เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตะโกนแว้ดเข้ามาจนนกกระจอกบนต้นไม้แตกฮือ
"ไป๋ลี่อิน! นังสะใภ้ตัวดี แกคิดจะหดหัวอยู่ในกระดองเต่าหนีหน้าพวกฉันไปถึงไหน ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ภายในห้องโถงคับแคบของกระท่อมเก่า บรรยากาศไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ไป๋ลี่อินยังคงนิ่งสงบ เธอวางถ้วยชาสมุนไพรลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยียบเย็นและขบขันระคนกัน เธอกวาดสายตามองไปทางสามีหนุ่มที่กำลังยืนพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี
"ฉหยาง..." ลี่อินหันมาสบตากับสามี น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "ฉันว่า... บ้านเรากำลังจะต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ชุดใหญ่เข้าให้แล้วล่ะค่ะ"
หานฉหยางแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมเข้มไร้ซึ่งความเกรงกลัว ดวงตาคมกริบทอประกายดุดันราวกับพญาอินทรีย์ที่พร้อมขย้ำเหยื่อ เขาเอื้อมมือมาลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้ความตึงเครียดรอบตัวมลายหายไปในพริบตา
"ปล่อยให้พวกเขาเห่าไปเถอะค่ะที่รัก..." หานฉหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ใช้พูดกับเธอแค่คนเดียว "วันนี้ช่างรับเหมาเข้ามาวัดพื้นที่สร้างบ้านใหม่แล้ว พวกมันมาขวางทางทำกินของเรา ก็แค่ทางผ่านที่ต้องกวาดทิ้งให้พ้นสายตาเท่านั้น"
สิ้นเสียงของสามี ประตูรั้วไม้ไผ่ที่ต้านทานแรงกระแทกไม่ไหวก็หลุดออกจากบานพับโครมใหญ่ ร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่เดินนำหน้าตามด้วยกลุ่มญาติฝ่ายสามีอีกครึ่งโหล พร้อมกับชาวบ้านที่มุงดูความสนุกสนานอยู่ห่างๆ
ป้าสะใภ้ใหญ่เท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโลภและโกรธเกรี้ยว กวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณที่ตอนนี้มีกองอิฐแดงและถุงปูนซีเมนต์กองพะเนิน
"ไอ้หานฉหยาง! นังสารเลวร่านรักนี่! แกกล้าดียังไงถึงเอาเงินเก็บของตระกูลไปซื้ออิฐสร้างบ้านใหม่ โดยไม่ขออนุญาตผู้ใหญ่บ้านและญาติผู้พี่อย่างพวกฉันฮะ!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผดเสียงแหลมจนเส้นเลือดที่คอดูนูนปูด
ลี่อินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอจัดเสื้อผ้าให้เรียบง่ายแต่สง่างาม รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากถูกส่งไปให้ญาติผู้พี่ตัวแสบอย่างไม่เกรงกลัว
"เงินเก็บของตระกูลเหรอคะ? ป้าสะใภ้ใหญ่... สมองของป้าคงมีแต่ขี้เลื่อยสินะคะ ถึงได้จำไม่ได้ว่าตอนที่ฉันกับฉหยางถูกขับไล่ออกจากบ้านใหญ่ มือเปล่าตัวเปล่า แถมมีหนี้สินท่วมหัว พวกท่านเคยแม้แต่จะชายตามองพวกเราไหม? เงินก้อนนี้ฉันหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของฉันเอง มันเป็นเงินที่ได้จากการค้าขายสุจริต ไม่ใช่เงินโสโครกที่ได้จากการรีดไถชาวบ้านเหมือนพวกท่าน!"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดแทงใจดำของป้าสะใภ้ใหญ่จนหน้าชา ใบหน้าอ้วนท้วนเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด
"นัง... นังปากดี! แกกล้าด่าฉันเหรอ! แกคิดว่าหาเงินได้แล้วจะยิ่งใหญ่มาจากไหน บ้านหลังนี้ พื้นดินตรงนี้ เป็นของตระกูลหาน! แกไม่มีสิทธิ์สร้างอะไรทั้งนั้น!" ป้าสะใภ้ใหญ่พุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้าลี่อินให้หายแค้น
แต่มีหรือที่หานฉหยางจะยอมยืนดูเฉยๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาไว้ราวกับกำแพงเหล็ก มือหนาคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ใหญ่ไว้แน่นเพียงข้างเดียว แรงบีบที่มหาศาลทำให้อีกฝ่ายร้องกรี๊ดลั่นราวกับหมูกลัวจะถูกเชือด
"ถ้าไม่อยากกระดูกข้อมือหัก ก็ไสหัวออกไปจากที่ดินของผมซะ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเยือกเย็นจนน่ากลัว ดวงตาดุดันจ้องมองไปยังผู้บุกรุกทุกคนจนพวกเขาต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
