โลหะสีดำเงาวับของปากกระบอกปืนสะท้อนแสงไฟนีออนในห้องประชุมสำนักงานอัยการอย่างเย็นเยียบ กลิ่นอายของความตายและความตึงเครียดคละคลุ้งอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต ปรินทร์ขยับตัวก้าวมาบังร่างของรณิดาไว้ครึ่งหนึ่งอย่างสัญชาตญาณ แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ ดวงตาคมกราบของอัยการหนุ่มก็ยังคงฉายแววท้าทาย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเย้ยหยันที่มุมปาก
"ลดปืนลงเถอะค่ะคุณธนา การเอาชีวิตพวกเราในตึกสำนักงานอัยการ ไม่ได้ทำให้คดีของคุณสะอาดขึ้นหรอก มีแต่จะทำให้คุณเดินเข้าห้องขังเร็วขึ้นเท่านั้น"
เสียงของรณิดาเรียบนิ่ง ทว่าทรงพลัง เธอไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะประชุมกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ สมองของทนายความสาวประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเป็นไปได้ทุกทางในห้องนี้ สายตาของเธอจับจ้องไปที่นิ้วชี้ซึ่งวางอยู่บนไกปืนของชายตรงหน้า—พยานปากเอกที่ควรจะช่วยพลิกคดี กลับกลายเป็นฆาตกรที่ถืออาวุธเสียเอง
ธนาหัวנסในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้น "สะอาดเหรอคุณทนาย? โลกใบนี้ไม่เคยมีคำว่าสะอาดตั้งแต่แรกแล้ว ปรินทร์มันรู้ดีที่สุด... ว่าพวกเราต่างก็เป็นแค่หมากในเกมสกปรก"
"แต่การเลือกเป็นหมากที่ถือปืนฆ่าคน มันทำให้คุณต่างจากพวกเขาก็จริง... ต่างตรงที่คุณไม่มีวันได้เดินออกไปยืนอย่างสง่างามบนFฐานของความถูกต้องอีกเลย" ปรินทร์สวนขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเจือด้วยความเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์ "วางลงเถอะน่าธนา ผมเบื่อที่จะต้องมานั่งเก็บกวาดความโง่เขลาของคุณเต็มที"
ช่วงเสี้ยววินาทีที่ธนาชะงัก ปรินทร์ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าประชิดตัวพยานปากเอกอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ การปะทะกันเกิดขึ้นอย่างดุเดือดและเงียบเชียบ เสียงเนื้อกระทบกับเนื้อและเสียงหอบหายใจดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ รณิดาไม่ได้ยืนดูอยู่เฉยๆ เธออาศัยจังหวะที่ธนาเสียหลักจากการทุ่มของปรินทร์ พุ่งเข้าไปเตะตัดขาจนอาวุธปืนหลุดกระเด็นไปกระแทกกับมุมห้อง
ร่างของธนาทรุดลงไปกองกับพื้น ปรินทร์กดไหล่ของอีกฝ่ายไว้ด้วยความรุนแรง ก่อนจะหันมามองหน้าทนายสาวที่ยืนหายใจหอบเล็กน้อย หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งสูง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ... ก่อนที่ความขัดแย้งเรื่องวิธีการทำงานที่สะสมมาตลอดทั้งสัปดาห์จะปะทุขึ้นราวกับลาวาที่อัดอั้น
"คุณทำบ้าอะไรของคุณปรินทร์!" รณิดาตวาดขึ้นทันที ความเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความโกรธเกรี้ยวที่พรั่งพรู "ฉันบอกให้คุณถ่วงเวลาแล้วรอเจ้าหน้าที่เข้ามา! ถ้าปืนลั่นขึ้นมาจริงๆ คุณคิดเหรอว่าเกราะอัยการของคุณจะกันกระสุนได้!"
"แล้วถ้าผมไม่ทำแบบนั้น คุณคิดว่าคุณจะยืนเถียงผมอยู่ตรงนี้เหรอคุณรณิดา!" ปรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ความหงุดหงิดระคนความเป็นห่วงฉายชัดในแววตานั้น "คุณมันพวกยึดติดกับพิธีรีตอง บ้าอุดมการณ์จนไม่ดูสถานการณ์รอบข้าง ชีวิตคุณมีค่าเกินกว่าจะเอามาเสี่ยงกับความถูกต้องไร้สาระแบบนั้น!"
