เสียงปิดประตูกระจกนิรภัยชั้นแปดดังขึ้นเบาหวิว ชนิดที่หากไม่ใช่ความเงียบสงัดยามตีสองครึ่ง ก็คงกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศส่วนกลางไปแล้ว รณิดายืนนิ่งสนิทอยู่หลังบานประตูห้องทำงานของปรินทร์ ลมหายใจของเธอถูกผ่อนออกมาช้าๆ อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ไอร้อนกระทบกับความเย็นเยียบของห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มและกลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้เป็นเจ้าของ
แฟ้มสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่คือเป้าหมาย
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำบางเฉียบเอื้อมไปแตะสันแฟ้มอย่างลังเลชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์เมื่อหัวค่ำยังคงฉายชัดในความทรงจำ—รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความท้าทาย ประโยคกึ่งขู่กึ่งเย้าแหย่ที่ทิ้งไว้ก่อนแยกย้าย และสายตาคู่นั้นที่มองทะลุปรุโปร่งราวกับรู้ว่าเธอจะกลับมาค้นหาความจริงที่นี่
*“ว้าว... ช็อตเด็ดแบบนี้ ถ้าส่งให้สำนักข่าวสักสำนัก ทนายสาวมือสะอาดกับท่านอัยการคนเก่งคงได้ขึ้นหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้าแน่เลยนะคะ”*
คำพูดของพยานปากเอกคนนั้นยังคงก้องกังวานในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่การขู่กรรโชก แต่มันคือชนวนที่จุดประกายให้รณิดาต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพที่เธอยึดถือมาตลอดชีวิต เพื่อแลกกับการกระชากหน้ากากของคนที่เล่นเกมอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมอำพรางนี้
แสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องผ่านมู่ลี่ระแนงแนวตั้ง ทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของรณิดาเป็นริ้วรอยแสงเงาสลับกัน เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวปนความหวาดหวั่น เธอกำลังเล่นกับไฟ และเธอก็รู้ดีว่าหากพลาดแม้แต่ก้าวเดียว เสือร้ายอย่างปรินทร์ไม่มีทางปล่อยให้เธอรอดเงื้อมมือไปได้ง่ายๆ
แฟ้มถูกเปิดออก เอกสารนับร้อยแผ่นเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทว่าสายตาคมกริบของทนายสาวกลับสะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ท้ายเล่ม—มันไม่ใช่รายงานสำนวนคดีทั่วไป แต่มันคือบันทึกข้อตกลงลับระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดกับกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่มีเอี่ยวพัวพันกับการฟอกเงิน และที่สะเทือนใจยิ่งกว่าคือลายเซ็นกำกับมุมล่างขวา... เป็นชื่อของปรินทร์เอง
มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ
"เกมพลิกสินะคะ... ทนายรณิดา"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง—บริเวณชุดโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้าม ประตูห้องไม่ได้ถูกล็อกอย่างที่เธอคิด หรือบางที... มันถูกเปิดต้อนรับเธอตั้งแต่แรกแล้ว
รณิดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระหน่ำเต้นรัวราخواกลองศึก เธอรีบหันขวับกลับไปมอง ร่างสูงโปร่งของปรินทร์ก้าวออกมาจากเงาสลัว เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンตามท่อนแขนแกร่ง เขากำลังถือแก้ววิสกี้ทรงเตี้ย แกว่งของเหลวสีอำพันวนไปมาช้าๆ ขณะที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก—มีทั้งความเย้ยหยัน ความผิดหวังเล็กๆ และความปรารถนาอันตรายที่แผดเผาอยู่ในที
"คุณ..." รณิดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามรวบรวมเศษ
เสี้ยวความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีกลับคืนมา "คุณรู้อยู่แล้วว่าฉันจะมา"
ปรินทร์ไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ฝีเท้าเงียบกริบทว่ากดดันราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ—ห่างกันแค่เพียงคืบเดียว กลิ่นกายผสมผสานกับแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส
"คุณประเมินผมต่ำไปหน่อยนะ ทนายสาว" ปรินทร์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกวาดมองเอกสารในมือเธอ สลับกับใบหน้าที่เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ "คิดว่าเอกสารชิ้นนั้นจะบอกความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับผมอย่างนั้นเหรอคะ?"
"ความจริงมันก็ฟ้องอยู่ทนโท่ ลายเซ็นของคุณ เอกสารทางการเงินพวกนี้..." รณิดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาจะเริ่มสั่น "หรือว่าคุณอยากให้ฉันเอาไปประกาศให้โลกรู้ว่าอัยการมือสะอาดเบื้องหน้า เบื้องหลังคือฆาตกรตัวจริงที่คอยฟอกเงินให้พวกกังฉิน!"
ปรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนาน ทว่ากลับเต็มไปด้วยความขมขื่น เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเธอ แต่รณิดาไวกว่า เธอเบี่ยงตัวหลบ ทว่าปรินทร์กลับใช้มืออีกข้างคว้าเอวบางไว้รั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้กระดาษในมือร่วงหล่นลงพื้นกระจายเกลื่อน
"ปล่อยฉันนะ!" รณิดาพยายามขัดขืน มือเล็กทุบลงบนอกแกร่ง ทว่าอ้อมแขนของเขากลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนของเธอ
"ฟังให้ดีนะรณิดา..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบขาด จนเธอต้องหยุดชะงัก "เอกสารที่คุณถืออยู่... มันคือหลักฐานชิ้นที่สามที่ผมจงใจเก็บไว้ล่อไอ้หนอนบ่อนไส้ตัวจริงในสำนักงานต่างหาก และตอนนี้... คุณเพิ่งเดินเข้ามาติดกับดักที่ผมวางไว้เพื่อปกป้องคุณเองแท้ๆ"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในห้องทำงาน และเสียงตะโกนอันคุ้นเคยของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกราชการที่ดังแทรกความเงียบยามวิกาล
*“ตำรวจกองปราบ! ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ!”*
ปรินทร์ก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่มและเปี่ยมไปด้วยความท้าทายระคนเจ้าเล่ห์ ในขณะที่มือหนายังคงโอบกระชับเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
"ทีนี้... เรามาดูกันดีกว่านะคะ ว่าคุณจะแก้ตัวยังไง เมื่อตกเป็นผู้ต้องหาคดี 'ขโมยความลับราชการ' พร้อมกับอดีตคู่หมั้นที่กำลังจะเดินเข้ามาเห็นเราสองคนในสภาพนี้"
แสงไฟฉายสาดส่องกระทบเข้าที่บานประตูกระจก พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่รณิดาไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในเวลานี้กำลังก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของแสงดาวพร่างพราวเสมอนะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 12
หลักฐานชิ้นที่สาม
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!