"หมอบลง!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของปรินทร์มาพร้อมกับแรงกระชากมหาศาลที่ฉุดร่างของรณิดาให้ล้มคะมำลงไปกองกับพื้นห้องเอกสาร เสียงกระจกบานใหญ่ด้านหลังแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เศษคมแก้วพุ่งแหวกอากาศกรีดผ่านความมืด ฝังตัวเข้ากับผนังปูนด้านหลังด้วยความเร็วสูงจนเกิดประกายไฟสีส้มวาบ
กลิ่นดินปืนฉุนกึกเจือจางด้วยกลิ่นอับของกระดาษเก่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย รณิดาไม่ได้กรีดร้อง เธอถูกฝึกให้เผชิญหน้ากับความกดดันในศาลมานับครั้งไม่ถ้วน แต่แรงปะทะจากวิถีกระสุนนัดแรกทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในโสตประสาท
"อย่ายกหัวขึ้น!" ปรินทร์กดไหล่บางของเธอให้แนบติดกับพื้นเย็นเฉียบ ร่างกายกำยำของเขาพลิกตัวครอบคลุมทับร่างเธอไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อใช้แผ่นหลังของตนเองเป็นเกราะกำบังกระสุนปืนนัดที่สองที่เจาะทะลุกรอบประตูเข้ามาอย่างไร้ความปรานี
เงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาเมื่อครู่หายลับไปจากกรอบแสงไฟฉายแล้ว เหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังวิ่งอ้อมไปอีกด้านของอาคารเก็บเอกสารสำนักงานอัยการ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังเป็นจังหวะใกล้เข้ามาทุกที—พวกมันไม่ได้มาเพื่อขู่ขวัญ แต่มาเพื่อเก็บกวาดหลักฐานและพยานปากสำคัญให้สิ้นซาก
หัวใจของรณิดาเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความเย็นเฉียบจากพื้นปูนแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า แต่ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นในอกของอัยการหนุ่มกลับทำให้สติของเธอกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
"คุณ... ปรินทร์ ไหล่คุณ..." รณิดาเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนความชื้นอุ่นบริเวณหัวไหล่ขวาของเขา เสื้อเชิ้ตสีอ่อนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มด้วยหยาดโลหิต
"ผมยังไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า ทนายรณิดา" ปรินทร์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดฉายชัดผ่านดวงตาคมกริบที่มักจะพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์เสมอ แต่ในยามนี้มันกลับเต็มไปด้วยความดุดันและสมาธิอันเฉียบคม เขากวาดสายตามองไปรอบห้องมืดสนิทที่มีเพียงแสงไฟจากภายนอกสาดส่องเป็นทางยาว
กระสุนปืนเก็บเสียงชุดใหม่ยิงทะลุกระจกเข้ามาอีกสามนัดซ้อน เสียงหัวกระสุนกระทบชั้นเหล็กเก็บแฟ้มคดีดัง *กริ๊ง!* สะท้อนก้องความเงียบ ปรินทร์ไม่รอช้า มือหนาคว้าแฟ้มคดีหนาเตอะบนโต๊ะใกล้ที่สุดแล้วปาออกไปทางหน้าต่างอีกด้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวของรณิดาให้ลุกขึ้นพร้อมกับพุ่งตัวหลบเข้าไปหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กหนาทึบ
"ทางออกหนีไฟอยู่มุมซ้ายสุดของทางเดิน" ปรินทร์กระซิบข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอระหงท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด "นับสาม... วิ่งไปพร้อมกับผม อย่าหันหลังกลับเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?"
รณิดาสบตาเขา ความหวาดกลัวในแวบแรกถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอยกมือขึ้นจับข้อมือข้างที่บาดเจ็บของเขาแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อยืนยันความพร้อม "ฉันไม่ใช่คุณหนูในหอคอยนะคะ ปรินทร์... นับสิคะ"
มุมปากของอัยการหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เจือความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ท่ามกลางกระสุนที่ยังคงสาดเข้ามาเป็นระยะ เขานับในใจอย่างรวดเร็ว
*หนึ่ง... สอง... สาม!*
ร่างทั้งสองพุ่งทะยานออกจากที่กำบังราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันศร ปรินทร์ใช้ร่างกายของตนเองบังวิถีกระสุนที่อาจจะพุ่งตรงมายังจุดอับสายตา ขณะที่รณิดาอาศัยความคล่องตัววิ่งนำไปยังประตูกันไฟฉุกเฉินที่อยู่เบื้องหน้า เสียงฝีเท้าของมือสังหารด้านนอกไล่หลังมาติดๆ พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการด้วยภาษาต่างประเทศที่ดังแว่วมา
*ปัง!*
กระสุนเฉี่ยวบานประตูเหล็กจนเกิดประกายไฟแตกกระจาย แต่ก่อนที่คมกระสุนนัดต่อไปจะเข้าเป้า ปรินทร์ก็กระโจนเข้าใส่และกระชากประตูกันไฟเปิดออก พร้อมกับผลักรณิดาให้หลุดพ้นจากรัศมีวิถีกระสุน แล้วทิ้งตัวตามลงมาด้านนอกบันไดหนีไฟ ก่อนจะกระแทกประตูปิดล็อกตายอย่างรวดเร็ว
เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังประสานกันอยู่ในความมืดของบันไดหนีไฟที่ทอดตัวลงสู่ชั้นล่าง ทั้งสองพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังปูนเย็นเยียบเพื่อตั้งสติ รณิดายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะรีบขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงที่กำลังกัดฟันอดกลั้นความเจ็บปวดจากบาดแผลที่หัวไหล่
