคำรามของอาวุธปืนดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก กระสุนนัดหนึ่งเจาะทะลุกำแพงไม้เข้ามาฝังอยู่กับเสาปูนด้านหลังรณิดาเพียงไม่กี่นิ้ว เศษไม้กระจายว่อน บาดแก้มเนียนนุ่มจนเกิดรอยแสบและมีหยดเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
ปรินทร์ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าประชิดร่างบางด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แล้วใช้ลำตัวหนาของตนเองปกป้องเธอไว้ใต้ร่างเมื่อคมกระสุนอีกสองสามนัดตามติดมาไม่ขาดสาย แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปคลุกกับพื้นฝุ่นตลบ ปรินทร์ใช้แขนข้างหนึ่งโอบกอดศีรษะของรณิดาแน่นแนบกับอกแกร่งของเขา ขณะที่มืออีกข้างยกปืนขึ้นยิงสวนกลับไปยังทิศทางของแสงแฟลชปากกระบอกปืนที่ซ่อนอยู่บนชั้นลอยของโกดัง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นติดต่อกันสามนัดซ้อน ก่อนที่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจะดังสะท้อนมาจากมุมมืด ตามด้วยเสียงร่างหนักๆ ร่วงหล่นกระแทกกับกองลังกระดาษด้านบน และเสียงเหล็กดัดพับงอ
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมโกดังอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน รณิดาซุกหน้าอยู่กับแผงอกกว้าง กลิ่นกายเฉพาะตัวของปรินทร์ที่เจือด้วยกลิ่นฝนและดินปืนทำให้ประสาทสัมผัสของเธอปั่นป่วนอย่างประหลาด
"ปลอดภัยแล้ว..." ปรินทร์กระซิบเบาๆ ริมฝีปากของเขาแตะอยู่กับเรือนผมสลวยของเธอ "พวกมันถูกรวบตัวไว้หมดแล้ว... หน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าควบคุมพื้นที่ด้านนอกเรียบร้อย"
เมื่อมั่นใจว่าสถานการณ์คลี่คลาย รณิดาจึงค่อยๆ ดันตัวเองออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นและแข็งแกร่งนั้น แต่ทว่า ปรินทร์กลับไม่ยอมคลายวงแขนออกโดยง่าย เขากลับกระชับกอดเธอแน่นขึ้น ฝ่ามืออุ่นจัดลูบไล้แผ่นหลังบางเบาๆ เพื่อปลอบประโยคความตื่นตระหนกที่ยังตกค้างในความรู้สึก
ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบของอัยการหนุ่มในระยะประชิด แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาผ่านช่องกระจกที่แตก ทอดเงาให้เห็นใบหน้าคมคายที่มีรอยเปื้อนเขม่า แววตาของปรินทร์ในยามนี้ไม่มีความเจ้าเล่ห์หรือความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยระคนโล่งอกที่สะท้อนอยู่อย่างชัดเจน
"คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า นิด?" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างประหลาด จนคนฟังเกือบจะใจละลาย
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ..." รณิดากล่าวเสียงแผ่วเบา สายตาเหลือบไปเห็นรอยแผลถลอกและคราบเลือดที่ซึมตรงหัวไหล่ของเขา "แต่คุณ... คุณต่างหากที่โดนยิงถากๆ ตรงนั้น"
ปรินทร์ยิ้มมุมปาก ฝืนทำเป็นไม่ใส่ใจ "แค่รอยแมวข่วนน่า... ผมหนังเหนียวจะตาย"
ทว่าความโล่งอกที่เพิ่งก่อตัวขึ้นกลับพังทลายลงในเสี้ยววินาที รณิดาไม่อาจเก็บกั้นความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกได้อีกต่อไป ความหวาดกลัวที่สูญเสียคนที่ผูกพันอย่างลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ทำให้มือเรียวบางทั้งสองข้างโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น แล้วโผเข้ากอดปรินทร์ด้วยความโล่งอกและหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นทะลักขอบตาไหลอาบแก้มเนียน
ปรินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่วงแขนแข็งแกร่งจะโอบกอดร่างของเธอไว้แนบแน่นยิ่งขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นส่วน1เดียวกับร่างกายของเขา ใบหน้าคมซบลงกับลาดไหล่บาง สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอเพื่อยืนยันว่าเธอยังปลอดภัยและอยู่ตรงนี้จริงๆ
"ผมอยู่นี่แล้ว..." เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ปลายนิ้วเรียวยาวลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างทะนุถนอม "คุณปลอดภัยแล้ว นิด... ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำอะไรคุณทั้งนั้น"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความเงียบงันและความตึงเครียดจากเหตุกระสุนปะทะเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง ระหว่างทนายสาวผู้แข็งกร้าวกับอัยการหนุ่มผู้ซ่อนเร้น—สองชีวิตที่ยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ แต่กลับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในยามวิกฤต
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งนั้นกินเวลาเพียงไม่นาน...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเร่งรีบวิ่งเข้ามาทางประตูด้านหลังโกดัง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อปรินทร์ด้วยความตื่นตระหนกของสารวัตรมือปราบผู้รับผิดชอบคดี
"ท่านอัยการครับ! รีบมาดูนี่เร็วเข้าครับ! เราเจอแฟ้มเอกสารหลักฐานสำคัญที่พวกมันซ่อนไว้ในผนังตู้เซฟ... และดูเหมือนว่ารายชื่อผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดจะไม่ได้มีแค่ชื่อปลอมอย่างที่เราคิด!"
ปรินทร์ผละออกจากอ้อมกอดช้าๆ แววตาอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในทันที เขากวาดสายตามองหน้ารณิดาที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจสถานการณ์ ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ร่างสูงก้าวเท้าเดินนำไปยังห้องลับด้านในตามเสียงเรียกของนายตำรวจ
แต่เมื่อปรินทร์ผลักบานประตูเหล็กผุๆ เข้าไป แสงไฟฉายสาดส่องกระทบกับตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ถูกงัดเปิดออก เอกสารกองโตกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ทว่าสิ่งที่ทำให้ฝ่าเท้าของอัยการหนุ่มต้องหยุดชะงักกึก พร้อมกับลมหายใจที่สะดุดก้อนใหญ่ คือภาพของเอกสารแผ่นบนสุดที่ปรากฏชื่อและลายเซ็นคุ้นตา...
ลายเซ็นของบุคคลผู้ทรงอิทธิพลระดับสูงในกระทรวงยุติธรรม ผู้ซึ่งเป็น "อาจารย์" และผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิตการทำงานของปรินทร์เอง!
แสงดาวพร่างพราวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 33
กระสุนนัดนั้น
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!