สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 8

เงาตามตัว

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
แสงไฟจากหน้าจอโน้ตบุ๊กสาดกระทบกรอบแว่นสายตาของรณิดา สะท้อนเงาวับวาวในห้องทำงานที่เงียบสงบ ทว่าความเงียบนั้นไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ในโลกของกฎหมายที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์มหาศาล ความเงียบมักเป็นสัญญาณเตือนภัยก่อนพายุลูกใหญ่จะโหมกระหน่ำ "คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินกว่าจะถือหางความยุติธรรมไว้คนเดียวนะคะ, ท่านอัยการ" รณิดาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนพิงกรอบประตู มือเรียวยังคงเคาะแป้นพิมพ์ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าโสตประสาทกลับตื่นตัวรับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของปรินทร์ ปรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์ เขาก้าวเข้ามาในห้องทีละน้อย รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นห้องทำงานของเธอราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "ความยุติธรรมไม่ได้มีไว้ถือหางหรอกครับ... เอ่อ, ดิฉันหมายถึง... สำหรับผมน่ะนะ" ปรินทร์แก้คำพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นหางตาคมกริบของทนายสาวตวัดมองมา "ความยุติธรรมมันก็แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง ที่ถ้าเราไม่ใช้มันฟาดหัวคนอื่นก่อน เราก็จะโดนมันฟาดเสียเอง คุณก็รู้ดีนี่, คุณนิด" รณิดากำมือที่วางอยู่บนตักแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายเซนติเมตร ทว่าออร่าความเยือกเย็นและเฉียบคมไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด "แต่การใช้วิธีสกปรกสะกดรอยตามฉัน มันไม่ใช่เครื่องมือของกระบวนการยุติธรรมแน่ๆ ค่ะ, คุณปรินทร์" เธอพุ่งประเด็นตรงไปยังความจริงที่ทั้งคู่ต่างรู้ดี รถเก๋งสีดำติดฟิล์มทึบที่จอดนิ่งสนิทหน้าสำนักงานกฎหมายมาสามวันติด และเงาร่างแปลกหน้าที่วนเวียนอยู่แถวอพาร์ตเมนต์ของเธอเมื่อคืนนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ปรินทร์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นเฉพาะตัวโชยเข้าจมูก ร่างสูงก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มีทั้งความกังวลระคนความท้าทาย "คุณรู้ตัว... แต่ยังทำใจเย็นนั่งพิมพ์เอกสารคดีฉ้อโกงระดับชาติเนี่ยนะ?" ปรินทร์เลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเจือความระอาแกมทึ่ง "คนที่ตามเราไม่ใช่แค่พวกนักเลงปลายแถวนะครับ นิด... พวกมันคือเครือข่ายของคนที่คุณกำลังพยายามจะเอาเข้าคุก และตอนนี้... พวกมันรู้แล้วว่าคุณคือคนเดียวที่มีกุญแจดอกนั้น" "แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะคะ?" รณิดาเชิดหน้าขึ้น สบตาคมกริบของอัยการหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันดูแลตัวเองได้..." "ดูแลตัวเอง?" ปรินทร์แค่นหัวเราะ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนน่ากลัว "คุณคิดว่าอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ของคุณที่มีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นแค่คุณป้าแก่ๆ เฝ้าประตู จะกันกระสุนหรือแรงระเบิดจากพวกมันได้กี่วินาที?" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบมีประกายไฟแลบออกมา รณิดานิ่งเงียบ เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริง ปมในอดีตที่เธอสูญเสียครอบครัวไปเพราะความอยุติธรรมสอนให้เธอเข้มแข็ง แต่ความเข้มแข็งก็ไม่ได้หมายความว่าเธอควรเอาชีวิตไปทิ้งอย่างไร้ค่า ปรินทร์ถอนหายใจยาว ยื่นมือไปคว้าแฟ้มคดีบนโต๊ะของเธอมาถือไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "คืนนี้... คุณต้องย้ายไปอยู่กับผม" รณิดาเบิกตากว้างเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่สั่นคลอนไปชั่วขณะ "คุณว่าอะไรนะคะ?" "ฟังไม่ผิดหรอกครับ" ปรินทร์ยิ้มมุมปาก ดวงตาพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่ถูกกลบไว้ด้วยความจริงจัง "บ้านพักรับรองของสำนักงานอัยการสูงสุดมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุดในเมือง และที่สำคัญ... ผมอยู่ห้องข้างๆ คุณ คงไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้าไปรบกวนเวลานอนอันมีค่าของเราหรอก" "ฉันไม่มีทางไปไหนกับคุณทั้งนั้น..." รณิดาปฏิเสธเสียงแข็ง ถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง "การไปอยู่ใต้ชายคาเดียวกับคุณ มันเสี่ยงไม่แพ้การโดนตามล่าเลยสักนิดค่ะ, ท่านอัยการ" "เสี่ยงอะไรกัน?" ปรินทร์ก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด บีบให้เธอต้องถอยจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือ "กลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว หรือกลัวว่าผมจะห้ามใจไม่ไหวกันแน่ล่ะครับ?" คำพูดสองแง่สองง่ามที่แฝงความนัยอันตรายทำให้หัวใจของรณิดากระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ระยะห่างระหว่างกันน้อยเสียจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์ขัดแย้งกำลังหลอมรวมพวกเขาเข้าหากันอย่างเงียบเชียบ ทว่าสถานการณ์ภายนอกกลับไม่ยอมให้พวกเขาได้ดื่มด่ำกับความรู้สึกนั้นนานนัก *เพล้ง!* เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องทำงานแตกกระจายดังสนั่น เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนตามแรงกระแทก พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่ถูกโยนเข้ามาตกอยู่กลางห้อง "หมอบลง!" ปรินทร์ไม่รอช้า ร่างสูงพุ่งเข้าชาร์จและคว้าตัวรณิดากดลงกับพื้นทันที น้ำหนักตัวของเขาโถมทับร่างเธอเพื่อปกป้องจากอันตราย ปรินทร์ใช้แขนข้างหนึ่งโอบกอดศีรษะเธอไว้แนบอก ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปชักอาวุธปืนพกประจำกายออกมาจากเอวอย่างคล่องแคล่วว่องไว หัวใจของรณิดาเต้นโครมครามอยู่ในอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อเสียงกระจกแตก แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและไออุ่นจากร่างของอัยการหนุ่มที่ปกป้องเธอไว้ด้วยชีวิต กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาผสมกับกลิ่นอายอันตรายทำให้สติของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองลอดผ่านไหล่กว้างของเขาไปยังวัตถุที่ถูกโยนเข้ามา มันไม่ใช่ระเบิดอย่างที่คิด แต่มันคือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่พันด้วยเทปกาว พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ปรินทร์หรี่ตามองความผิดปกตินั้น เขาค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นช้าๆ โดยที่ยังใช้ร่างบังรณิดาไว้ ปืนในมือเล็งตรงไปที่หน้าต่างที่แตก ทว่าภายนอกกลับว่างเปล่า มีเพียงความมืดมิดและสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา รณิดายันตัวลุกขึ้นตาม ลมหายใจยังคงหอบถี่ เธอขยับเข้าไปใกล้เศษวัตถุนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กขึ้นมาอ่าน ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นข้อความสั้นๆ บนนั้น *‘อยากรู้ความจริงเรื่องคดีเมื่อห้าปีก่อน... พรุ่งนี้เที่ยง ที่เดิม’* รณิดาตัวชาวาบ คดีเมื่อห้าปีก่อน... คดีที่พรากครอบครัวของเธอไป และเป็นคดีเดียวกับที่ปรินทร์กำลังเก็บงำความลับสีเทาเอาไว้ ปรินทร์แย่งกระดาษแผ่นนั้นไปจากมือเธอ สายตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรเหล่านั้น ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มลงหยิบแฟลชไดรฟ์สีดำขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะหันมาสบตากับรณิดาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ดูเหมือนว่า..." ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและจริงจังกว่าครั้งไหนๆ "เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปอยู่ใต้ชายคาเดียวกันแล้วล่ะครับ, คุณนิด... เพราะศัตรูไม่ได้อยู่แค่ข้างนอก แต่มันกำลังนั่งอยู่กับเราในห้องนี้ด้วย" แล้วปรินทร์ก็ยื่นแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นให้เธอ พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาที่กำลังแสดงภาพกล้องวงจรปิดภายในสำนักงาน... ภาพที่แสดงให้เห็นว่าประตูห้องทำงานของเธอกำลังถูกเปิดออกโดยใครบางคนจากด้านนอก ทั้งที่กุญแจยังล็อคอยู่! --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - แสงดาวพร่างพราว
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%