"เงียบซะ... มีบางอย่างตื่นขึ้นมาแล้วในเขตหวงห้ามระดับ SSS..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาของศาสตราจารย์ลูเนียยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าบรรยากาศรอบตัวในห้องฝึกซ้อมเวทมนตร์ใต้ดินจะกลับคืนสู่ความเงียบสงบแล้วก็ตาม เรย์ (Ray) ขยับมือที่กุมด้ามดาบไม้ไว้แน่น เหงื่อเม็ดโป่งผุดขึ้นตามไรผม ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการหักโหมฝึกซ้อม แต่เป็นเพราะแรงกดดันทางเวทมนตร์เมื่อครู่ มันหนักหน่วงเสียจนเขารู้สึกเหมือนออกซิเจนในปอดถูกสูบหายไปชั่วขณะ
สายตาคมกริบภายใต้เรือนผมสีเงินยาวของลูเนียกวาดมองผ่านหน้าต่างกระจกใสที่หันออกไปยังแนวป่าต้องห้ามด้านหลังสถาบัน แววตาของเธอไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ร่องรอยของความกังวลที่หาได้ยากยิ่งจากอาจารย์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและไร้ความรู้สึก
"เก็บดาบซะ เรย์" ลูเนียกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงกระแสสั่งการที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "พลังระดับนั้น... ไม่ใช่สิ่งที่อัศวินฝึกหัดปีหนึ่งอย่างเธอควรเอาตัวเข้าไปพัวพันในตอนนี้"
"แต่อาจารย์ครับ แรงสั่นสะเทือนเมื่อกี้มันไม่ใช่แค่ความผันผวนของมานาธรรมดา..." เรย์เอ่ยแย้งอย่างสุภาพ แต่ดวงตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาคนมีไหวพริบสูง "มันเหมือนกับมีวงจรเวทโบราณบางอย่างถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลนับร้อยปี และถ้าผมเดาไม่ผิด จุดศูนย์กลางของมันอยู่ไม่ไกลจากหอคอยวิจัยเก่าเลยใช่ไหมครับ"
ลูเนียชะงักไปเล็กน้อย เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ราวกับยอมจำนนต่อความฉลาดเกินวัยของลูกศิษย์คนนี้
"เธอช่างสังเกตเกินไปแล้ว เรย์" ลูเนียหันกลับมาเผชิญหน้า พร้อมกับตวัดมือเรียวบางเรียกตำราปกหนังสีดำเก่าคร่ำครึเล่มโตออกมาวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง "ช่างเรื่องในเขตหวงห้ามก่อน... วันนี้ฉันไม่ได้เรียกเธอมาเพื่อฟังเธอกล่าววิเคราะห์สถานการณ์ภัยพิบัติ แต่ฉันจะสอนบทเรียนที่แท้จริง—บทเรียนที่ไม่มีวันพบเจอในตำราเรียนลาดตระเวนทั่วไป"
ไคล์ (Kyle) ที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ส่งเสียงหึในลำคอเบาๆ พลางเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีเก๊กขรึมตามประดาสมาชิกตระกูลอัศวินชั้นสูง แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจ แต่หูของเขากลับผึ่งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'บทเรียนที่แท้จริง'
"ถ้ามันเป็นแค่เวทธาตุต่ำไร้สาระแบบที่สอนกันในห้องบรรยาย ผมขอตัวไปซ้อมดาบกับหุ่นไม้ดีกว่าครับ อาจารย์ลูเนีย" ไคล์กล่าวด้วยน้ำเสียงติดจะหยิ่งทะนงเล็กน้อยตามประสาคู่แข่งคนสำคัญของเรย์
