เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจของภูตพรายในความมืด คือสัญญานเตือนภัยเดียวที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันระดับศูนย์ภายในห้องนิรภัยชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์
กรณ์หยุดหายใจไปชั่วขณะ ปลายนิ้วที่กำลังบรรจงใช้แหนบไทเทเนียมคีบแผ่นบันทึกโบราณออกจากร่องลับของตู้จัดแสดงหยุดนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเหลือบมองไปยังบานประตูเหล็กกล้าหนาเตอะที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร แสงไฟลอดผ่านรอยแยกใต้ประตูเข้ามาเป็นเส้นบางเฉียบ—และมันกำลังเคลื่อนไหว
"คุณกำลังเล่นกับไฟอยู่, กรณ์..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงทับทิมกระทบกำมะหยี่ดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง รัญยาปรากฏตัวขึ้นจากเงาสลัวของเสาหินอ่อน เธอไม่ได้ส่งเสียงขู่ฟ้อง ไม่ได้ถืออาวุธ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความเหนือกว่า เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้ลวกๆ ยิ่งขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูเย้ายวนและอันตรายในคราเดียวกัน
กรณ์ไม่ตอบ เขารวบสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ทักษะของนักอนุรักษ์ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากจะทำได้ แผ่นบันทึกทองคำในมือมีค่าพอกที่จะไขปริศนาการตายของพ่อแม่เขา แต่มันก็มีน้ำหนักมากพอที่จะส่งเขาเข้าตารางได้ตลอดชีวิตเช่นกัน หากรัญยาเลือกที่จะแบล็กเมล์เขาในวินาทีนี้ ทุกอย่างที่อดทนทำมาจะพังทลายลงในพริบตา
"คุณมาทำอะไรที่นี่ รัญยา" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม "ที่นี่ไม่ใช่เขตหวงห้ามสำหรับสื่อมวลชนหรอกหรือ"
"และคุณก็ไม่ใช่แค่พนักงานอนุรักษ์ธรรมดาอย่างที่พยายามสร้างภาพมาตลอดสามเดือน" รัญยาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานประหลาดในโสตประสาท เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเขา ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกรณ์ "เรากำลังตามหาเรื่องเดียวกัน... กรณ์ เพียงแต่คุณเลือกใช้วิธีใต้ดิน ส่วนฉันเลือกวิธีที่เปิดเผยกว่า"
*แอ๊ดดด—!*
เสียงบานประตูเหล็กด้านนอกส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ พร้อมกับลำแสงไฟฉายกราดเข้ามาวับวับ แสงสีขาวนวลกวาดผ่านผนังห้องตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงห้าก้าว
หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น รัญยาเบิกตากว้าง ความทะเยอทะยานทั้งหมดในแววตาถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกชั่วขณะ หากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจลึกเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ทั้งเขาและเธอจะไม่มีทางแก้ตัวได้เลยว่าเข้ามาทำอะไรในยามวิกาลเช่นนี้
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง รัญยาตัดสินใจทำสิ่งที่กรณ์คาดไม่ถึง มือเรียวบางคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่นแล้วออกแรงกระชากสุดแรงเกิด ดึงร่างของชายหนุ่มให้ล้มลงไปหลบหลังแท่นจัดแสดงนاتวัตถุขนาดใหญ่พร้อมกับเธอ
ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันในความมืดที่แคบอึดอัด กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกับกลิ่นอายความตึงเครียดลอยอบอวล กรณ์แนบแผ่นหลังชิดกับฐานหินเย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งยังคงกุมแผ่นบันทึกโบราณไว้แน่นจนข้อต่องอเกร็ง ขณะที่รัญยาขยับเข้ามาแนบชิดเพื่อซ่อนเงาร่างของเธอและเขาให้พ้นจากรัศมีของแสงไฟ
แสงไฟฉายวาดผ่านช่องว่างระหว่างเสาหิน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเจ้าหน้าที่ รปภ. เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าห้องนิรภัย ลมหายใจของกรณ์ผ่อนเข้าออกอย่างเชื่องช้าและระมัดระวังที่สุด เขารู้ดีว่าหากตอนนี้มีเสียงแม้แต่เพียงนิดเดียว เกมทั้งหมดจะจบลงทันที
รัญยาเงยหน้าขึ้นมองเขา แสงสลัวสะท้อนแววตาที่เต็มนัยยะซับซ้อน เธอยกนิ้วเรียวขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เงียบสนิท ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมมาสัมผัสหลังมือของกรณ์ที่กำลังกำแผ่นบันทึกไว้ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเธอส่งผ่านความรู้สึกประหลาดท่ามกลางสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
เวลาผ่านไปราวกัปกัลป์ เสียงฝีเท้านั้นหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับผู้ตรวจการณ์กำลังลังเลใจว่าควรจะเดินสำรวจเข้าไปลึกกว่านี้หรือไม่ กรณ์กลั้นหายใจ สายตาคมกริบจับจ้องไปที่เงาตะคุ่มหลังบานประตู พร้อมที่จะพุ่งออกไปเผชิญหน้าหากความลับถูกเปิดเผย
แต่แล้ว เสียงวิทยุสื่อสารเหน็บเอวของ รปภ. คนนั้นก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ "ศูนย์ควบคุมเรียก... พบความผิดปกติที่ประตูโซนเหนือ ให้กำลังพลทั้งหมดไปตรวจสอบด่วน"
เสียงฝีเท้าหนักๆ รีบหันกลับและวิ่งจากไปอย่างเร่งรีบ เสียงประตูเหล็กปิดกระแทกลงเบาๆ ตามด้วยความเงียบสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
กรณ์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างโล่งอก เหงื่อกาฬชุ่มโชกแผ่นหลัง เขารอดมาได้อย่างหวุดหวิด แบบที่เรียกว่าเฉียดฉิวต่อความเป็นความตายทางอาชีพและอิสรภาพอย่างแท้จริง
เขารีบขยับตัวถอยห่างจากรัญยาเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องว่างระหว่างกัน ทว่าหญิงสาวกลับไม่ได้แสดงท่าทีตื่นกลัวหรือหวาดผวาเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับและความท้าทาย
"คุณรอดตัวไปได้หวุดหวิดนะ กรณ์..." รัญยาเอ่ยกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบมองสำรวจแผ่นบันทึกในมือของเขา "แต่คิดเหรอว่าเรื่องมันจะจบแค่นี้... เพราะดูเหมือนว่า ของที่คุณถืออยู่ชิ้นนั้น จะไม่ใช่ต้นฉบับจริงอย่างที่คุณคิดหรอกนะ"
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่นทันที เขาก้มลงมองแผ่นบันทึกในมืออย่างพินิจพิเคราะห์อีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่แสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของรัญยาส่องสว่างขึ้นเพื่อเปิดเผยรายละเอียดบนแผ่นโลหะ กรณ์ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง—ตัวอักษรโบราณที่สลักอยู่บนนั้นไม่ใช่ภาษาที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ แต่เป็นรหัสลับสมัยใหม่ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เอง!
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 23
เกือบมุมอับ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!