"แผลคุณเลือดออกไม่หยุดเลยนะคะ" รณิดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น เธอฉีกชายเสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อดีของตนเองออกเป็นแถบยาวอย่างคล่องแคล่ว แล้วก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาเพื่อใช้ผ้าผูกห้ามเลือดที่หัวไหล่อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ปรินทร์มองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้น แม้ในสถานการณ์ที่เฉียดตาย ผู้หญิงตรงหน้าก็ยังคงรักษาความเยือกเย็นและความเด็ดเดี่ยวเอาไว้ได้เสมอ ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงกรีดร้อง มีเพียงสมองที่สั่งการและมือที่ลงมือทำอย่างมืออาชีพ
"เป็นห่วงผมเหรอครับ ทนายรณิดา?" เขาอดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แม้ใบหน้าจะซีดเผือดลงเพราะเสียเลือด
"ฉันแค่ไม่อยากให้พยานปากสำคัญของฉันต้องตายก่อนจะขึ้นเบิกความในชั้นศาลหรอกค่ะ" รณิดามองค้อนเขาด้วยหางตาเล็กน้อย ก่อนจะดึงปมผ้าพันแผลให้แน่นขึ้นจนอัยการหนุ่มต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวด "อย่าเพิ่งพูดมากเลยค่ะ เก็บแรงไว้หายใจเถอะ"
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวและเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ ปรินทร์จ้องมองดวงตาคู่สวยที่สะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีส้มรางเลือน ความรู้สึกบางอย่างที่นอกเหนือจากความเป็นพันธมิตรทางคดีกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในใจของนักล่าผู้เย่อหยิ่ง
ทว่า ความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากด้านบน—พวกมันกำลังตามลงมาทางบันไดหนีไฟ
"หนีต่อไม่ไหวหรอกค่ะ บันไดนี้ตันที่ชั้นใต้ดิน" รณิดากระซิบเสียงเครียดเมื่อนึกถึงผังอาคาร
ปรินทร์สบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ช่องระบายอากาศขนาดเล็กที่อยู่เหนือศีรษะขึ้นไปไม่มากนัก มีท่อระบายน้ำทิ้งขนาดใหญ่เชื่อมต่อไปยังภายนอกอาคาร
"เราต้องมุดทางนั้น" เขาตัดสินใจเด็ดขาด
"คุณบ้าหรือเปล่าคะ? ตัวใหญ่ขนาดนั้นจะ..."
"ไม่มีเวลาเถียงแล้วครับ นั่งลงบนบ่าผมเร็วเข้า!" ปรินทร์ย่อตัวลง แม้บาดแผลที่ไหล่จะประท้วงด้วยความเจ็บปวดร้าวราน เขาดึงมือเธอให้ขึ้นมาเหยียบพาดบนบ่ากว้างอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ
ด้วยความช่วยเหลืออันแข็งแกร่งของอัยการหนุ่ม รณิดาสามารถดันตะแกรงระบายอากาศออกและมุดตัวเข้าไปได้สำเร็จ ก่อนที่เธอจะยื่นมือลงมาฉุดดึงร่างของปรินทร์ให้ตามขึ้นมาได้ทันฉิวเฉียด ก่อนที่ประตูด้านล่างจะถูกถีบเปิดออกด้วยเสียงดังสนั่น
ทั้งสองคลานไปตามท่อระบายอากาศแคบๆ จนกระทั่งหลุดพ้นออกมาสู่พุ่มไม้ทึบด้านหลังสำนักงานอัยการ ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปลงมาเพื่อชะล้างคราบเขม่าควันและความหวาดกลัว
รณิดาและปรินทร์นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ร่างกายเปียกชื้นและเต็มไปด้วยคราบฝุ่นดิน แต่พวกเขาก็รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ทนายสาวหันไปมองชายหนุ่มข้างกายที่กำลังใช้มืออีกข้างกุมแผลไว้แน่น ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเขม่า
"ทำไมพวกมันถึงรู้ว่าเราอยู่ที่ห้องเอกสาร?" รณิดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลง "ข้อมูลการเข้าถึงห้องเก็บสำนวนคดีนี้ เป็นความลับระดับภายในสำนักงานอัยการเท่านั้น..."
ปรินทร์หันมาสบตากับเธอ แววตาคมกริบฉายประกายความเยียบเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่าวิถีกระสุนเมื่อครู่ เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงสมเพช
"เพราะหนอนไม่ได้อยู่แค่ข้างนอกน่ะสิครับ..." ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่เปียกชุ่มน้ำฝนขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ เลื่อนเปิดหน้าจอที่ยังคงทำงานอยู่ แล้วยื่นส่งให้รณิดาดู "และผมคิดว่า... เราเพิ่งเจอของขวัญชิ้นโบว์แดงที่พวกมันทิ้งไว้ต้อนรับเราแล้วล่ะครับ"
รณิดารับโทรศัพท์มามอง ภาพบนหน้าจอปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากระบบฐานข้อมูลคลับลับแห่งหนึ่ง พร้อมกับพิกัดล่าสุดที่ถูกส่งตรงเข้ามายังเครื่องของปรินทร์—และชื่อของเจ้าของบัญชีผู้ส่งข้อมูลลับชุดนั้น... คือบุคคลที่เئธอกำลังตามหาตัวเพื่อลากคอมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพอดี!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์และคดีอันเข้มข้นนี้เสมอนะคะ
สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 13
กับดักของนักล่า
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!