ลูเนียเหลือบตามองไคล์ด้วยหางตา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น "ธาตุต่ำไร้สาระอย่างนั้นหรือ ไคล์? งั้นเธอก็ลองร่าย 'ศรวารี' (Water Arrow) ใส่เป้าหมายที่อยู่ตรงนั้นให้ฉันดูหน่อยสิ เอาให้เต็มแรงที่สุดเท่าที่ทายาทตระกูลอัศวินผู้สูงส่งจะทำได้"
ไคล์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยอมก้าวออกไปยืนหน้าเป้าซ้อมเวทไม้เนื้อแข็ง เขาชูมือขึ้น รวบรวมมานาสีฟ้าครามสว่างวาบในอากาศ ชั่วพริบตานั้นสายน้ำก็รวมตัวกันเป็นศรแหลมสามดอกพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วสูง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
ศรวารีทั้งสามดอกพุ่งปักเข้าใส่เป้าไม้จนเกิดรอยบุ๋มลึกประมาณสองนิ้ว พร้อมกับละอองน้ำที่กระเซ็นกระจายไปทั่วบริเวณ ไคล์ยืดอกขึ้นเล็กน้อยด้วยความภาคภูมิใจในผลงานของตน
"ก็ไม่เลว... สำหรับเด็กปีหนึ่งที่ใช้มานาอย่างไร้สมอง" ลูเนียวิจารณ์อย่างไร้เยื่อใย ทำเอาไคล์หน้าเสียไปถนัดตา "เธอกำลังใช้มานาปริมาณมหาศาลเพื่อสร้างแรงปะทะทางกายภาพ ซึ่งเป็นวิธีคิดแบบนักรบตื้นเขิน เธอกำลังใช้เวทมนตร์เป็นแค่ 'ก้อนหินก้อนใหญ่' ที่ขว้างออกไปด้วยกำลัง ไม่ใช่ 'เครื่องมือ' ที่มีความคม"
เรย์มองรอยบุ๋มบนเป้าไม้สลับกับใบหน้าที่บึ้งตึงของไคล์ สมองของเขาเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว—วิเคราะห์อัตราการไหลของมานา แรงเสียดทาน และจุดอ่อนของโครงสร้างไม้
"อาจารย์กำลังจะบอกว่า..." เรย์เอ่ยขึ้น ดวงตาเป็นประกายวิบวับ "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงของธาตุ แต่เรากำลังใช้มันผิดจุดประสงค์ตั้งแต่แรกใช่ไหมครับ?"
ลูเนียพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ เธอยื่นมือเรียวบางไปแตะที่ไหล่ของเรย์เบาๆ สัมผัสที่เย็นเยียบแต่แฝงความอบอุ่นประหลาดแล่นผ่านเนื้อผ้าเข้ามา "ถูกต้อง เรย์ เวทมนตร์ธาตุต่ำอย่าง 'ศรวารี' หรือ 'กระแสลม' มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณมานา แต่ถ้าเธอรู้จักเปลี่ยนมุมมอง—ไม่มองมันเป็นแรงกระแทก แต่ให้มองมันเป็น 'การแทรกซึม' ล่ะ?"
ลูเนียเดินเข้าไปใกล้เป้าไม้แผ่นเดิมที่ไคล์เพิ่งทำลาย เธอยกนิ้วชี้ขึ้นเพียงนิ้วเดียวโดยแทบจะไม่เร่งพลังมานาสีฟ้าให้เห็นเด่นชัด ร่ายคาถาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงกระซิบ
"ศรวารี... ปรับแรงดัน"
ฟรึบ!
สายน้ำเส้นบางเฉียบขนาดเท่าเส้นด้ายพุ่งออกจากปลายนิ้วของลูเนีย มันไม่ได้พุ่งเข้าชนด้วยความรุนแรงเหมือนของไคล์ หากแต่หมุนวนด้วยความเร็วสูงยิ่งยวด และพุ่งเจาะเข้าสู่รอยร้าวเล็กๆ ที่ไคล์เพิ่งทำไว้บนเป้าไม้อย่างแม่นยำราวน้ำกรดกัดกิน
*แกร๊ก... โครม!*
เป้าไม้เนื้อแข็งหนาห้านิ้วถูกตัดขาดออกเป็นสองท่อนอย่างสะอาดหมดจดจากด้านใน โดยที่เนื้อไม้รอบๆ แทบไม่มีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย!
