"ถ้าพวกเธอคิดว่าการก้าวเท้าเข้ามาในเขตป่าหมอกทมิฬแห่งนี้ คือการมาทัศนศึกษาเพื่อเก็บดอกไม้ป่าประดับผมให้สาวๆ ล่ะก็... จงเตรียมใจฝังศพตัวเองไว้ใต้รากไม้พวกนั้นได้เลยครับ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของหัวหน้าผู้คุมสอบดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของแนวชายป่าเวทมนตร์ชั้นนอก กลิ่นอื้นของความชื้นและยางไม้โบราณลอยปะทะจมูกจนสัมผัสได้ถึงความอันตรายที่แฝงอยู่เบื้องหลังม่านหมอกสีเทาจางๆ
นี่คือบททดสอบกลุ่มครั้งแรกของเหล่านักเรียนปีหนึ่ง ภาควิชาอัศวินและเวทมนตร์ประยุกต์ กฎกติกานั้นเรียบง่ายแต่โหดเหี้ยม: แต่ละกลุ่มซึ่งมีสมาชิกสามคน จะต้องเดินทางลึกเข้าไปในเขตป่าระดับสองเพื่อเก็บตัวอย่าง "รากสวรรค์วารี" สมุนไพรหายากที่มักขึ้นอยู่ตามจุดอับชื้นใกล้ถิ่นอาศัยของสัตว์อสูร และต้องกลับออกมาให้ทันภายในเวลาสามชั่วโมงโดยไม่ใช้ศิลาเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน เว้นแต่ชีวิตของพวกเขากำลังจะดับสูญจริงๆ
เรย์กระชับสายสะพายเป้หนังในมือ สายตาคมกริบกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างพินิจพพิเคราะห์ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มเฉพาะกิจที่ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างกะทันหัน เขารู้ดีว่าลำพังแค่ฝีมือดาบหรือเวทมนตร์โจมตีตรงๆ ไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขารอดกลับออกไปได้ครบสามคนแน่
ข้างกายเขาคือไคล์ ทายาทตระกูลอัศวินผู้ถือครองดาบยาวประจำตระกูล ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิด ขณะที่มือข้างขวายังคงกำด้ามดาบแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"นายจะยืนมองกิ่งไม้พวกนั้นอีกนานไหม เรย์?" ไคล์เอ่ยเสียงต่ำ สีหน้าแสดงความไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน "เราเสียเวลาไปสิบนาทีแล้วกับการที่นายมัวแต่ก้มๆ เงยๆ ดูรอยเท้าสัตว์อสูรบ้าๆ นี่ ถ้าอยากได้สมุนไพรนัก ทำไมไม่พุ่งตรงเข้าไปในเขตป่าชั้นลึกให้มันจบๆ ไปเลยล่ะ?"
"เพราะถ้าเราพุ่งเข้าไปแบบไม่มีแผน สมุนไพรที่เราจะได้ อาจจะเป็นดอกไม้บนหลุมศพของพวกเราเองต่างหากล่ะครับ ไคล์" เรย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยเหตุผลที่ทำให้คนฟังเถียงไม่ออก "ดูรอยขูดขีดบนเปลือกไม้ต้นนั้นสิครับ ร่องลึกและมีคราบเมือกสีฟ้าเรืองแสง... นั่นไม่ใช่ร่องรอยของหมาป่าพายุธรรมดา แต่เป็นอาณาเขตของ 'แย้เงาพรรณไม้' สัตว์อสูรระดับสามที่ชอบพลางตัวกับใบไม้ ถ้านายเดินดุ่มๆ เข้าไป คงโดนมันตวัดหางฟาดกระดูกหักตั้งแต่ยังไม่ทันชักดาบแน่"
