อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม•ตอนที่ 7

รายงานวิจัยลับที่ถูกซ่อน

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
คราบหมึกสีชาดที่ยังแห้งไม่สนิทบนกระดาษหนังแกะแผ่นนั้น ส่งกลิ่นอายจางๆ ของโลหะและกำมะถัน—กลิ่นอายที่เรย์คุ้นเคยดีจากการผ่านสนามประลองเวทเมื่อสัปดาห์ก่อน "ถ้าอาจารย์ยังดันทุรังใช้สูตรคำนวณวงแหวนเวทชุดนี้ต่อไป เกรงว่าผลึกมานาประจำหอคอยทิศเหนือคงได้ระเบิดกลายเป็นเศษแก้วก่อนที่เทอมนี้จะจบลงแน่ๆ ครับ" เรย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องทำงานส่วนตัวของศาสตราจารย์ลูเนีย แสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์สีนวลสะท้อนเงาร่างสูงโปร่งของอาจารย์สาวที่กำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกสี เธอยังคงสวมชุดคลุมนักวิชาการสีดำสนิทเช่นเคย ทว่าหัวไหล่ที่ลู่ลงเล็กน้อยนั้นฟ้องชัดเจนว่าความเครียดตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้กัดกินพลังกายและพลังใจของเธอไปมากเพียงใด ลูเนียหันกลับมามองเด็กหนุ่มปีหนึ่งผู้ยืนถือปึกเอกสารกองโตอยู่ข้างโต๊ะทำงาน แววตาสีเทาเข้มคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิมตามวิสัยของอาจารย์ผู้เคร่งขรึม "มันไม่ใช่เรื่องที่อัศวินฝึกหัดอย่างเธอจะต้องมาใส่ใจ เรย์... เอกสารชุดนั้นถูกเก็บไว้ในชั้นลับเพราะมันคือความล้มเหลวของอดีต" เสียงทุ้มต่ำติดจะแห้งแล้งของเธอเอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินกลับมาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังเบาะนุ่มด้วยท่าทางเหนื่อยล้า "ความล้มเหลว หรือว่าความจริงที่ถูกจงใจลืมเลือนกันแน่ครับ?" เรย์แย้มยิ้มบางๆ บนมุมปาก ดวงตาเป็นประกายความฉลาดเฉลียวขณะวางปึกเอกสารลงบนโต๊ะอย่างเบามือ นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังหน้ากระดาษแผ่นหนึ่งที่มีรอยขีดฆ่าด้วยหมึกหนาเตอะ "ผมสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ตั้งแต่ตอนที่ช่วยไคล์จัดชั้นหนังสือโบราณเมื่อวานแล้วครับ สัญลักษณ์รูนเวทที่อาจารย์ใช้แก้สมการเวทมนตร์บทนี้... มันไม่ใช่ภาษาของอาณาจักรเราในยุคปัจจุบัน" ลูเนียชะงักไป ปากกาขนนกในมือร่วงหล่นลงกระทบโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* บรรยากาศภายในห้องพลันอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น เรย์ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด รักษาทัศนคติของสุภาพบุรุษด้วยการเว้นระยะห่างที่เหมาะสม ทว่าสายตากลับจดจ้องไปยังร่องรอยเวทมนตร์โบราณที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ "มันคือเวทมนตร์สายเลือดผสมระหว่างอัศวินและนักเวท... ศาสตร์ต้องห้ามที่ถูกกวาดล้างไปเมื่อสองร้อยปีก่อนในช่วงสงครามชำระล้าง" เรย์กระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนลูเนียต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "และผมมั่นใจว่า สาเหตุที่อาจารย์ยอมเสี่ยงถูกสอบสวนจากสภาสูง ก็เพื่อค้นคว้าวิธีรักษาอาการบาดเจ็บของไคล์... หรือพูดให้ถูกคือ อาการผิดปกติทางมานาที่สืบทอดกันมาในตระกูลดยุกคอร์เนลิียสใช่ไหมครับ?