เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ดังปังๆ สามครั้งซ้อน ราวกับจะพังมันให้หลุดติดมือ ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตะโกนแว้ดเข้ามาในบ้านดินหลังน้อย
"นังไป๋ลี่อิน! ลูกสะใภ้บ้านตระกูลหาน! อย่าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ข้างในแล้วจะไม่รู้เรื่องนะ วันนี้ถึงกำหนดส่งข้าวสารส่วนกลางแล้ว ครอบครัวพวกเราต้องอดอยากปากแห้งเพราะแม่ม่ายมือฉาบฉวยอย่างเธอมามากพอแล้ว เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
ไป๋ลี่อินขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย็นเยียบ เธอเพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวชาวไร่ในยุค 80 ได้ไม่ถึงวัน ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่ถูกรังแกจนตรอมใจตายยังคงไหลวนอยู่ในหัว แต่สำหรับไป๋ลี่อิน เชฟสาวมือหนึ่งจากโลกอนาคตผู้ผ่านสมรภูมิห้องครัวและสังคมเมืองที่โหดร้ายมาโชกโชน คนอย่างป้าสะใภ้ใหญ่และญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อเหล่านี้ เป็นเพียงแค่เศษฝุ่นที่เธอไม่จำเป็นต้องเสียเวลาใส่ใจด้วยซ้ำ
ทว่า ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นไปจัดการกับคนน่ารำคาญนอกประตู ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็แล่นริ้วเข้ามาในกระแสความคิด ห้วงเวลาในจิตสำนึกของเธอกลับปรากฏภาพพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล สีขาวสว่างราวกับความฝัน
*ตึง!*
จิตวิญญาณของไป๋ลี่อินราวกับถูกดึงดูดให้วูบหายเข้าไปในพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็ต้องยืนนิ่งค้างด้วยความตื่นตะลึง
เบื้องหน้าของเธอไม่ใช่กระท่อมดินผุพังอีกต่อไป แต่เป็นอาคารติดแอร์เย็นฉ่ำขนาดมหึมาที่มีชั้นวางสินค้าเรียงรายจรดเพดาน ป้ายไฟนีออนสว่างไสวระยิบระยับบ่งบอกอาณาจักรแห่งการบริโภคที่คุ้นเคย—ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ครบวงจรจากโลกยุคศตวรรษที่ 21 ของเธอนั่นเอง!
"นี่มัน... มิติซุปเปอร์มาร์เก็ตสวรรค์!" ลี่อินอุทานออกมาเบาๆ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
เธอก้าวเท้าเดินสำรวจไปตามทางเดินอย่างไร้จุดหมาย ชั้นแรกอัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบอาหารสดใหม่ ทั้งเนื้อหมูสามชั้นติดมันลายสวย ปลาทะเลตัวโต กุ้งแม่น้ำเนื้อแน่น ผักออร์แกนิกเขียวขจีที่ยังคงหยดค้างด้วยน้ำค้างบริสุทธิ์ ข้าวสารหอมมะลิชั้นดีนับร้อยถุง น้ำมันพืช น้ำปลา เครื่องเทศนานาชนิด รวมถึงโซนสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งสบู่ แชมพู ผงซักฟอก และกระดาษชำระคุณภาพสูงที่คนยุค 80 ไม่มีทางได้พบเห็น
มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบขวดน้ำมันพืชบริสุทธิ์บนชั้นวาง เพียงแค่คิดในใจ สินค้าชิ้นนั้นก็ปรากฏขึ้นบนมือของเธอทันทีอย่างมหัศจรรย์ ระบบอัจฉริยะในมิตินี้เชื่อมOตรงกับจิตใต้สำนึกของเธออย่างไร้รอยต่อ
"เยี่ยมยอดจริงๆ ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและผู้คนอดอยากเช่นนี้ ฉันกลับครอบครองคลังสมบัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก!" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว สมองเพชรของเธอเริ่มวางแผนการยกระดับชีวิตอย่างรวดเร็ว ป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังทุบประตูอยู่ข้างนอก จะต้องตกตะลึงจนตาค้างเมื่อได้เห็นสิ่งที่เธอกำลังจะนำออกไปฟาดหน้า
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"นังลี่อิน! หูหนวกหรือไง! ถ้าไม่เปิดประตูฉันจะพังเข้ามาจริงๆ ด้วยนะ!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้ใหญ่ดังขัดจังหวะความสุขของเธอ
ไป๋ลี่อินถอนหายใจเบาๆ ดวงตาคู่สวยประกายแวววาวด้วยความสนุกสนาน เธอวางขวดน้ำมันพืชลง ก่อนจะจิตนาการพาตัวเองหลุดออกมาจากห้วงมิติ กลับมายืนอยู่ภายในกระท่อมดินตามเดิมอย่างแนบเนียน
เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่กลอนไม้เก่าๆ จะส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนทานแรงกระแทกไม่ไหว ลี่อินเดินเข้าไปใกล้ประตูกระชากมันเปิดออกอย่างแรง จนร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังเงื้อมือจะทุบซ้ำเซถลาเกือบล้มคะเมนไปข้างหน้า
"อุ๊ย! ตายจริง ป้าสะใภ้ใหญ่ รีบขนาดนี้ กลัวไม่ได้มาสูบเลือดสูบเนื้อบ้านฉันหรือไงคะ?" ไป๋ลี่อินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน รอยยิ้มหวานหยดที่ส่งไปให้กลับทำให้ผู้สูงวัยกว่ารู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราดทันทีที่ทรงตัวได้ "นังเด็กปากดี! กล้าดียังไงมาพูดจากับผู้ใหญ่อย่างนี้ ส่งข้าวสารส่วนกลางมาเดี๋ยวนี้เลยนะ บ้านเราไม่มีจะกินอยู่แล้ว ส่วนเธอก็แค่แม่ม่ายสามีทหารส่งเงินมาให้ไม่กี่หยวน มีสิทธิ์อะไรมานอนกินบ้านกินเมืองเฉยๆ!"
ไป๋ลี่อินไม่โกรธเคืองแม้แต่น้อย เธอกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ สายตากวาดมองไปยังกลุ่มชาวบ้านที่เริ่มมายืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ข้าวสารส่วนกลางงั้นเหรอคะ?" ลี่อินหัวเราะในลำคอเบาๆ "แปลกจังเลยนะคะ ป้าสะใภ้ใหญ่ ทั้งที่สามีฉันส่งเงินเดือนทหารมาให้ครอบครัวเราทุกเดือน แต่ทำไมพวกท่านถึงบอกว่าฉันเป็นคนกินแรงล่ะคะ หรือว่าเงินพวกนั้น... มันบินเข้ากระเป๋าบ้านป้าไปหมดแล้ว?"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาราวกับมีดกรีดแทงกลางใจ ทำให้สีหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่เปลี่ยนสีทันที หญิงวัยกลางคนอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกเมื่อเจอสายตาสอดรู้สอดเห็นของชาวบ้านที่เริ่มหันมาซุบซิบกัน
"เธอ... เธอพูดจาเหลวไหลอะไร นังเด็กนี่มันเพี้ยนไปแล้ว!" ป้าสะใภ้ใหญ่แก้ตัวเสียงสั่น
"ฉันจะเพี้ยนหรือไม่เพี้ยน ป้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ" ไป๋ลี่อินยิ้มหวานหยด ยื่นมือไปหยิบถุงแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดเกรดพรีเมี่ยมจากมิติซุปเปอร์มาเก็ตออกมาซ่อนไว้ด้านหลังลำตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงดังกังวานที่ทุกคนได้ยินชัดเจน
"ในเมื่อป้าบอกว่าบ้านเราอดอยากนัก วันนี้ฉันใจดี จะแสดงฝีมือทำอาหารเลิศรสให้ทุกคนได้เห็นกันไปเลยว่า คนอย่างไป๋ลี่อินคนนี้ หาเลี้ยงตัวเองและสามีได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาขอทานใครทานทั้งสิ้น!"
กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและแป้งสาลีคุณภาพสูงที่เล็ดลอดออกมาจากชายเสื้อของหญิงสาว แม้จะเพียงชั่วพริบตาเดียว แต่กลับลอยไปแตะจมูกของทุกคนบริเวณนั้นจนต้องสูดปากด้วยความสงสัย
ป้าสะใภ้ใหญ่และชาวบ้านต่างจ้องมองไปที่ไป๋ลี่อินด้วยความงุนงง ระหว่างที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดและทุกคนกำลังคาดเดาว่าหญิงสาวจะทำอะไรต่อไปนั้น...
จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นจากทางเดินหน้าหมู่บ้าน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกล
หานหยาง สามีตามนิตินัยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไม่เคยสนใจไยดีภรรยา กลับก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนแผ่รังสีน่าเกรงขามอยู่เบื้องหน้าไป๋ลี่อินอย่างไม่มีใครคาดคิด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับ "กระท่อมไผ่ริมธาร" นะคะ
ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 2
ปลุกมิติซุปเปอร์มาร์เก็ตสวรรค์
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปเปอร์มาร์เก็ตมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!