ไคล์ชะงัก ดวงตาสีฟ้าเข้มเหลือบมองตามปลายนิ้วของเรย์ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ความพยองในฐานะชนชั้นสูงลดฮวบลงทันทีเมื่อตระหนักว่า หากไม่มีเรย์คอยเตือนสติเมื่อครู่ เขากับเพื่อนร่วมกลุ่มอีกคนคงเดินไปติดกับดักธรรมชาติเข้าเต็มเป้า
สมาชิกคนที่สามของกลุ่ม—เด็กหนุ่มร่างผอมเกร็งผู้ถนัดเวทมนตร์สนับสนุนนามว่า "โคล"—พ่นลมหายใจด้วยความโล่งอกออกมาเบาๆ "ให้ตายเถอะ... ขอบคุณนายจริงๆ นะเรย์ ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงกลายเป็นอาหารว่างของเจ้าตัวประหลาดนั่นไปแล้ว"
"อย่าเพิ่งวางใจไปครับโคล งานของเราเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น" เรย์หันกลับมามองแผนที่หนังแกะในมือ แสงสลัวจากรอมชอมเวทมนตร์สะท้อนลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ตามบันทึกของศาสตราจารย์ลูเนีย รากสวรรค์วารีมักจะเติบโตในบริเวณที่มีไอมานเข้มข้น และจุดที่ใกล้ที่สุดคือแอ่งน้ำซับหลังแนวโขดหินปะการังบกนั่น... ไปกันเเถอะครับ แต่อย่าลืมร่ายเวทพรางกลิ่นไว้ตลอดทางด้วย"
ทั้งสามเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบ ลัดเลาะไปตามพุ่มไม้หนาทึบ เรย์เป็นคนเดินนำหน้า คอยใช้ปลายดาบสั้นเขี่ยพุ่มไม้และตรวจสอบพื้นดินเพื่อป้องกันกับดักธรรมชาติ ขณะที่ไคล์รับหน้าที่ระวังหลัง และโคลคอยสนับสนุนการตรวจจับพลังเวทโดยรอบ
การประสานงานของพวกเขาไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว ในช่วงสิบหนาทีแรก ไคล์เกือบจะหลุดปากสบถออกมาหลายครั้งเมื่อกิ่งไม้เกี่ยวเข้ากับชุดเกราะ และโคลก็มีอาการหอบเหนื่อยจนต้องหยุดพักเป็นระยะ แต่ด้วยคำพูดให้กำลังใจสั้นๆ และจังหวะการเดินที่เรย์คอยปรับให้เข้ากับทุกคน ทำให้ทีมเริ่มเข้าที่เข้าทางอย่างน่าประหลาด
จนกระทั่งพวกเขาเดินทางมาถึง "แอ่งน้ำซับ" จุดหมายปลายทาง
ภาพเบื้องหน้าคือแอ่งน้ำขนาดเล็กที่ถูกโอบล้อมด้วยหินผาสีดำสนิท ผิวน้ำสะท้อนแสงสีเขียวมรกตอ่อนๆ จากกลุ่มสมุนไพรเป้าหมายที่กำลังเรืองแสงระยิบระยับอยู่กลางโขดหิน ทว่า... บรรยากาศโดยรอบกลับเงียบสงบจนผิดปกติ ไม่มีแม้แต่เสียงแมลงหรือนกร้อง
"เจอแล้ว..." ไคล์ทำท่าจะพุ่งเข้าไป แต่เรย์ยื่นแขนขวางลำตัวไว้อย่างรวดเร็ว
"หยุดก่อนครับไคล์" เรย์กระซิบเสียงเบาหวิว ดวงตาหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติที่ผิวน้ำ "น้ำในแอ่งไม่ได้นิ่งเพราะความสงบ... แต่มันกำลังถูกแรงดันจากบางสิ่งข้างใต้ดันขึ้นมาต่างหาก"
สิ้นคำพูดของเรย์ ผิวน้ำเบื้องหน้าก็ระเบิดออกเสียงดังสนั่น!
*ตูม!*
มวลน้ำสีดำทะลักขึ้นพร้อมกับร่างมหึมาของสัตว์อสูรที่มีลักษณะคล้ายกิ้งก่าผสมจระเข้ เกล็ดสีดำสนิทปกคลุมทั่วร่าง ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองผู้บุกรุกด้วยความกระหายเลือด มันคือ "จระเข้เงาทมิฬ" สัตว์อสูรระดับสี่ที่ควรจะอาศัยอยู่ในป่าชั้นในสุด ทำไมมันถึงหลุดมาถึงเขตนี้ได้!?