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจใหญ่ ลูเนียเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว รังสีเวทมนตร์รอบตัวเธอแผ่ซ่านออกมาวูบหนึ่งด้วยความตกใจ ก่อนจะสงบลงเมื่อเห็นแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยของเด็กหนุ่มตรงหน้า "เธอฉลาดเกินไปแล้วนะ เรย์" ลูเนียถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อหลักฐานและไหวพริบอันเฉียบคมของลูกศิษย์คนโปรด "ใช่... ฉันกำลังหาทางแก้คำสาปในสายเลือดของไคล์ ตระกูลของเขารับใช้ราชวงศ์มาหลายชั่วอายุคน แต่แลกมาด้วยพันธะสัญญาเวทมนตร์ที่กัดกินอายุขัยทีละน้อย ทุกคนในตระกูลนั้นจะตายก่อนอายุสามสิบปี... และไคล์เหลือเวลาอีกไม่ถึงสปีดด้วยซ้ำ" ไคล์ เพื่อนสนิทและคู่แข่งคนสำคัญ... คนที่ร่วมเป็นร่วมตาย ฝ่าฟันการทดสอบในดันเจี้ยนใต้ดินมาด้วยกัน เจ้าของรอยยิ้มหยันโลกที่แท้จริงแล้วแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าลำพัง เรย์หุบยิ้มลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังและมุ่งมั่นทันที "ถ้าอย่างนั้น เรามาช่วยกันตรวจสอบรายงานวิจัยชิ้นนี้ให้จบเถอะครับ ผมเชื่อว่าทฤษฎีเวทต้องห้ามนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องใครบางคน... เหมือนกับที่พวกเรากำลังทำอยู่ตอนนี้" ดวงตาของลูเนียเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล 0.1 เข้าสู่หัวใจที่ด้านชามานานนับปี เธอมองเด็กหนุ่มผู้มีพลังเวทพื้นฐานน้อยนิด แต่กลับมีความกล้าหาญและความเข้าใจในแก่นแท้ของเวทมนตร์เหนือกว่าจอมเวทอัจฉริยะคนไหนๆ ในสถาบัน "ตกลง... แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมา ฉันจะโยนความผิดทั้งหมดให้เธอเป็นคนรับหน้าคนแรกนะ เรย์" ลูเนียกล่าวติดตลกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมมาก ทั้งสองคนเริ่มก้มหน้าก้มตาตรวจสอบเอกสารวิจัยโบราณร่วมกัน แสงตะเกียงทอดเงาร่างของทั้งคู่ให้ซ้อนทับกันบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เรย์ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนร่องรอยหมึกที่จางหาย เปล่งแสงมานาสีฟ้าอ่อนออกมาเพื่อกระตุ้นให้ตัวอักษรโบราณที่ถูกลบเลือนปรากฏเด่นชัดขึ้นทีละบรรทัด เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายบนกระดาษแผ่นล่างสุดปรากฏคำเตือนปริศนาขึ้นมา... *‘ผู้ใดล่วงรู้ความลับแห่งวงแหวนโลหิตนี้ จงระวังเงาที่ติดตามหลัง... เพราะผู้สร้างที่แท้จริงยังไม่เคยดับสูญ’* ฉับพลันนั้นเอง เปลวไฟในตะเกียงเวทมนตร์ทุกดวงภายในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าโอบล้อมห้องทำงานทั้งห้องในเสี้ยววินาที อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ ก่อนที่เรย์จะได้เอปากเตือนลูเนีย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเหล็กกล้ากระทบพื้นหินนอกประตูก็ดังขึ้น... *ตึง! ตึง! ตึง!* ไม่ใช่เสียงของยามรักษาการณ์ประจำหสคอย แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่ไร้ซึ่งชีพจร และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะที่คุ้นเคยอย่างประหลาด *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* และเสียงกระซิบแหบพร่าผ่านรอยแยกของประตูก็ดังลอดเข้ามาในความมืด ทำเอาสันหลังของเรย์เย็นวาบไปถึงขั้วกระดูก *"...เรย์... เจ้าหาเจอแล้วสินะ... ของขวัญที่ข้าฝากไว้..."* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามการไขปริศนาบทใหม่นี้ไปพร้อมกับเรย์และศาสตราจารย์ลูเนียนะครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%