ในจังหวะชุลมุนนั้นเอง เสียงรถบรรทุกวัสดุก่อสร้างคันใหญ่ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าริมธาร ช่างรับเหมาและคนงานนับสิบคนก้าวลงจากรถพร้อมกับอุปกรณ์ครบมือ หัวหน้าช่างเดินเข้ามาโค้งคำนับให้หานฉหยางและลี่อินด้วยความเคารพ
"คุณหาน คุณผู้หญิงครับ ทุกอย่างพร้อมแล้วครับ วันนี้เราจะเริ่มลงเสาเอกบ้านอิฐสองชั้นหลังงามริมธารตามแบบแปลนที่ตกลงกันไว้ครับ!" หัวหน้าช่างเอ่ยเสียงดังฟังชัด
ลี่อินยิ้มรับอย่างพึงพอใจ เธอกวาดสายตามองไปยังป้าสะใภ้ใหญ่ที่หน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สองสามีภรรยาคู่นี้กำลังจะยกระดับชีวิตหลุดพ้นจากความยากจนไปไกลลิบลิ่วแล้ว
"ลงมือได้เลยค่ะหัวหน้าช่าง รบกวนช่วยเร่งมือหน่อยนะคะ พอสร้างเสร็จฉันตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นบ้านใหม่ครั้งใหญ่ ให้คนทั้งหมู่บ้านได้รู้ว่า การพึ่งพาตัวเองมันหอมหวานแค่ไหน" ลี่อินจงใจเน้นเสียงคำว่า 'คนทั้งหมู่บ้าน' ให้ดังพอที่ชาวบ้านมุงจะได้ยินกันทั่ว
ป้าสะใภ้ใหญ่กัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจจนตัวสั่น แววตาโลภจัดมองไปที่กองวัสดุก่อสร้างราคาแพงลิบลิ่ว สมองอันชั่วร้ายกำลังวางแผนการบางอย่างเพื่อทำลายล้างความสุขของสองสามีภรรยาคู่นี้ให้พินาศ
"แกจำไว้... นังลี่อิน แกกับไอ้ทหารไร้น้ำยานี่ไม่มีวันมีความสุขบนกองเงินกองทองนี้ได้หรอก!" ป้าสะใภ้ใหญ่ชี้หน้าอาฆาตก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีหายไปพร้อมกับพวกพ้อง
ลี่อินมองตามหลังร่างท้วมนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอนรู้ดีว่าคนอย่างป้าสะใภ้ใหญ่ไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ แต่เธอก็ไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย เพราะในซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติพิเศษของเธอนั้น มีทั้งอาวุธลับและข้อมูลที่สามารถเอาผิดคนพวกนี้ได้ตลอดเวลา
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว โครงสร้างบ้านอิฐหลังงามริมธารค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างมั่นคง กลิ่นอายของความเจริญรุ่งเรืองเริ่มแผ่ขยายปกคลุมทั่วบริเวณกระท่อมเก่าที่กำลังจะถูกรื้อถอน ทุกเย็นลี่อินมักจะเข้าครัวทำอาหารรสเลิศ กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อตุ๋นสมุนไพรและซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนๆ ลอยละล่องไปทั่วผืนป่า เรียกน้ำย่อยและสร้างความอิจฉาให้แก่ผู้คนรอบข้าง
จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ลี่อินกำลังยืนปรุงอาหารจานเด็ดเพื่อรอสามีกลับจากการตรวจไซต์งานก่อสร้าง เสียงเคาะประตูรั้วที่เปลี่ยนไปจากเดิมก็ดังขึ้น...
มันไม่ใช่เสียงเคาะหยาบคายแบบป้าสะใภ้ใหญ่ แต่เป็นเสียงเคาะสามครั้งที่เป็นจังหวะและหนักแน่น
ลี่อินขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอวางตะหลิวลงแล้วเดินไปเปิดประตูรั้วด้วยความระแวดระวัง ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก รอยยิ้มบนใบหน้าค้างเติ่งไปในทันที
ร่างสูงโปรสง่าในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงที่เต็มไปด้วยเหรียญตราเกียรติยศยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากหานฉหยางราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าแววตากลับเยียบเย็นและทรงอำนาจยิ่งกว่า
ชายหนุ่มผู้มาใหม่กวาดสายตามองบ้านใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดที่ใบหน้าของลี่อิน มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย
"ไม่คิดเลยว่า... น้องสะใภ้ที่น้องชายอกตัญญูของฉันซ่อนเอาไว้ จะงดงามและมีความสามารถถึงขนาดนี้"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างชีวิตใหม่ไปกับลี่อินและฉหยางนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 22
สร้างบ้านใหม่หลังใหญ่กว่าเดิม
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!