แรงกดดันจากพลังเวทของมันมหาศาลจนโคลทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ไคล์เองก็กัดฟันแน่นจนเลือดออกที่มุมปาก ดาบในมือสั่นเทิบท่ามกลางจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมา
"บ้าเอ้ย... ระดับสี่! แบบนี้มันเกินหลักสูตรปีหนึ่งไปไกลแล้วนะ!" ไคล์ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของอสูร
"ตั้งสติไว้ครับ!" เรย์ก้าวขึ้นมาขวางหน้าเพื่อนทั้งสองคน มือซ้ายดึงศิลาเวทมนตร์พื้นฐานออกมาจากกระเป๋าคาดเอว ขณะที่มือขวาจับด้ามดาบแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยไหวพริบขั้นสูงสุด 'กำลังทางกายภาพสู้ไม่ได้ เวทมนตร์โจมตีตรงๆ เจาะเกล็ดมันไม่เข้า... แต่จุดอ่อนของสัตว์อสูรธาตุมืดที่อาศัยในที่ชื้นคืออะไร?'
จระเข้เงาทมิฬอ้าปากกว้าง เตรียมพ่นลำแสงไอพิษสีดำเข้าใส่พวกเขาทั้งสาม
"โคล! ร่ายเวทแสงสว่างระดับศูนย์ไปที่ตาซ้ายของมัน! ไคล์! เบี่ยงเบนความสนใจมันไปทางขวาด้วยเวทลม!" เรย์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและหนักแน่น ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
แม้จะตื่นตระหนก แต่สัญชาตญาณทำให้ทั้งสองทำตามอย่างไร้ข้อกังขา โคลตะเบ็งเสียงร่ายเวทแสงวาบขนาดเล็กพุ่งตรงเข้าใส่ดวงตาสีแดงฉาน ทำให้มันชะงักและสะบัดหัวหนีทันที ในเสี้ยววินาทีนั้น ไคล์ก็ซัดใบมีดลมกระแทกเข้าที่ข้อต่อขาหลังของมันจนมันเสียหลักเซไปด้านข้าง
นั่นคือจังหวะที่เรย์รอคอย!
เรย์พุ่งทะยานเข้าไปประชิดตัวด้วยความเร็วสูงสุด ไม่ได้ใช้ดาบฟันเข้าที่เกล็ดหนา แต่เขากลับซัดศิลาเวทมนตร์ธาตุไฟอัดแน่นด้วยมานาลงไปในรอยแยกใต้คางของมัน ซึ่งเป็นจุดที่เกล็ดอ่อนที่สุดจากการอ้าปากคำรามเมื่อครู่
"รับนี่ไปหน่อยเถอะครับ... ของขวัญต้อนรับน้องใหม่!"
*เปรี้ยง!*
เปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งทะลวงเข้าสู่ภายในร่างของอสูรยักษ์ แรงระเบิดภายในทำให้จระเข้เงาทมิฬส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างมหึมาจะล้มฟุบลงกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง ไคล์และโคลยืนอ้าปากค้างมองภาพตรงหน้าสลับกับแผ่นหลังของเรย์ที่ยืนหอบหายใจเล็กน้อยแต่ยังคงรักษาท่าทีสงบเยือกเย็นไว้ได้
เรย์ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเบาๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้เพื่อนร่วมกลุ่มทั้งสองคน
"เห็นไหมครับ... บอกแล้วว่าถ้ามีแผน พวกเราผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน"
ขณะที่ไคล์กำลังจะอ้าปากพูดชมเชยเพื่อนสนิท จู่ๆ อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ไอมานสีม่วงเข้มพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินใต้ร่างของสัตว์อสูรที่นอนตายอยู่ รากไม้รอบบริเวณเริ่มขยายตัวและแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน
[แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบความผิดปกติของมานาในพื้นที่เขตป่าชั้นนอก]
[เป้าหมายลับ: ค้นหาต้นตอของการรั่วไหลของพลังงานระดับ SSS กำลังเริ่มต้นขึ้นใน... 3... 2... 1...]
...ดูเหมือนว่าบทเรียนภาคสนามภาคปฏิบัติของผม จะไม่ได้จบลงแค่การเก็บสมุนไพรซะแล้วสิครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์เสมอนะครับ
อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม•ตอนที่ 4
บททดสอบกลุ่มแรก
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!