ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 13

ญาติผู้พี่จอมหน้าด้านมาเยือน

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นบนตู้สั่นสะเทือน ลี่อินไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกะละมังไม้ที่เธอกำลังนวดแป้งหมั่นโถว มือเรียวขาวเนียนที่ดูแลอย่างดีด้วยโลชั่นจากซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติพิเศษยังคงขยับเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แรงนวดเน้นหนักและมั่นคงสะท้อนถึงจิตใจที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ ผิดกับบรรยากาศรอบตัวที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยความโลภและความน่ารังเกียจของแขกไม่ได้รับเชิญ "ไป๋ลี่อิน! เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร? ฉันพูดกับแกจนคอจะแตกอยู่แล้วนะ!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ 'จางซิ่ว잉' ญาติผู้พี่ฝั่งสามีผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวลูกพี่ลูกน้องของหานหยางดังแผดขึ้นอีกครั้ง นางสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบสีตุ่นแต่กลับประดับประดาด้วยเข็มกลัดพลาสติกราคาถูกราวกับต้องการอวดฐานะที่เหนือกว่า หล่อนกอดอกเชิดหน้ามองสะใภ้รองบ้านหานด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าประตูมาเมื่อครู่ สายตาของอีกฝ่ายกวาดมองเครื่องเรือนใหม่ ลานบ้านที่สะอาดสะอ้าน และกลิ่นอายความอุดมสมบูรณ์ที่เล็ดลอดออกมาจากห้องครัวจนน้ำลายสอ ลี่อินปัดแป้งออกจากมือเบาๆ นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตาให้ผู้มาเยือน ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยาะหยันที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน สมองเพชรของอดีตเชฟสาวมือหนึ่งคำนวณราคาความหน้าด้านของคนตรงหน้าเสร็จสรรพภายในเสี้ยววินาที "อ๋อ... พี่ซู่ยิงนี่เอง ฉันก็นึกว่าเสียงกาตัวไหนมาส่งเสียงหนวกหูแถวนี้เสียอีกค่ะ" น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนเอ่ยขึ้นเรียบๆ ก่อนที่ลี่อินจะหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดมืออย่างใจเย็น "ว่าแต่ลมอะไรหอบพี่มาถึงนี่คะ? ปกติแล้วบ้านตระกูลจางของพี่ไม่เคยคิดจะชายตาแลสะใภ้ชนบทอย่างฉันนี่ หรือว่า... ข้าวสารกรอกหม้อที่บ้านหมด จนต้องมาขอทานความเมตตาจากบ้านรองที่เคยถูกพวกท่านดูถูกเหยียดหยามกันแน่ล่ะคะ?" คำพูดที่แทงใจดำทำเอาหน้าอ้วนๆ ของจางซู่ยิงเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ นางตบเข่าฉาดใหญ่แล้วชี้หน้าด่ากราดทันที "นังสารเลว! ปากคอเราะร้ายนักนะ! แกมันก็แค่แม่หม้ายลูกติดที่หานหยางเก็บมาเลี้ยงเดชะบุญแท้ๆ มีหน้ามาพูดจาอวดดีกับฉันหรือไง วันนี้ฉันไม่ได้มามือเปล่าหรอกนะ... ทางการเงินของครอบครัวเรากำลังติดขัด พี่เขยของแกทำธุรกิจค้าขายไม้แล้วทุนจม ฉันในฐานะญาติผู้พี่ผู้หวังดี เลยจะมาช่วยเอื้อเฟื้อ... อะแฮ่ม! หมายถึงจะมาให้พวกแกช่วยแบ่งเบาภาระสักห้าร้อยหยวน!" จางซู่ยิงแบมือออกกว้าง เชิดหน้าขึ้นสูงรอรับความตกใจและท่าทีลนลานจากหญิงสาวตรงหน้า ในความคิดของนาง สะใภ้เด็กอ่อนต่อโลกย่อมต้องตกใจกลัวอำนาจบาทใหญ่ของญาติผู้ใหญ่ และรีบวิ่งไปควักเงินเก็บก้นหีบออกมาให้อย่างว่าง่ายแน่นอน ทว่า... สิ่งที่นางได้รับกลับเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ *หึ... ห้าร้อยหยวน? ช่างกล้าขอเสียจริง* ลี่อินแค่นยิ้มในใจ ยุค 80 นี้ เงินห้าร้อยหยวนคือเงินเดือนของคนงานในเมืองเกือบครึ่งปีเชียวนะ คนพวกนี้คิดว่าเงินในกระเป๋าของนางงอกออกมาจากต้นไม้ใบหญ้าหรืออย่างไรกัน? "ห้าร้อยหยวน?" ลี่อินทวนคำด้วยน้ำเสียงทอดสูง นางแสร้งทำเป็นตกอกตกใจจนเอามือทาบอก "โอ้โห... พี่ซู่ยิงคะ พี่คงไม่ได้เอาสมองส่วนหน้าไปทิ้งไว้ในเล้าหมูหรอกนะคะ ถึงได้กล้าเดินมาขอเงินก้อนโตขนาดนี้จากบ้านที่เกือบจะไม่มีข้าวกรอกหม้อกินเมื่อไม่กี่เดือนก่อน? หานหยางสามีฉันต้องออกไปฝึกซ้อมทหารจนแทบกระอักเลือด กว่าจะได้เบี้ยเลี้ยงแต่ละหยวนมา พวกเราต้องประหยัดอดออมขนาดไหน พี่เคยส่งข้าวมาให้พวกเราสักมื้อไหมคะ? หรือเคยส่งเกลือสักเม็ดมาให้ไหม? อยู่ๆ ก็โผล่หางมาขอส่วนบุญ หน้าหนาขนาดนี้... สงสัยผิวหนังบนใบหน้าคงหนาพอๆ กับกำแพงเมืองจีนแล้วมั้งคะ" "แก!... นังปากปีจอ! แกกล้าด่าฉันว่าหน้าหนาเรอะ!" จางซู่ยิงปรีแตกจนตัวสั่นเทิ้ม นางลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ไม้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า สองมือเท้าสะเอวเตรียมพ่นคำหยาบคายชุดใหญ่ใส่หน้าสะใภ้ตัวแสบ แต่ลี่อินเร็วกว่า นางไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้โวยวายให้ชาวบ้านแตกตื่น ร่างเพรียวระหงก้าวเข้าไปประชิดตัวด้วยท่าทางคุกคามที่ทรงพลัง ประสบการณ์บริหารจัดการครัวระดับภัตตาคารห้าดาวสอนให้เธอนิ่งและกดดันคู่สนทนาได้อย่างราบคาบ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มไหวระริกของจางซู่ยิง "ฟังให้ดีนะคะพี่ซู่ยิง..." ลี่อินกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่ก้องกังวานชัดเจนทุกถ้อยคำ "เงินห้าร้อยหยวนน่ะ ไม่มีหรอกค่ะ! แม้แต่เหรียญเดียวก็อย่าหวังว่าจะได้จากฉัน ถ้ายังไม่อยากอับอายขายขี้หน้าจนต้องเดินกลับบ้านด้วยเท้าเปล่าล่ะก็... ไสหัวออกไปจากรั้วบ้านฉันเดี๋ยวนี้ค่ะ ก่อนที่ฉันจะไปตามเพื่อนบ้านมาดูหน้า 'ญาติผู้พี่จอมปลอม' ที่มาเที่ยวรีดไถชาวบ้านหน้าด้านๆ แบบนี้!" จางซู่ยิงหน้าซีดเผือดลงทันที นางไม่เคยเจอสะใภ้บ้านไหนที่ดุและเด็ดขาดขนาดนี้มาก่อน รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของลี่อินทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับนายอำเภอหญิง ไม่ใช่แม่บ้านชนบท "แก... แกจำไว้เลยนะไป๋ลี่อิน! กล้าดียังไงมาไล่ฉัน! เดี๋ยวฉันจะฟ้องหานหยาง ให้เขากลับมาหย่ากับนังผู้หญิงปากร้ายอย่างแกแน่!" จางซู่ยิงกรีดร้องเสียงหลงด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะรีบหันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากรั้วบ้านอย่างไม่คิดชีวิต หางจุกตูดสมคำร่ำลือท่าเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของลี่อินที่ดังไล่หลังมา ลี่อินยืนมองตามร่างอ้วนท้วมที่วิ่งหนีหายลับไปในกลีบเมฆด้วยรอยยิ้มสมเพช นางสะบัดมือเบาๆ แล้วหันกลับมาจัดการนวดแป้งหมั่นโถวต่ออย่างอารมณ์ดี ความวุ่นวายนี้เป็นเพียงระลอกคลื่นเล็กๆ ในชีวิตใหม่ของนางเท่านั้น ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนสู่ห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศตุ๋นยาจีนและเนื้อวัวชั้นดีก็ลอยโชยมาแตะจมูก กลิ่นนี้ช่างเย้ายวน ชวนให้น้ำลายสอ และมันไม่ได้มาจากเตาไฟของนาง... ลี่อินชะงักมือที่กำลังนวดแป้ง ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย กลิ่นหอมรุนแรงระดับนี้ไม่มีทางเป็นของชาวบ้านทั่วไปในหมู่บ้านกันดารนี้แน่ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็รั่วรัวขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เอ่ยเรียกชื่อนางจากหน้าบ้าน... แต่น้ำเสียงนั้นกลับเจือไปด้วยความตึงเครียดและหอบเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด "ลี่อิน... ล็อคประตูบ้านเร็วเข้า! อย่าให้ใครเข้ามาเด็ดขาด!" **ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กระท่อมไผ่ริมธาร" ด้วยดีเสมอมานะคะ!**
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%