“ขอโทษนะคะคุณผู้ชาย แต่ดูเหมือนว่าคุณจะมาผิดจังหวะไปเสียหน่อย ดิฉันกำลังจะอบซาลาเปาให้เด็กๆ ในบ้านพอดี ถ้าอยากจะเจรจาธุรกิจ ก็เชิญนั่งรอที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะม่วงนั่นก่อนค่ะ... แต่อย่าได้เผลอไปหยิบอะไรในครัวเข้าล่ะ เพราะดิฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของนิ้วมือคุณ”
ไป๋ลี่อินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับคมกริบดุจมีดปอกผลไม้ในมือ เธอไม่ได้แม้แต่จะหันไปมองชายชุดสูทที่ยืนเกร็งอยู่กลางลานบ้าน ท่าทีของเขาดูขัดเขินกับสภาพบ้านสวนในยุค 80 อย่างสิ้นเชิง ก่อนจะหันกลับมาให้ความสนใจกับ ‘สงครามแป้ง’ ในชามใบโต
เธอกดฝ่ามือลงบนแป้งนุ่มฟูที่นวดจนได้ที่ กลิ่นยีสต์จางๆ ผสานกับกลิ่นอายของนมสดที่วางอยู่ข้างๆ ทำให้บรรยากาศในครัวที่ควรจะตึงเครียดกลับอบอวลไปด้วยความนุ่มนวลของชีวิต เด็กๆ ทั้งสามคน—อาเฉิน อาหลิน และเจ้าตัวเล็กอาหมิง—ต่างพากันมาเกาะขอบโต๊ะ ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องมองแป้งก้อนกลมในมือของลี่อินราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
“พี่ลี่อินคะ... ไส้หมูสับข้างในนั่น ต้องใส่ไข่เค็มเยอะๆ ใช่ไหมคะ?” อาหลินถามเสียงใส พลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“แน่นอนค่ะ วันนี้พี่ใส่ให้จุใจ ให้กัดไปตรงไหนก็เจอแต่ความอร่อยเลย” ลี่อินยิ้มให้เด็กสาว ก่อนจะบรรจงห่อไส้หมูสับหมักเครื่องเทศสูตรพิเศษจากมิติซุปเปอร์มาร์เก็ตลงไป ปิดปากแป้งด้วยจีบที่ประณีตงดงามเหมือนดอกไม้บาน
ชายในชุดสูทที่ถูกทิ้งไว้กลางลานบ้านกัดฟันกรอด เขาพยายามจะก้าวเข้ามาเพื่อกดดันเธออีกครั้ง แต่ทว่า... พลันร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งกลับจากฐานทัพก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้เสียก่อน หานหยางไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ปรายตามองด้วยสายตาเย็นชาที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
“ภรรยาผมบอกให้รอ ก็แปลว่าต้องรอ” หานหยางเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในครัวโดยไม่สนใจสายตาอึ้งกิมกี่ของแขกผู้มาเยือน เขาหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาผูกอย่างคล่องแคล่ว ท่าทีคลั่งรักที่ยอมลดตัวลงมาช่วยงานบ้านทำให้เด็กๆ ถึงกับหัวเราะคิกคัก
ในครัวตอนนี้ไม่ใช่แค่สถานที่ทำอาหาร แต่เป็นพื้นที่แห่งความรักที่ลี่อินค่อยๆ ก่อร่างสร้างขึ้นท่ามกลางสายตาของหานหยางที่มองเธอไม่วางตา “ไอน้ำพวกนี้ทำให้หน้าคุณดูใสขึ้นนะ” เขากระซิบข้างหูเธอขณะช่วยหยิบถาดซึ้ง
“ปากหวานนะคะวันนี้ จะเอาอะไรคะ? หรือว่าหิว?” ลี่อินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบซาลาเปาลูกอวบที่นึ่งจนสุกได้ที่ออกมาจากซึ้ง กลิ่นหอมฟุ้งของแป้งนุ่มๆ ผสมกับกลิ่นเนื้อหมูปรุงรสและน้ำมันงาโชยไปไกลจนถึงหน้าบ้าน ชายในชุดสูทที่ตั้งท่าจะโวยวายถึงกับชะงัก กลิ่นที่เตะจมูกมันช่างยั่วน้ำลายจนความกระหายธุรกิจมลายหายไปสิ้น
ลี่อินวางซาลาเปาไส้ทะลักลงตรงหน้าเด็กๆ พร้อมนมสดอุ่นๆ ที่ใส่ความใส่ใจลงไปทุกหยด เด็กทั้งสามคนรีบคว้าซาลาเปาขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วกัดลงไปพร้อมกัน แววตาของพวกเขาเปลี่ยนเป็นความสุขล้นปรี่ “พี่ลี่อินใจดีที่สุดในโลกเลย!” อาหมิงร้องตะโกนทั้งที่แก้มตุ่ย
ขณะที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านไปทั่วบ้าน ทันใดนั้น เสียงตะโกนโวยวายจากหน้าประตูบ้านก็ทำลายบรรยากาศลง แม่สามีจอมแสบของลี่อินพร้อมกับญาติที่ชอบสูบเลือดสูบเนื้อก้าวเข้ามาในรั้วบ้านด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว
“นังลูกสะใภ้! แกทำอะไรกิน! กลิ่นหอมฟุ้งไปถึงปากซอย! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อวัตถุดิบดีๆ พวกนี้! ของพวกนี้มันของคนรวย ไม่ใช่ของคนอย่างแก!” หญิงชราชี้นิ้วด่าทอพลางกวาดสายตามองซาลาเปาในมือเด็กๆ ราวกับจะแย่งมากินเสียให้ได้
ลี่อินยังคงวางท่าสงบนิ่ง เธอค่อยๆ เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับญาติจอมจุ้น แววตาของเธอไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย “แม่คะ... ถ้าอยากกิน ก็ควรจะพูดจาดีๆ นะคะ แต่เสียใจด้วย วันนี้ซาลาเปาทำมาพอดีสำหรับ ‘คนในครอบครัว’ เท่านั้น... และคนนอกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างพวกแม่ คงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะดมกลิ่นหรอกค่ะ”
หานหยางก้าวออกมาเคียงข้างภรรยา มือหนาโอบไหล่เธอไว้แน่น สายตาคมกริบของทหารหนุ่มจ้องมองแม่ของตนด้วยความผิดหวัง “ถ้าแม่จะมาเพื่อก่อกวนความสุขในบ้านผม ก็เชิญกลับไปได้เลยครับ ก่อนที่ผมจะแจ้งเรื่องการบุกรุกเคหสถานกับทางหมู่บ้าน”
บรรยากาศหน้าบ้านเงียบกริบลงทันที หญิงชราหน้าชาจนเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ขณะที่ชายในชุดสูทที่ถูกทิ้งไว้ข้างนอกมองดูสถานการณ์อย่างสนใจ เขาค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ ล่วงกระเป๋าหยิบเอกสารบางอย่างออกมา “คุณไป๋ลี่อินครับ... ผมเริ่มเปลี่ยนใจแล้ว สินค้าที่คุณผลิต... ไม่ใช่แค่มีรสชาติที่ดี แต่มันคือ ‘ขุมทรัพย์’ ของตลาดมืดในเมืองนี้ ถ้าคุณสนใจจะเจรจาเรื่องสัญญาผูกขาดกับบริษัทนำเข้าอาหารของเราล่ะก็... ผมมีข้อเสนอที่คุณอาจจะปฏิเสธไม่ลง”
ลี่อินเลิกคิ้วมองเอกสารในมือเขา ก่อนจะหันไปสบตากับหานหยางที่ส่งยิ้มให้เธออย่างสนับสนุน เธอรับเอกสารมาอ่านเพียงครู่เดียว ก่อนจะยิ้มมุมปาก—ยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของนางพญาที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ข้อเสนอของคุณน่าสนใจค่ะ... แต่ก่อนจะเซ็นชื่อ ดิฉันมีเงื่อนไขเดียว”
“เงื่อนไขอะไรครับ?” ชายชุดสูทถามด้วยความลุ้นระทึก
ลี่อินหันไปหยิบซาลาเปาลูกสุดท้ายในซึ้งที่ยังเหลืออยู่ขึ้นมา วางลงบนจานกระเบื้อง แล้วเดินไปวางตรงหน้าแม่สามีที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ “กินซะค่ะ แล้วหลังจากนี้... อย่าให้ดิฉันเห็นหน้าพวกคุณในรั้วบ้านนี้อีก ไม่อย่างนั้น... ครั้งต่อไปที่เราคุยกัน คงไม่ใช่เรื่องของกิน แต่เป็นเรื่องของกฎหมาย”
แม่สามีชะงัก มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบซาลาเปาขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ แต่ในวินาทีที่เธอจะกัดมัน—เสียงโทรศัพท์จากสำนักงานของชายชุดสูทก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา เขาหยิบหูโทรศัพท์สนามที่พกติดตัวขึ้นมาฟังเพียงครู่เดียว ก่อนจะหน้าซีดเผือดแล้วหันมามองลี่อินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
“คุณไป๋... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ สินค้าล็อตแรกที่คุณฝากไว้ที่โกดัง... มีคนของ ‘ท่านผู้นั้น’ ไปเห็นเข้า และเขากำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านหลังนี้เดี๋ยวนี้เลย!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้ "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ หวังว่าจะชื่นชอบกับความเข้มข้นในตอนนี้นะคะ!
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 18
เมนูลับมัดใจเด็กๆ ในบ้าน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!