ไคล์อ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน "เป็นไปได้ยังไง...? นั่นมันแค่เวทระดับศูนย์เองนะ ทำไมถึง..."
"หลักการง่ายๆ" ลูเนียหันกลับมาอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แทนที่จะใช้พลังงานทั้งหมดไปกับการทุบทำลายกำแพง ให้ใช้มานาปริมาณเท่ากันบีบอัดลงในจุดที่เล็กที่สุด และใช้หลักการหมุนวนเพื่อทำลายโครงสร้างภายในจากจุดศูนย์กลาง นี่คือพื้นฐานของเวทมนตร์โบราณที่พวกเธอมองข้าม"
เรย์ยืนนิ่งอึ้ง สมองของเขาราวกับถูกจุดประกายด้วยคบเพลิงแห่งความคิดสร้างสรรค์ ภาพเป้าไม้ที่ถูกตัดขาดจากภายในฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัว ทักษะการประยุกต์ใช้เวทมนตร์พื้นฐานที่เขามักจะใช้เอาตัวรอดเสมอมา บัดนี้ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยทฤษฎีเชิงลึกที่ลูเนียถ่ายทอดให้
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์ พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
[ระบบวิเคราะห์อัศวินอัจฉริยะ (Knight Genius System) ทำงาน]
[ตรวจพบการเรียนรู้ทักษะระดับสูง: "การประยุกต์ใช้เวทธาตุต่ำขั้นสูง (Advanced Low-Tier Magic Application)"]
[เงื่อนไขการเข้าใจทฤษฎีเวทสำเร็จ 100%]
[ปลดล็อกความสามารถพิเศษ: "การบีบอัดมานาเฉพาะจุด (Precision Mana Compression)" เพิ่มประสิทธิภาพการเจาะทะลวง 300%]
[ภารกิจลับระดับ SSS ถูกกระตุ้นจากความผันผวนของเขตหวงห้าม: "จงสำรวจต้นกำเนิดแห่งเสียงคำรามในหอคอยวิจัยเก่า ก่อนที่รอยแยกมิติจะเปิดออก"]
เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมผสานกับความหวาดหวั่น ทว่าก่อนที่เขาจะได้ตั้งสติจากหน้าต่างระบบ...
*ตูมมม!*
แรงระเบิดครั้งใหญ่อย่างรุนแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพื้นดินใต้ดิน ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดานห้องฝึกซ้อม พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยเวทมนตร์ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสถาบัน เสียงระฆังสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นทุกมุมตึก
ลูเนียหันขวับกลับไปมองทางหน้าต่างสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นจากยอดหอคอยวิจัยเขตหวงห้ามระดับ SSS
"แย่แล้ว..." ลูเนียพึมพำเสียงลอดไรฟัน "ผนึกพลังถูกทำลายเร็วกว่ากำหนด..."
เรย์ก้าวเท้าเข้าไปยืนเคียงข้างอาจารย์สาว ดาบไม้ในมือถูกเปลี่ยนเป็นดาบเหล็กจริงที่พกติดตัว แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นอย่างที่ไคล์ไม่เคยเห็นมาก่อน เขากำชับดาบในมือแน่น พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่เต็มไปด้วยไหวพริบและความกล้าหาญของลูกผู้ชาย
"อาจารย์ครับ... ดูเหมือนว่าบทเรียนภาคสนามภาคปฏิบัติของผม จะเริ่มเร็วกว่าที่คิดแล้วนะครับ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเติบโตของเรย์ในทุกๆ ก้าวเสมอนะครับ
อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม•ตอนที่ 3
ทฤษฎีพื้นฐานกับมุมมองที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!