"ถ้าคืนนี้พี่หานยังทำหน้าถมึงทึงใส่ฉันอีก ฉันจะเทผัดหมูจานนี้ให้เจ้าตูบหลังบ้านกินเสียให้หมดเรื่อง!"
เสียงบ่นพึมพำอย่างขัดอกขัดใจดังขึ้นเบา ๆ ภายในห้องครัวคับแคบของบ้านพักนายทหาร ไป๋ลี่อินตวัดมีดสับลงบนเขียงไม้อย่างคล่องแคล่ว เนื้อหมูสามชั้นติดหนังหนาปานกลางถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ความคมของใบมีดสะท้อนกับแสงไฟสีส้มจากตะเกียงน้ำมันก๊าด ทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนในชนบทปี 1980 เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หานหยาง สามีตามนิตินัยผู้พ่วงตำแหน่งนายทหารหนุ่มอนาคตไกล กลับบ้านมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและแววตานิ่งสนิท แม้ปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ความเงียบงันและความห่างเหินเล็ก ๆ นั้น กลับทำให้คนเป็นภรรยาอย่างเธอรู้สึกขัดใจไม่น้อย ในเมื่อเขาใช้ความเย็นชาเข้าสู้ มีหรือที่เชฟสาวมือหนึ่งจากโลกยุคปัจจุบันอย่างเธอจะยอมแพ้
วันนี้ลี่อินจึงงัดไม้เด็ดจากคลังแสงในซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติพิเศษออกมาจัดการ โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงหมูสามชั้นคัดเกรดพรีเมียม หนังกรอบสีทองอร่ามที่เธอแอบเอาออกมาจากห้องเย็นในมิติ พร้อมด้วยเครื่องพริกเกลือสูตรเด็ดที่โขลกจนหอมฟุ้ง
“กลิ่นอะไรน่ะ... หอมจนแสบจมูกเลย”
เสียงทุ้มต่ำและแห้งผากดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว หานหยางในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าและกางเกงขายาวทหาร ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบตามสัญชาตญาณของคนเป็นทหารอาชีพ ใบหน้าคมเข้มยังมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการฝึกกองพันและปัญหาความกดดันในค่ายทหาร แต่จังหวะที่ก้าวเข้ามา ดวงตาคมกริบกลับกวาดมองไปที่เตาไฟโดยอัตโนมัติ
ลี่อินไม่หันไปมอง เธอเพียงแต่เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงควบคุมตะหลิวในกระทะเหล็ก เสียงน้ำมันเดือดปุด ๆ และเสียงซู่ซ่าเมื่อเครื่องพริกเกลือ กระเทียมสับละเอียด และพริกจินดาแดงสดสัมผัสกับความร้อน รังสรรค์กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวจนคนยืนมองถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ก็กลิ่นของภรรยาคุณไงคะ” ลี่อินตอบเสียงใส ปรายตามองสามีที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเตา “ถ้าเหนื่อยนักก็ไปนั่งรอที่โต๊ะค่ะ อย่ามายืนเกะกะตรงนี้ เดี๋ยวอาหารจะไม่อร่อยเพราะกลิ่นเหงื่อทหารของคุณเสียก่อน”
ปกติแล้ว หานหยางคงจะเอ่ยปากตักเตือนด้วยความเคร่งขรึมตามประสาคนหัวโบราณ แต่วินาทีนี้ สายตาของนายทหารหนุ่มกลับถูกตรึงไว้กับกระทะตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ ภาพหมูสามชั้นที่ถูกทอดจนหนังกรอบฟู ก่อนนำมาคั่วคลุกเคล้ากับพริก กระเทียมเจียวสีเหลืองทอง และต้นหอมซอย สีสันตัดกันอย่างน่ารับประทาน ไอร้อนพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมเย้ายวนที่ปลุกต่อมรับรสในร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันให้ตื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำรับอาหารมื้อเย็นวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ ‘หมูกรอบผัดพริกเกลือ’ จานเด็ดเท่านั้น แต่ยังมีแกงจืดหัวไชเท้าร้อน ๆ ซดคล้องคอ และผัดผักบุ้งไฟแดงกรอบอร่อยจากแปลงเกษตรหลังบ้าน ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า
หานหยางนั่งลงที่เก้าอี้ด้วยท่าทางเงียบขรึมเช่นเคย เขายังคงรักษามาดของนายทหารผู้เคร่งขรึมเอาไว้ แม้ว่าในใจจะเริ่มปั่นป่วนด้วยความหิวโหยที่สั่งสมมาตั้งแต่เที่ยง ลี่อินตักข้าวสวยร้อน ๆ พูนชามส่งให้เขา ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วใช้คางเกยมือมองดูปฏิกิริยาของสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ลองชิมดูสิคะ... ฝีมือภรรยาคนนี้ รับรองว่าต่อให้ท่านผู้บัญชาการค่ายทหารมาขอซื้อสูตร คุณก็ห้ามขายเด็ดขาด”
หานหยางช้อนสายตาขึ้นมองหน้าภรรยาสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจใช้ตะเกียบหนีบชิ้นหมูกรอบผัดพริกเกลือที่มีเกล็ดเกลือและกระเทียมเจียวเคลือบอยู่ทั่วชิ้นเข้าปาก
กึก!
