เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ดีเซลที่เร่งรอบจัดผ่านผืนใบไม้แห้ง คือนาฬิกาจับตายที่แม่นยำที่สุดในวินาทีนี้
"หมอบลงครับคุณรัญยา!"
กรณ์กระชากแขนเรียวบางนั้นลากทิ้งตัวลงหลังรากไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดติดพื้นดินชื้นแฉะ กลิ่นอายของดินโคลนและซากใบไม้ผุคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผม แสงไฟฉายสาดกวาดผ่านพุ่มไม้ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ลำแสงสีขาวนวลตัดกับความมืดทึบของราวป่าดิบชื้นในยามวิกาล ก่อให้เกิดเงาวิปริตวูบวาบราวกับปีศาจกำลังร่ายรำ
หัวใจของกรณ์เต้นกระหน่ำรัวราخواกลองศึก เขารู้ดีว่าหากพวกมันพบรอยเท้าหรือได้ยินเสียงหายใจแม้แต่นิดเดียว กระสุนปืนจากกลุ่มชายชุดดำที่ไล่ล่าพวกเขาก็พร้อมจะเจาะทะลวงแผ่นหลังได้ทุกเมื่อ
รัญยาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ดวงตาคู่คมที่ปกติมักฉายแววทระนงและเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด เธอกำชายเสื้อของกรณ์ไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ หญิงสาวก็ยังไม่วายส่งเสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต้มความดื้อรั้น
"นี่... นี่คือแผนที่คุณคุยนักคุยหนาหรอกisหรือคะ... พาฉันมาวิ่งหนีตายกลางป่าลึกเนี่ยนะ..."
"ถ้าคุณยังอยากมีลมหายใจไปสะสางเรื่องราวบ้าๆ นั่นต่อ ได้โปรดเก็บเสียงแล้วทำตามที่ผมบอกเถอะครับ" กรณ์หันไปกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด สายตาคมกริบมองลอดผ่านช่องว่างของรากไม้ ประเมินสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างสุขุมและรอบคอบ
เขายังคงจำเหตุการณ์เมื่อสองชั่วโมงก่อนได้แม่นยำ เอกสารลับเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมที่พ่อแม่ของเขาแลกมาด้วยชีวิต ถูกซุกซ่อนไว้ในพิกัดที่รัญยาเป็นคนนำทาง แต่ทว่า... ทันทีที่พวกเขาขุดพบสมุดบันทึกเล่มนั้น เสียงฝีเท้าและแสงไฟจากกลุ่มบุคคลนิรนามก็โถมเข้าใส่ราวกับพวกมันรู้พิกัดล่วงหน้า ความสงสัยที่ว่า *'ใครคือหนอนบ่อนไส้'* ยังคงติดค้างอยู่ในใจของกรณ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ รัญยาอาจเป็นเหยื่อ... หรืออาจเป็นผู้ล่าที่ตบตาเขามาโดยตลอด
"พวกมันแยกเป็นสองกลุ่มแล้วครับ" กรณ์กระซิบชิดใบหูของเธอ "กลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรวจค้นทางฝั่งลำธาร ส่วนอีกกลุ่มกำลังมุ่งหน้ามาทางที่เราซ่อนตัวอยู่... เรามีเวลาไม่ถึงนาที"
"แล้วเราจะไปทางไหน ป่านี้ทึบเกินกว่าจะวิ่งหนีพ้น พวกมันมีอุปกรณ์มองเห็นในความมืด" รัญยาถามแทบไม่เป็นภาษา ความเย่อหยิ่งทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของการเอาชีวิตรอด
"ทางผาหินชันด้านหลังครับ... แม้จะเสี่ยงตกลงไปคอหัก แต่ก็ยังดีกว่าโดนพวกมันยسمจับตัวไปทรมาน"
กรณ์ไม่รอให้เธอได้ทักท้วง เขาคว้ามือเรียวบางนั้นออกวิ่งทันที ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงดาวเลือนรางลอดผ่านเรือนยอดไม้หนาทึบ กิ่งไม้คมกริบเกี่ยวผิวเนื้อจนแสบแปลบ แต่ความเจ็บปวดเหล่านั้นเทียบไม่ได้เลยกับเสียงฝีเท้าที่ไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด เสียงตะโกนสั่งการเป็นภาษาต่างชาติลอยมาตามลม ยิ่งทำให้ความเร่งรีบในหัวใจทวีความรุนแรงขึ้น
