สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 9

เส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
กลิ่นกาแฟดริปคั่วอ่อนที่ลอยอวลอยู่กลางห้องครัวสไตล์มินิมอล ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย รณิดายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตา,เลนส์กรองแสงจดจ้องร่างสูงใหญ่ของอัยการหนุ่มที่กำลังงละมุนละไมกับการชงกาแฟแก้วโปรดของเธออย่างถือวิสาสะ “คุณปรินทร์คะ ดิฉันคิดว่าเราตกลงกันชัดเจนแล้วเรื่องพื้นที่ส่วนตัว” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าเฉียบคม ทอดจังหวะช้าๆ เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงเส้นแบ่งเขตที่เธอขีดไว้ ปรินทร์หยุดมือจากการเทน้ำร้อนลงบนดريปเปอร์ เขาสอบสายตากลับมาด้วยรอยยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ความเจ้าเล่ห์ของเขา ร่างสูงก้าวเข้าประชิดโดยทิ้งระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นมินต์จางๆ ลอยปะปนกับไอร้อนของกาแฟ “พื้นที่ส่วนตัวเหรอครับ... เอ่อ หมายถึง... ค่ะ” ปรินทร์แกล้งเว้นวรรค แก้คำพูดตัวเองอย่างลื่นไหลเมื่อเห็นคิ้วเรียวของรณิดาขมวดเข้าหากันนิดๆ “ผมแค่ทำหน้าที่ ‘เพื่อนร่วมห้อง’ ที่ดีตามสัญญาเช่าชั่วคราว กาแฟแก้วนี้ไม่มีสารเคมีเจือปน หรือมีข้อกฎหมายข้อไหนห้ามอัยการชงกาแฟให้ทนายความสาวสวยกันล่ะครับ คุณนิด” รณิดาปรายตามองแก้วเซรามิกสีขาวสะอาดที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า เธอไม่ได้แตะต้องมัน แม้ว่ากลิ่นหอมกรุ่นนั้นจะเย้ายวนใจเพียงใดก็ตาม ความใกล้ชิดตลอดสามวันที่ต้องมาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเพื่อความปลอดภัยจากคดีใหญ่ กำลังกัดเซาะกำแพงที่เธอสร้างไว้ทีละน้อยอย่างน่ากลัว “แต่การที่คุณ... ถือวิสาสะเข้ามาจัดระเบียบตู้เอกสารคดีคอร์รัปชันของดิฉันเมื่อคืนนี้ มันเกินขอบเขตของเพื่อนร่วมห้องไปไกลโขนะคะ คุณปรินทร์” รณิดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น พยายามค้นหาเจตนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความกะล่อน “คุณกำลังหาอะไรกันแน่ หลักฐานชิ้นนั้น หรือ... กำลังจับผิดดิฉัน” ปรินทร์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนใจของรณิดากระตุกวูบ “ผมไม่ได้หาหลักฐานอะไรทั้งนั้น... ผมแค่หา ‘ทางหนี’ จากสายตาพิพากษาของคุณต่างหากล่ะครับ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยแผ่วเบາ แฝงความหมายลึกซึ้งจนคนฟังต้องกักเก็บลมหายใจ “ส่วนเรื่องที่ผมจัดตู้เอกสารให้... ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณทุ่มเทจนลืมดูแลตัวเอง ทนายรณิดาคนเก่งเก่งเรื่องในศาล แต่เรื่องจัดระเบียบชีวิตตัวเองนี่... สอบตกสิ้นเชิงนะคะ” คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มีพลังทำลายล้างสูงจนรณิดาต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความหวั่นไหว สีหน้าเรียบเฉยถูกดึงกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็ว เธอเกลียดความรู้สึกใจเต้นแรงยามที่อยู่ใกล้เขา เกลียดความจริงที่ว่าผู้ชายคนนี้—ผู้ชายที่มีอุดมการณ์ทางกฎหมายอยู่คนละขั้วกับเธอ—กลับมีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเธอได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่บทสนทนาจะดิ่งลึกไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงแหลมขึ้น ทำลายบรรยากาศอึมครึมลงทันที รณิดาผละออกมารับสายอย่างรวดเร็ว ปรินทร์มองตามแผ่นหลังบางด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็นคมกริบ ความหึงหวงระคนห่วงใยฉายชัดในแววตาคู่นั้น แม้เขาจะพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้มาดนิ่งก็ตาม “ว่าไงคะ... ค่ะ ดิฉันกำลังฟังอยู่” น้ำเสียงของรณิดาเปลี่ยนเป็นโหมดการทำงานอย่างเต็มตัว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเมื่อฟังรายงานจากปลายสาย “คุณแน่ใจเหรอคะว่าเอกสารนั่นถูกย้ายไปแล้ว?... ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เธอวางสาย สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปรินทร์ก้าวเข้ามาใกล้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง “มีปัญหาอะไร? เสียงคุณเปลี่ยนไปตั้งแต่คำว่า ‘เอกสาร’” รณิดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ชั่งน้ำหนักระหว่างความลับทางคดีกับความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับเขา สุดท้ายเธอก็ถอนหายใจยาว “สายข่าวของดิฉันรายงานว่า... หลักฐานชิ้นสำคัญในคดีของบริษัท ไพร์ม อินเตอร์ฯ ถูกย้ายออกจากเซิร์ฟเวอร์สำนักงานใหญ่แล้ว และคนที่สั่งย้าย... คืออัยการระดับสูงคนหนึ่งที่มีชื่อพัวพันกับพวกมัน” ปรินทร์หรี่ตาลง รังสีความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากร่างสูงทันที “คุณสงสัยใคร” “ดิฉันยังไม่มีหลักฐานพาดพิงใครค่ะ แต่ที่แน่ๆ... ข้อมูลนี้มีแค่คนไม่กี่คนที่รู้ หนึ่งในนั้นคือคุณ และอีกคนคือ...” รณิดาชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นกะทันหัน! ทั้งรณิดาและปรินทร์หันขวับไปมองประตูทางเข้าพร้อมกันอย่างไร้เสียงนัดหมาย ในยามวิกาลและท่ามกลางสถานการณ์คดีที่กำลังไล่ล่าเช่นนี้ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีผู้มาเยือน ปรินทร์ขยับตัวบังร่างบางของรณิดาไว้ครึ่งหนึ่งตามสัญชาตญาณปกป้อง มือหนาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารแข็งบนโต๊ะมาถือไว้พร้อมใช้งาน รณิดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ฝ่ามือเรียวค่อยๆ เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เตรียมกดเบอร์ฉุกเฉิน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเยือกเย็นและเป็นจังหวะ ราวกับจงใจทดสอบประสาทสัมผัสของคนทั้งคู่ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจากอีกฝั่งจะเอ่ยลอดเข้ามาผ่านบานประตู... “ทนายรณิดาครับ... ผมส่ง ‘ของขวัญ’ ชิ้นสุดท้ายที่คุณตามหามาให้เปิดดูหน่อยสิครับ” ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - แสงดาวพร่างพราว
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%