วินาทีที่ฟันกระทบลงบนหนังหมู เสียงกรอบสนั่นดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ความกรอบนอกนุ่มในของหมูสามชั้นที่ละลายในปาก ผสมผสานกับความเค็มกลมกล่อม ความเผ็ดร้อนปลายลิ้นของพริก และความหอมฟุ้งของกระเทียมเจียวสดใหม่ ระเบิดรสชาติอันซับซ้อนแต่แสนอร่อยล้ำออกมาอย่างไร้ที่ติ รสสัมผัสนี้ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ทั่วไปตามร้านค้าสหกรณ์ในยุค 80 แต่มันคือความอร่อยระดับภัตตาคารหรูที่แม้แต่ทหารผ่านศึกอย่างเขา ก็ไม่เคยลิ้มลองมาก่อนในชีวิต
ดวงตาคมกริบที่เคยเรียบนิ่งมาตลอดเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าจากการฝึกหนักตลอดสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา หานหยางชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่ตะเกียบในมือจะขยับด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมอย่างไร้ร่องรอยความสำรวม
คำแล้ว... คำเล่า...
จากที่ตั้งใจจะกินแบบสำรวมตามระเบียบวินัยทหาร กลายเป็นการคีบหมูกรอบเข้าปากอย่างต่อเนื่อง ชามข้าวสวยที่ลี่อินตักให้พูนๆ พร่องลงไปครึ่งหนึ่งในเวลาไม่ถึงสองนาที ตามด้วยการซดแกงจืดร้อน ๆ ตามเพื่อตัดเลี่ยน หานหยางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาพูดคุย เขาก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความเร็วและท่าทางที่บอกชัดเจนว่า ‘อร่อยจนหยุดไม่ได้’
ลี่อินนั่งมองภาพนั้นด้วยความขบขัน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสะใจ
“ค่อย ๆ กินก็ได้ค่ะ ไม่มีใครแย่งคุณหรอก... ดูสิคะ หน้าตาตอนหิวโซนี่ไม่เหลือมาดผู้กองหนุ่มอนาคตไกลเลยสักนิด” เธอเอ่ยแซwเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเย้าแหย่
หานหยางชะงักมือที่กำลังจะคีบชิ้นสุดท้ายในจาน เขากลืนข้าวคำโตลงคอ ใบพักคมเข้มขึ้นสีแดงจาง ๆ ด้วยความเก้อเขินเล็กน้อย แต่แววตาที่มองภรรยากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาและการเว้นระยะห่างที่เคยมี ถูกละลายหายไปจนหมดสิ้นด้วยฤทธิ์ของหมูกรอบผัดพริกเกลือฝีมือเมียรัก
“อร่อย...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความจริงใจอย่างที่สุด ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปตักข้าวเพิ่มอีกครึ่งชามด้วยตนเอง
บรรยากาศในบ้านพักหลังเล็กอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะเบา ๆ ของสองสามีภรรยา ความตึงเครียดจากโลกภายนอกถูกตัดขาดออกไปจากประตูบ้านหลังนี้โดยสิ้นเชิง ลี่อินพึงพอใจกับผลงานของตัวเองเป็นอย่างมาก เธอคิดในใจว่าผู้ชายต่อให้แข็งกระด้างแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องสยบลงใต้ท้องกระทะของเธอนี่แหละ
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเอร็ดอร่อยกับมื้อค่ำอันแสนสุขนั้นเอง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท ตามด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูของป้าสะใภ้จอมสูบเลือดที่ตะโกนโวกเวกโวยวายเข้ามาในความมืด
“หานหยาง! ลี่อิน! เปิดประตูเพวกแกเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกซ่อนของดีไว้ในบ้าน คายเงินและเสบียงออกมาซะดี ๆ ไม่งั้นฉันจะประจานให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าพวกแกแอบซุกซ่อนทรัพย์สินผิดกฎหมาย!”
ตะเกียงในมือลี่อินเกือบสั่นไหว หานหยางวางตะเกียบลงทันที ใบหน้าคมเข้มที่เมื่อครู่ยังมีความอ่อนโยน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันรากับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากจำศีลในเสี้ยววินาที!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างชีวิตใหม่ไปกับลี่อินและร่วมลุ้นไปกับก้าวสำคัญของหานหยางในครั้งนี้นะคะ!
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 28
สยบสามีด้วยหมูกรอบผัดพริกเกลือ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!