ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 21

สินค้าล็อตแรกหมดเกลี้ยงในพริบตา

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกคุณยังเบียดเสียดกันเข้ามาอีก ฉันจะเก็บแผงแล้วนะ! ต่อให้มีเงินพันหยวนอยู่ในมือตอนนี้ ก็ซื้อ 'หมูแดดเดียวสูตรพิเศษ' ของฉันเพิ่มไม่ได้แม้แต่ขีดเดียว!" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล บริเวณมุมมืดหลังสหกรณ์เก่าประจำอำเภอ กลายเป็นตลาดมืดขนาดย่อมที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนในชุดเสื้อผ้าสีหม่น ลมหายใจของทุกคนพ่นไอน้ำสีขาวออกมาท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ แต่ไม่มีใครสนใจความหนาวเลยสักนิด สายตาทุกคู่ต่างจ้องมองไปยังห่อกระดาษหนังสือพิมพ์สีเหลืองเก่าคร่ำคร่า ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจจนต่อมน้ำลายในปากของทุกคนทำงานอย่างบ้าคลั่ง ไป๋ลี่อินในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมถักสีแดงเข้ม ใบหน้ารูปไข่ผุดผ่องด้วยเม็ดเหงื่อบางเบา แม้อากาศจะเย็นยะเยือกเพียงใด มือเรียวบางที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายกลับทำงานอย่างคล่องแคล่วว่องไว ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นธนบัตรจำนวนมากถูกยัดใส่มือของเธอจนแทบจะกำไม่ไหว ข่าวกระจายเร็واتยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง! เมื่อวานนี้เธอเพิ่งทดลองส่งหมูแดดเดียวล็อตแรกให้ "ปลาตัวใหญ่" อย่างเฒ่าเฉิน เจ้าพ่อตลาดมืดผู้ทรงอิทธิพลไปเพียงสิบห่อ เพื่อให้เขาช่วยกระจายสินค้าให้กลุ่มสหายลูกค้าระดับบน ทว่ามาวันนี้ ลูกค้ากลุ่มนั้นกลับพาญาติสนิทมิตรสหายแห่กันมาซื้อด้วยตัวเองจนแถวยาวเหยียดเลี้ยวไปถึงหัวมุมถนน "สหายไป๋! อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ... เอ่อ หมายถึง อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ! ฉัน... ฉันยอมจ่ายเพิ่มอีกเท่าตัว ขอแค่แบ่งหมูแดดเดียวรสชาตินี้ให้ฉันอีกสักสองห่อเถอะนะ ลูกชายฉันกินข้าวต้มกับหมูฝีมือเธอเมื่อวาน ถึงกับซดเกลี้ยงหม้อ ไม่ยอมวางตะเกียบเลย!" หญิงวัยกลางคนแต่งกายภูมิฐานคนหนึ่งเอ่ยปากอ้อนวอนด้วยความร้อนรน มือที่ถือปิ่นโตไม้สั่นระริกด้วยความอยาก ลี่อินเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน เธอย่อมรู้ดีว่าหมูแดดเดียวที่ทำจากเนื้อหมูป่าคุณภาพเยี่ยมในซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติพิเศษ นำมาหมักด้วยเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะจากโลกยุคปัจจุบัน ทั้งน้ำปลาชั้นดี น้ำตาลทรายแดง และพริกไทยดำป่นหยาบ ตากแดดในโดมมิติที่ควบคุมอุณหภูมิและความสะอาดอย่างไร้ที่ติ ย่อมให้รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานกำลังดี หอมกลิ่นควันฟืนและเครื่องเทศจางๆ ยามนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ หนังหมูจะกรอบนอกนุ่มใน เนื้อฉ่ำไม่แห้งกระด้าง เป็นเมนูที่คนในยุค 80 ไม่มีทางได้ลิ้มลองจากที่ไหนแน่นอน "ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากขายให้หรอกนะคะพี่สาว... แต่เนื้อหมูส่วนนี้หายากจริงๆ ค่ะ กว่าฉันจะหมักและตากแดดจนได้ที่ต้องใช้เวลา ถ้าทำลวกๆ เสียชื่อฝีมือไป ฉันคงสู้หน้าทุกคนไม่ไหวหรอกค่ะ" ลี่อินปฏิเสธด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด พร้อมกับส่งหมูแดดเดียวห่อสุดท้ายในตะกร้าให้กับชายวัยกลางคนผู้ยืนรอคิวแรกสุด เสียงถอนหายใจด้วยความเสียดายดังระงมไปทั่วบริเวณ หลายคนทำหน้าหงอยเหงาเพราะมาไม่ทัน แต่ไม่มีใครกล้าโวยวาย เพราะต่างก็รู้กิตติศัพท์ความเด็ดเดี่ยวของแม่ค้าสาวคนนี้ ว่าต่อให้ตื๊อแค่ไหน หากเธอพูดย่อมแปลว่าหมดคือหมด ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาเฉียบคมของลี่อินก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยร่างหนึ่งกำลังเดินแหวกฝูงชนเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะเรียบเฉย บัดนี้กลับมีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม ดวงตาคู่นคมกริบทอดมองมาที่เธอด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความห่วงใยและความระอาใจระคนกัน *หานฉหยาง!