เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาหนักบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำครึดังสะท้อนก้องห้องทำงานขนาดเล็กที่อับชื้น กลิ่นฝุ่นผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ กรณ์ไม่2เบือนสายตาหนีจากตัวเลขและตารางบัญชีที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแวววับโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความสุขุม นานนับปีที่ความตายของพ่อแม่เขาถูกป้ายสีว่าเป็นอุบัติเหตุจากความประมาท แต่วันนี้... หลักฐานที่นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะกำลังตะโกนความจริงอันน่ารังเกียจใส่หน้าเขา
"คุณแน่ใจแค่ไหนว่าเอกสารชุดนี้ไม่ใช่ของปลอม รัญยา"
กรณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่ากลัว แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนทำให้หญิงสาวตรงข้ามต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
รัญยาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความทะเยอทะยานเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มมั่นใจ กลับไหววูบไปชั่วขณะ เธอเอามือประสานกันไว้บนตักเพื่อซ่อนปลายนิ้วที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยจากการเผชิญหน้ากับความดุดันที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากชายหนุ่มผู้รักความสงบคนนี้
"คุณก็รู้ว่าฉันเสี่ยงมากแค่ไหนเพื่อดึงมันออกมาจากเซฟของบริษัท 'ธนภัทร โฮลดิ้ง' นะกรณ์" รัญยาตอบเสียงเครือ พยายามรักษาความแข็งกร้าวในน้ำเสียงเอาไว้ "บัญชีม้าสามชั้น เส้นทางการเงินที่ถูกฟอกผ่านมูลนิธิบังหน้า และที่สำคัญที่สุด... ลายเซ็นอนุมัติก้อนสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุรถยนต์บนทางด่วนครั้งนั้น มันตรงกับชื่อของคนที่คุณเคารพเหมือนญาติสนิทคนหนึ่ง"
กรณ์นิ่งงั้น ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่ววินาที ราวกับมีใครเอาค้อนหนักๆ มาทุบลงกลางอก ความจริงที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการทุจริต แต่มันคือการหักหลังที่แลกมาด้วยชีวิตของบุพการีทั้งสอง เส้นสัญชาตญาณในตัวของนักอนุรักษ์ศิลปวัตถุผู้ใจเย็นขาดผึ่งลง รอยย่นบนหน้าผากยับย่นขึ้นตามแรงขบกราม
เขายื่นมือออกไปสัมผัสกระดาษแผ่นนั้นอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่ามันจะสลายกลายเป็นฝุ่นผงต่อหน้าต่อตา ตัวเลขจำนวนเงินสิบล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีลับในต่างประเทศเพียงสามวันก่อนที่รถของพ่อแม่เขาจะเบรกแตกบนทางลาดชัน หลักฐานชิ้นนี้ชัดเจนเสียจนไม่ต้องหาคำแก้ตัวใดๆ อีกต่อไป มันคือหลักฐานชิ้นโบว์แดงที่สมบูรณ์แบบที่สุด... และอันตรายที่สุดเช่นกัน
"พวกมันคิดว่าเวลาจะช่วยกลบเกลื่อนทุกอย่าง" กรณ์พึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "คิดผิดถางทางให้ตัวเองลงนรกแท้ๆ"
รัญยามองท่าทีของกรณ์ด้วยความกังวลใจ ความแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ในใจของชายหนุ่มผู้นี้กำลังปะทุขึ้น และเธอกลัวเหลือเกินว่าไฟแค้นกองนี้จะไม่เพียงแต่แผดเผาคนผิด แต่มันอาจจะย้อนกลับมาเผาผลาญตัวของกรณ์เองด้วย
"เราต้องรีบส่งเรื่องนี้ให้ตำรวจ หรือไม่ก็ปล่อยให้สื่อตีแผ่ทันที" รัญยาเสนอความคิดเห็น น้ำเสียงเริ่มร้อนรน "ถ้าช้ากว่านี้ พวกมันอาจจะรู้ตัวและทำลายหลักฐานต้นฉบับที่อยู่ในเซฟใหญ่"
"ตำรวจเหรอ?" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณก็รู้ดีรัญยาว่าเครือข่ายของพวกมันรากimลึกขนาดไหนในกระบวนการยุติธรรม การส่งหลักฐานให้ตำรวจตอนนี้ก็เหมือนกับการส่งเนื้อเข้าปากเสือ"
"แล้วคุณจะทำยังไง? จะเก็บบัญชีนี้ไว้ดูเล่นหรือไงคะ— เอ๊ย... หรือไงครับ" รัญยาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่กรณ์ไม่ได้สนใจคำสรรพนามนั้น สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่ตัวเลขแถวสุดท้าย บรรทัดที่ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ปลายทางอย่างชัดเจน
ชื่อนั้น... ทำให้หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ
มันไม่ใช่แค่คนใกล้ตัว แต่มันคือคนที่เพิ่งจะตบไหล่ให้กำลังใจเขาในงานรำลึกถึงพ่อแม่อาทิตย์ก่อน คนที่สวมหน้ากากอนาสภิตยุปราชได้อย่างแนบเนียนที่สุด
"เราจะไม่แจ้งความ... และเราก็จะไม่ปล่อยข่าวลอยๆ" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตากรัญยา แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความเด็ดเดี่ยวที่ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ อีกต่อไป "เราจะเล่นเกมตามกฎของพวกมัน แต่เป็นกฎที่เราจะเป็นคนกำหนดกระดานนี้เอง"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กๆ ดังชัดเจนขึ้นมาในโสตประสาท ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่สงครามประสาทที่กำลังจะอุบัติขึ้น รัญยารู้สึกได้ถึงความหนบหนาของเหงื่อที่ซึมตามไรผม เธอกำลังร่วมมือกับซาตานเพื่อทวงความยุติธรรม และเธอก็ไม่แน่ใจแล้วว่า ตัวเธอเองจะรอดพ้นจากเงาปีศาจตนนี้ไปได้ด้วยหรือไม่
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยประโยคสนทนาใดออกมาทำลายความอึดอัดนี้ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งรัญยาและกรณ์สะดุ้งสุดตัวโดยไม่ได้นัดหมาย ในยามวิกาลเช่นนี้ และในสถานที่ลับแห่งนี้ ไม่ควรมีใครล่วงรู้พิกัด รัญยาผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ มือเรียวเอื้อมไปคว้ากระเป๋าถือพร้อมหยิบวัตถุโลหะสีดำชิ้นเล็กขึ้นมาเตรียมพร้อม ขณะที่กรณ์ส่งสัญญาณมือห้ามปรามด้วยความรวดเร็ว
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินวนอยู่หน้าห้อง เสียงกุญแจกระทบกันดังแกร๊ก... และก่อนที่กรณ์จะทันได้ขยับตัวไปป์ปิดบังเอกสารสำคัญบนโต๊ะ ลูกบิดประตูก็หมุนเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในแสงไฟสลัว
รอยยิ้มอันคุ้นเคยปรากฏบนใบหน้าของบุคคลผู้นั้น พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยทักทายราวกับเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ายินดี
"ทำงานดึกกันจังนะครับ... ทั้งสองคน"
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 24
หลักฐานชิ้นโบว์แดง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!