"ความถูกต้องไม่มีคำว่าไร้สาระนะคะอัยการปรินทร์!" รณิดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา นิ้วเรียวชี้หน้าชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าฉันไม่ทำตามขั้นตอน แล้วเราจะต่างอะไรจากพวกมันล่ะคะ? การใช้อารมณ์และความรุนแรงตัดสินปัญหา มันเป็นวิธีของพวกอันธพาล ไม่ใช่คนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม!"
"บางครั้ง... กฎหมายมันช้าเกินกว่าจะช่วยคนใกล้ตาย!" ปรินทร์ตวาดกลับเสียงดังลั่นห้อง แววตาของเขาไหววับด้วยความเจ็บปวดจากอดีตที่ฝังใจ "คุณไม่เข้าใจหรอกนิด... คุณไม่เคยรู้เลยว่าการยืนมองคนที่รักตายไปต่อหน้าต่อตาเพราะความไร้น้ำยาของกฎหมายมันเป็นยังไง!"
บรรยากาศในห้องชะงักงัน คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของอัยการหนุ่มทำให้รณิดาชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวในใจถูกแทนที่ด้วยความตกใจและร่องรอยของความเห็นอกเห็นใจที่ฉายวาบขึ้นมาในเสี้ยววินาที แต่ทิฐิและความดื้อรั้นยังคงค้ำคอ
เธอเม้มริมฝีปากแน่น "ถึงอย่างนั้น... ก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะทำตัวเป็นศาลเตี้ย..."
ปรินทร์ไม่รอให้เธอพูดจบ ความอดทนที่มีต่อริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อนได้ขาดผึ่งลงแล้ว ชายหนุ่มรวบเอวบางเข้าหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี รั้งร่างของเธอให้แนบชิดติดกับอกแกร่งจนแทบไม่มีช่องว่าง รณิดาสบถออกมาได้เพียงคำเดียวเมื่อริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธออย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน... แต่มันคือการปะทะกันของอารมณ์ ความโกรธ ความอัดอั้น ความห่วงใย และแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ทั้งคู่ต่างปฏิเสธมาตลอด รณิดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะทุบตีอกเขาและเบือนหน้าหนี แต่ปรินทร์กลับใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยเธอไว้ บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสอันเร่าร้อนและดุดันนี้อย่างจำยอม
รสจูบทั้งลุ่มลึกและป่าเถื่อนในคราวเดียวกัน ความดื้อรั้นของทนายสาวถูกบดขยี้ด้วยความเจ้าเล่ห์และเร่าร้อนของอัยการหนุ่ม ลมหายใจที่ขาดหช่วงทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธที่เคยปะทุกลับแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่แผดเผาจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน รณิดาเผลอเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การควบคุม เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เธอพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นมาตลอด
มือที่เคยทุบตีแปรเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ร่างกายอ่อนยวบลงในอ้อมแขนของคนที่เธอเพิ่งจะต่อปากต่อคำด้วยเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ทั้งคู่อบอวลอยู่ในวังวนของรสจูบอันดุเดือด ก่อนที่ปรินทร์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้รณิดายืนหอบหายใจโยนตัวด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำและเต็มไปด้วยความสับสนระคนขัด ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยจากการบดขยี้อย่างรุนแรง
ทนายสาวเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปากต่อว่าเขาด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในหัวใจ
กึก!
เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้องประชุม—มุมที่ไร้เงาแสงไฟ และควรจะมีเพียงความว่างเปล่า
รณิดาและปรินทร์ชะงักกายพร้อมกัน สายตาสองคู่หันขวับไปมองยังทิศทางนั้นทันที ความเงียบงันกลับมาเข้าครอบงำอีกครั้ง แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงปืนเมื่อครู่
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นหน้าจอที่กำลังเล่นคลิปวิดีโอเหตุการณ์จูบเมื่อครู่นี้แบบเต็มๆ ตา... พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุคคลที่พวกเขานึกไม่ถึงที่สุดว่ากำลังยืนมองดูอยู่
"ว้าว... ช็อตเด็ดแบบนี้ ถ้าส่งให้สำนักข่าวสักสำนัก ทนายสาวมือสะอาดกับท่านอัยการคนเก่งคงได้ขึ้นหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้าแน่เลยนะคะ"
แสงดาวพร่างพราวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันเสมอนะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 11
ปะทะคารมเดือด
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!