เอกสารเก่าสีเหลืองกรอบที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง ถูกนิ้วเรียวของรัญยาเลื่อนกลับเข้าแฟ้มด้วยความเร็วที่ผิดปกติ—เร็วเกินกว่าจะเป็นกิริยาของคนที่เพียงแค่อ่านผ่านตา
กรณ์หรี่ตามองการเคลื่อนไหวเล็กๆ นั้น ดวงตาคมกริบของนักอนุรักษ์ศิลปวัตถุผู้ผ่านการตรวจสอบความแท้จริงของวัตถุโบราณมานับไม่ถ้วน ไม่เคยพลาดรายละเอียดที่ซ่อนเร้น แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีที่หญิงสาวพยายามซ่อนกระดาษแผ่นนั้นให้พ้นจากรัศมีสายตาของเขา
"คุณดูรีบร้อนเกินไปนะ รัญยา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่นิ่งสนิทจนบรรยากาศในห้องทำงานเล็กๆ ของหอจดหมายเหตุอบอวลไปด้วยแรงกดดัน
รัญยาชะงักมือที่กำลังรูดซิปกระเป๋าเอกสาร รอยยิ้มบางเบาที่มักจะใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกถูกยกขึ้นประดับริมฝีปากอย่างรวดเร็ว หากแต่ดวงตากลับไหววูบไปชั่วขณะ
"ฉันแค่ไม่อยากให้เอกสารของพิพิธภัณฑ์เสียหายครับ... เอ่อ, ค่ะ... หมายถึง ฉันไม่อยากให้มันยับไปมากกว่านี้ต่างหากค่ะ" เธอเผลอหลุดคำพูดที่เกือบจะคุ้นชินออกมา ก่อนจะรีบแก้ไขสรรพนามและน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ ทว่าความผิดพลาดเล็กๆ นั้นไม่รอดพ้นโสตประสาทของกรณ์ไปได้
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงเข็มนาฬิกาโบราณบนผนังไม้เดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักหน่วงในความรู้สึก กรณ์ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังเบื้องหน้าโต๊ะตัวนั้น สายตายังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่คิดและคนที่เขาเคยเชื่อใจอย่างไร้ข้อกังขา
ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลอบทำลายห้องเก็บเอกสารเมื่อสัปดาห์ก่อน รัญยามักจะมีอาการลับลมคมในเช่นนี้เสมอ เธอมักจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในช่วงเวลาวิกฤต และมักจะมีเอกสารแปลกๆ หรือร่องรอยการค้นคว้าที่เธอปฏิเสธที่จะเปิดเผยที่มาปรากฏขึ้นเสมอ
"เอกสารแผ่นนั้น... เกี่ยวข้องกับมูลนิธิบูรณะศิลป์ของตระกูลคุณใช่ไหม" กรณ์ถามตรงๆ น้ำเสียงไม่มีความโกรธเคือง เจือเพียงความผิดหวังจางๆ ที่สะท้อนผ่านแววตา
รัญยาเม้มริมฝีปากแน่น นิ้วมือที่กำสายสะพายกระเป๋าเริ่มจิกเกร็งจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความจริงที่จะทำลายทุกสิ่ง กับคำโกหกที่จะซื้อเวลาได้อีกเพียงชั่วครู่
"บางเรื่อง... ถ้าคุณรู้ตอนนี้ มันอาจจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะคะกรณ์" เธอเลือกที่จะใช้ไม้นี้อีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงราวกับต้องการขอความเห็นใจ
"แต่ผมเป็นคนแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดในการตามหาความจริงเรื่องการตายของพ่อแม่ผมนะ รัญยา" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาสร้างแรงกดดันให้หญิงสาวต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว "ทุกเบาะแสที่คุณหามาได้ มันวนเวียนอยู่รอบๆ ตระกูลของคุณเอง ทั้งๆ ที่คุณบอกผมมาตลอดว่าคุณเป็นแค่นักข่าวอิสระที่บังเอิญเข้ามาพัวพัน"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความสัมพันธ์ที่เปราะบางอยู่แล้ว รัญยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของเธอฉายแววเจ็บปวดแต่ก็ดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน
"คุณคิดว่าฉันโกหกคุณมาตลอดงั้นเหรอคะ?" เธอถามเสียงสั่น
"ผมแค่อยากได้ความจริง... ไม่ใช่เศษเสี้ยวความลับที่คุณคอยป้อนให้ทีละนิด เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของผม" กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายความสุขุมรอบคอบของชายหนุ่มถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว "ถ้าคุณยังเห็นว่าเรายังเป็นทีมเดียวกัน บอกผมมาว่าเอกสารในแฟ้มนั้นคืออะไร และทำไมชื่อของพ่อคุณถึงไปปรากฏอยู่ในเอกสารจัดซื้อวัตถุโบราณที่ถูกขโมยไปเมื่อยี่สิบปีก่อน"
รัญยาหน้าถอดสีทันที ร่องรอยความมั่นใจทั้งหมดหายวับไปจากใบหน้า ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตถูกเปิดเผยออกมาในประโยคเดียวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อ้าปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อแก้ตัว แต่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งที่ดังขึ้นอย่างรีบร้อนจากทางเดินด้านนอกก็ขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียดนี้เสียก่อน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยการผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มสีดำในมือ สายตาคมกริบกวาดมองทั้งกรณ์และรัญยาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"ขออภัยที่ขัดจังหวะการสนทนาอันออกรสครับคุณกรณ์... คุณรัญยา" ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ทางเราคิดว่าพวกคุณคงไม่ต้องเสียเวลาค้นหาเอกสารแผ่นนั้นอีกต่อไปแล้วล่ะครับ เพราะตอนนี้... ต้นฉบับจริงทั้งหมด อยู่ในมือของนายท่านของเราเรียบร้อยแล้ว"
รัญยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอหันขวับไปมองหน้าชายแปลกหน้าสลับกับกรณ์ทันที
"เป็นไปไม่ได้... ฉันเก็บมันไว้ในตู้เซฟอย่างดี!" เธอหลุดปากอุทานออกมาด้วยความลืมตัว ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าสิ่งที่กรณ์พูดเมื่อครู่คือความจริงทั้งหมด
กรณ์หันมามองรัญยาด้วยแววตาที่เย็นชาลงกว่าเดิมหลายเท่า ความไม่ไว้วางใจที่ก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นกำแพงหนาทึบที่ยากจะพังทลายลงเสียแล้ว
ชายในชุดสูทไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของทั้งคู่ เขายื่นแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งออกมาบนโต๊ะ หน้าจอสว่างวาบขึ้นแสดงภาพเหตุการณ์ปัจจุบันของโกดังสินค้าแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งตู้คอนเทนเนอร์บรรจุโบราณวัตถุล้ำค่าชิ้นสุดท้ายกำลังถูกยกขึ้นรถบรรทุก โดยมีเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนยืนสั่งการอยู่อย่างใจเย็น
"นายท่านฝากบอกมาว่า... ขอบคุณสำหรับการเปิดทางให้ครับ คุณรัญยา"
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 25
ความขัดแย้งภายใน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!