* สามีหนุ่มนายทหารผู้คลั่งรักของเธอตามมาจนถึงที่นี่ได้อย่างไรกัน? ลี่อินใจหายวาบเล็กน้อย เธอกวาดเงินสดในมือใส่ย่ามผ้าสะพายข้างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้เฒ่าเฉินที่ยืนคุมเชิงอยู่ช่วยเคลียร์พื้นที่และแยกย้ายฝูงชนที่ยังคงอาลัยอาวรณ์ไม่อยากกลับบ้าน "ภรรยา... เล่นสนุกพอหรือยัง?" เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้นชิดริมหู ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทสีเขียวขี้ม้าทหารจะก้าวเข้ามาประชิดตัว ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูก หานฉหยางยื่นมือหนามาปัดปอยผมที่ปรกลงมาเคลียแก้มเนียนของเธอออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแฝงความทะนุถนอมราวกับเธอเป็นแก้วตาดวงใจ แต่สายตาที่เขากวาดมองไปรอบกองเงินในย่ามกลับทำให้ลี่อินต้องรีบหดคอหนี "ฉัน... ฉันไม่ได้เล่นเสียหน่อยค่ะ ฉันกำลังทำมาหากินสร้างอนาคตให้ครอบครัวเราต่างหากล่ะคะ" ลี่อินแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม รอยยิ้มเจื่อนปรากฏบนใบหน้าสวย เธอลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้เป็นวันหยุดลาพักร้อนของเขา และเธอแอบหนีออกมาจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง "สร้างอนาคต?" หานฉหยางทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำลากยาวอย่างมีความหมาย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองกองธนบัตรในย่ามที่ล้นทะลักออกมา "การมาเดินขายของในตลาดมืดที่มีความเสี่ยงสูงแบบนี้ คือการสร้างอนาคตที่เธอเลือกสินะ ไป๋ลี่อิน... ดูท่าทางฉันตามใจเธอมากเกินไปจนกล้าหาญขึ้นทุกวันแล้วกระมัง?" แม้คำพูดจะฟังดูดุ แต่มือหนากลับเอื้อมมาจับมือเรียวที่เย็นเฉียบของเธอขึ้นมาถูไถเบาๆ เพื่อให้ความอบอุ่น เป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับคำพูดโดยสิ้นเชิง จนคนมองต้องแอบหมั่นไส้ในความคลั่งรักที่มักจะแสดงออกในยามที่อยู่กันตามลำพัง "ก็ของมันอร่อยนี่คะ ใครจะอดใจไหวล่ะ อีกอย่าง เงินนี่... ฉันตั้งใจจะเอาไว้สร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณกับแม่ แล้วก็เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ ในหมู่บ้านด้วยนะ..." ลี่อินใช้ไม้ตายเดิม คือการส่งสายตาออดอ้อนและเอ่ยถึงอนาคตของครอบครัว หานฉหยางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมจำนนต่อแววตาระยิบระยับคู่นั้นทุกครั้งสิน่า เขายกมือขึ้นยีศีรษะเธอเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "กลับบ้านกันเถอะ อาหารเย็นวันนี้เธอต้องชดใช้ด้วยการทำเมนูโปรดให้ฉันกินเป็นกรณีพิเศษ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันออกจากตรอกแคบๆ มุ่งหน้ากลับบ้านในยามพลบค่ำ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นที่เริ่มปกคลุมไปทั่วท้องทุ่ง ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นปากซอยสายตาของลี่อินก็บังเอิญเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของแม่สามีและสะใภ้รองตระกูลหาน กำลังยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ พร้อมกับถือตะกร้าเปล่าและใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยา พวกหล่อนแอบดูอยู่นานเท่าไหร่แล้ว? และที่สำคัญ... ในมือของป้าสะใภ้รองถือจดหมายฉบับหนึ่งที่มีตราประทับจากสำนักงานที่ดินอำเภอ! ลี่อินหยุดฝีเท้ากะทันหัน หัวใจกระตุกวูบเมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปากของแม่สามี "มีอะไรหรือเปล่า?" หานฉหยางขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นภรรยาสาวจ้องเขม็งไปที่พุ่มไม้เบื้องหน้า "ฉหยาง..." ลี่อินหันมาสบตากับสามี น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "ฉันว่า... บ้านเรากำลังจะต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ชุดใหญ่เข้าให้แล้วล่ะค่ะ" โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%