สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้•ตอนที่ 18

สงครามเย็นในศาล

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
เสียงเคาะค้อนไม้ดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วห้องพิจารณาคดีสีชาด บรรยากาศภายในศาลสูงในเช้าวันนี้อบอวลไปด้วยไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ผสมผสานกับความตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงาขับให้ชุดครุยสีดำสนิทของคู่ความทั้งสองฝ่ายดูตัดกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างความถูกต้องตามกฎหมายที่รณิดายึดมั่น กับความเยือกเย็นไร้ความปรานีที่ปรินทร์สวมทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย รณิดากวาดสายตาคมกริบมองไปยังฝั่งตรงข้าม—ที่ซึ่งชายหนุ่มในชุดสูทร่วมสมัยภายใต้เสื้อคลุมทนายความยืนหยัดอยู่อย่างสง่างาม ดวงตาคมปลาทูคู่นั้นไม่ได้ทอดมองมาที่เธอด้วยแววตาพราวระยับและกวนประสาทเช่นทุกครั้ง หากแต่ว่างเปล่า เยียบเย็น และเต็มไปด้วยระยะห่างที่ถูกขีดเส้นไว้อย่างชัดเจน นับตั้งแต่วินาทีที่เสียงในคลิปจากแท็บเล็ตเครื่องนั้นดังขึ้นในห้องสอบสวนเมื่อสามวันก่อน—เสียงของอัยการอาวุโสผู้ล่วงลับ ผู้เป็นทั้งอาจารย์ของปรินทร์และผู้มีพระคุณในวัยเด็กของเธอ—โลกของคดีนี้ก็พลิกคว่ำไม่มีชิ้นดี ปรินทร์เลือกที่จะเก็บงำความจริง ปิดบัง และเดินหน้าฟ้องร้องโดยใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายบดขยี้ลูกความของเธออย่างไร้ความปรานี ขณะที่เธอก็เลือกที่จะยืนหยัดเป็นศัตรูคู่อาฆาตในบัลลังก์แห่งนี้อย่างเต็มตัว "เชิญโจทก์แถลงเปิดคดีครับ" เสียงของผู้พิพากษาอาวุโสบนบัลลังก์ดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังตีวนอยู่ในหัวของรณิดา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กลิ่นอายของกระดาษเอกสารและน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกันในโพรงจมูก เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าออกไปยืนหน้าโพเดียมด้วยท่าทีที่มั่นคงและสง่างาม "กราบเรียนท่านผู้พิพากษาที่เคารพ... ดิฉัน ทนายความรณิดา ในฐานะตัวแทนของจำเลย ขอแถลงคัดค้านข้อกล่าวหาทั้งหมดในวันนี้ค่ะ" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลัง ทุกถ้อยคำถูกร้อยเรียงด้วยตรรกะที่เฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านอากาศ รณิดาไล่เรียงข้อผิดพลาดในสำนวนฟ้อง ชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในการรวบรวมพยานหลักฐานของสำนักงานอัยการ ซึ่งมีปรินทร์เป็นหัวหน้าคณะทำงานในคดีนี้ เธอยกตัวอย่างช่องโหว่ทางกฎหมายและเจตนาแอบแฝงที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดเบื้องหลัง ฝั่งตรงข้าม ปรินทร์ยังคงยืนนิ่ง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างผ่อนคลาย สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมองเรือนร่างระหงในชุดทนายความของเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขายอมรับว่ายามที่เธอยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟแห่งความยุติธรรม รณิดาดูลุ่มลึกและมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา แม้ว่าเป้าหมายในตอนนี้คือการทำลายข้อต่อสู้ของเธอให้ย่อยยับก็ตาม เมื่อรณิดากล่าวจบ เธอหันกลับมาสบตากับเขาเต็มๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายและตัดพ้ออยู่ในที—*คุณกล้าเอาความทรงจำในอดีตมาเหยียบย่ำได้ลงคอจริง ๆ หรือคะ ปรินทร์?* ถึงคิวของฝั่งโจทก์ ปรินทร์ก้าวช้าๆ ไปยังโพเดียมด้วยท่าทีที่เยือกเย็นและทรงอำนาจ เขาไม่ได้ใช้เสียงดังข่มขู่ แต่ทุกถ้อยคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปนั้นกลับเฉียบคมและแม่นยำยิ่งกว่าศรที่ปักลงกลางเป้า "ท่านผู้พิพากษาครับ สิ่งที่ทนายฝ่ายจำเลยกล่าวอ้างเมื่อครู่นี้ เป็นเพียงการสร้างภาพลวงตาเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นสำคัญของคดี กฎหมายไม่ได้ตัดสินกันด้วยความรู้สึก หรือความผูกพันในอดีตที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเรียกร้องความเห็นใจ..." ปรินทร์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองรณิดาก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก "แต่กฎหมายตัดสินด้วยหลักฐาน... และความจริงที่ปรากฏต่อหน้า" เขายื่นเอกสารชุดใหม่ให้เจ้าหน้าที่ศาลนำไปส่งมอบให้กับผู้พิพากษา "เอกสารชิ้นนี้ คือบันทึกการทำธุรกรรมทางการเงินล่าสุด ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจำเลยมีความเชื่อมโยงกับเส้นเงินนอกระบบ ซึ่งหักล้างข้ออ้างเรื่องความบริสุทธิ์ใจที่ทนายฝ่ายจำเลยเพิ่งนำเสนอไปโดยสิ้นเชิงครับ" รณิดาขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ เส้นเงินนอกระบบงั้นหรือ? เธอกวาดสายตาผ่านเอกสารสำเนาที่ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานของเธอ ภาพตัวเลขและชื่อบัญชีปรากฏเด่นชัด—แต่มันแปลกเกินไป... ลายมือชื่อในเอกสารฉบับนั้นมีรอยหยักที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงเล็กน้อย ซึ่งมีเพียงคนวงในที่ศึกษาพฤติกรรมของจำเลยเท่านั้นที่จะรู้ว่ามันคือ 'รอยตำหนิ' ที่จงใจทำขึ้นเพื่ออำพราง *นี่ไม่ใช่หลักฐานจริง... นี่คือหลักฐานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดปากคดีนี้ต่างหาก!* รณิดารีบยกมือขึ้นขออนุญาตศาล "ท่านผู้พิพากษาค่ะ ดิฉันขอคัดค้านการนำพยานเอกสารชิ้นนี้เข้าสู่สำนวน เนื่องจากเป็นเอกสารที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และมีความน่าสงสัยว่าอาจเป็นเอกสารปลอมที่ถูกจัดฉากขึ้นโดยเจตนาทุจริตของพนักงานอัยการบางท่าน!" สิ้นคำพูดของเธอ บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีก็พลันเงียบกริบลงทันที เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ จากที่นั่งผู้สังเกตการณ์ ปรินทร์หันขวับมามองเธอทันที แววตาที่เคยราบเรียบแปรเปลี่ยนเป็นความเข้มข้นและดุดันขึ้นมาในชั่วพริบตา เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทนายฝั่งตรงข้ามด้วยระยะห่างที่ใกล้จนเกือบจะกล “คุณกำลังกล่าวหาว่าผมใช้วิธีสกปรกหรือครับ, ทนายรณิดา” “ถ้าสิ่งที่ท่านอัยการทำมันบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมต้องรีบร้อนยื่นเอกสารชุดนี้ในนาทีสุดท้ายของการไต่สวนล่ะคะ?” รณิดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเธอแข็งกร้าวและไม่ยอมแพ้ “หรือว่า... กลัวว่าความจริงเบื้องหลังเสียงในคลิปวันนั้น จะถูกเปิดเผยออกมาก่อนกันแน่?” คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความเงียบ ปرินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุด “ระวังคำพูดของคุณให้ดี... บางครั้ง ความจริงที่คุณพยายามวิ่งเข้าหา อาจจะไม่ได้สวยงามอย่างที่คุณคิดหรอกนะ นิด” คำว่า 'นิด' ที่หลุดออกมาจากปากเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและแฝงความห่วงใยเจือความเย้ยหยัน ทำให้รณิดารู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตแล่นแปลบไปทั่วแผ่นหลัง เธอสะบัดหน้าหนีสายตาคู่นั้นทันที หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความโกรธและแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ “ศาลโปรดสงบความสงสัยด้วยครับ” ปรินทร์ผละตัวออกไปยืนตรงตามเดิม ใบหน้ากลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็ง “ในเมื่อฝ่ายจำเลยท้าทายความน่าเชื่อถือของพยานเอกสาร ทางเราจึงมีพยานปากเอกอีกหนึ่งปาก ที่จะมายืนยันความถูกต้องของเส้นเงินนี้ทั้งหมดในนัดหน้า...” ผู้พิพากษาเคาะค้อนลงอีกครั้ง “ตกลงตามนี้! ศาลขอเลื่อนการพิจารณาคดีไปเป็นเช้าวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ฝ่ายโจทก์นำพยานปากเอกมาสืบพยาน ปิดศาลครับ!” เสียงค้อนกระทบไม้ดังขึ้นส่งสัญญาณสิ้นสุดการพิจารณาคดีในวันนี้ รณิดารีบเก็บข้าวของลงกระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาจนเธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอกำลังจะก้าวเดินออกจากห้องพิจารณาคดี แต่เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวตามมาติดๆ ก็หยุดเธไว้ด้วยประโยคสั้นๆ จากด้านหลัง “อย่าเพิ่งรีบไปไหนเลยครับ ทนายรณิดา...” เสียงทุ้มต่ำของปรินทร์กระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอในระยะประชิด “เพราะพยานปากเอกที่ผมพูดถึง... กำลังยืนรอพบคุณอยู่ที่ห้องรับรองส่วนตัวของผมในตอนนี้แล้ว” รณิดาชะงักกึก เธอค่อยๆ หันกลับไปมองชายหนุ่มด้วยความตกตะลึง ปรินทร์ยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยือกเย็นเหมือนในศาล แต่มันคือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืดและคำท้าทายที่อันตรายที่สุด ประตูห้องรับรองที่อยู่ถัดจากโถงทางเดินค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวออกมาจากความมืด—บุคคลที่ทำให้ดวงตาของรณิดาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด จนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าใครคือคนที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้น! *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจทนายตัวร้ายให้กลายเป็นโบ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%