พวกเขาฝ่าพงหนามและวิ่งลุยข้ามลำธารเล็กๆ น้ำเย็นเฉียบซึมเข้าสู่รองเท้าผ้าใบจนชุ่มโชก กรณ์คอยหันกลับมาฉุดรั้งร่างของรัญยาเป็นระยะ หญิงสาวหอบหายใจรุนแรงจนหน้าอกกระเพื่อมไหว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าเนียนนวล แต่เธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ สมญานาม 'นักข่าวสาวผู้ทะเยอทะยาน' คงไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย เธอกัดฟันวิ่งตามฝ่าเท้าของชายหนุ่มไปโดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว
ทว่า... ในจังหวะที่พวกเขาใกล้จะถึงแนวหน้าผาหินปูนที่ตั้งตระหง่านท้าทายสายลม รัญยาเกิดสะดุดรากไม้อันใหญ่จนร่างทรุดฮวบลงไปกระแทกพื้นดินอย่างแรง
"โอ๊ย!" เสียงร้องหลุดจากลำปากของเธอเบาหวิว
"คุณรัญยา!" กรณ์พุ่งตัวกลับไปประคองร่างเธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า ข้อเท้าขวาของเธอบวมเป่งจนเห็นได้ชัด และเมื่อเธอพยายามลงน้ำหนัก ความเจ็บปวดก็แล่นริ้วจนใบหน้าเหเก
กริ๊ก!
เสียงขึ้นลำกล้องปืนดังชัดเจนขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของราวป่า ห่างออกไปเบื้องหลังไม่ถึงสิบเมตร ลำแสงไฟฉายกราดเข้ามาจับร่างของพวกเขาทั้งสองคนจนสว่างจ้า เงาดำทะมึนของชายฉกรรจ์สามคนปรากฏขึ้นพร้อมอาวุธปืนครบมือ
"เจอตัวแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำเหี้ยมเกรียมเอ่ยขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่สะท้อนภายใต้แสงไฟ
กรณ์ขยับตัวยืนบังร่างของรัญยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือขวาเอื้อมไปหยิบก้อนหินขนาดพอดีมือที่อยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมาเตรียมพร้อม แม้จะรู้ดีว่ามันไม่อาจเทียบกับกระสุนปืนได้เลย แต่สัญชาตญาณของการปกป้องไม่ได้อนุญาตให้เขายอมแพ้ในตอนนี้ สายตาของเขากวาดมองหาทางรอดสุดท้าย ทว่ารอบด้านกลับเป็นหน้าผาสูงชันและเหวลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
"หนีไม่พ้นแล้วล่ะคุณนักอนุรักษ์ ส่งสมุดบันทึกมาซะดีๆ แล้วเราจะไว้ชีวิตพวกคุณ... หรืออยากจะให้ศพของพวกคุณเน่าเปื่อยอยู่ก้นเหอนี้ดีล่ะ?" หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ปลายกระบอกปืนเล็งตรงมาที่หน้าผากของกรณ์
รัญยาที่นั่งพิงโขดหินอยู่เบื้องหลัง เอื้อมมือสั่นเทาดึงชายเสื้อของกรณ์ไว้เบาๆ แววตาของเธอในเสี้ยววินัตินั้น เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา ทั้งความกลัว ความสำนึกผิด และบางสิ่งที่ซ่อนเร้นเอาไว้ลึกซึ้งเกินกว่าที่กรณ์จะเข้าใจได้ในยามนี้
"กรณ์..." เธอกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับยื่นวัตถุชิ้นเล็กๆ บางอย่างใส่มือของเขา "ถ้าฉันไม่รอด... ฝากจัดการเรื่องนี้ต่อด้วย..."
กรณ์ก้มมองวัตถุกระจ่างในมือด้วยความตกตะลึง มันคือแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กที่ซ่อนกลไกเข้ารหัสลับขั้นสูง ซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญที่สุดที่กลุ่มคนเหล่านี้ตามหา... และมันอยู่กับรัญยามาโดยตลอดโดยที่เธอไม่เคยบอกเขาเลยแม้แต่น้อย!
ชั่วพริบตานั้นเอง... รัญยาใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักร่างของกรณ์ให้ถอยหลังตกลงไปสู่ความมืดเบื้องล่างของหน้าผา พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังสะท้อนก้องผืนป่า ขณะที่กระบอกปืนของชายชุดดำคำรามลั่นสนั่นราวฟ้าผ่า!
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 15
การหลบหนีระทึกขวัญ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!