เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 40

เบาะแสชิ้นสุดท้าย

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้าคุณยังเปิดลิ้นชักนั้นต่อ ความลับที่พ่อแม่ของคุณพยายามเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง มันจะไม่ได้ถูกเปิดเผย... แต่มันจะถูกฝังกลบพร้อมกับร่างของเราทั้งคู่แทน" น้ำเสียงของรัญยาไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทในมือของเธอจะกำลังจ่อตรงมาที่หน้าอกของกรณ์อย่างเที่ยงตรง ความเงียบงันภายในห้องทำงานเก่าคร่ำคร่าของหอสมุดประวัติศาสตร์ยามวิกาล บีบอัดบรรยากาศจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอับของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นเหล็กเย็นยะเยือกจากอาวุธปืน สร้างความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ กรณ์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบม้วนฟิล์มกระจกโบราณชิ้นสุดท้ายขึ้นมา เขาไม่ได้หันขวับด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่หญิงสาวคาดการณ์ไว้ ชายหนุ่มเพียงแค่ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางจมูกอย่างช้าๆ ความสุขุมและรอบคอบที่หล่อหลอมเขามาตลอดชีวิตนักอนุรักษ์ศิลปวัตถุ ทำให้นัยน์ตาคู่คมสะท้อนความผิดหวังระคนเย้ยหยันออกมา มากกว่าความหวาดกลัว "คุณรอนานเกินไปที่จะเผยไต๋ออกมานะ รัญยา" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนลิ่มไม้ "ผมควรจะระวังตัวให้มากกว่านี้ ตั้งแต่ที่คุณคะยั้นคะยอให้เรามาที่หอสมุดร้างนี่เมื่อสามวันก่อนแล้ว" รัญยาหัวسในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววชาญฉลาดและทะเยอทะยานยามเมื่อต้องทำข่าวเจาะลึก บัดนี้กลับเยียบเย็นและไร้ซึ่งความปรานี ปลายนิ้วเรียวยาวเหนี่ยวไกเข้ามาอีกระดับหนึ่ง เสียงสปริงโลหะลั่นเบาๆ ในความเงียบ เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าเธอมิได้เพียงแค่ขู่ "อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลยกรณ์ โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความอุดมคติของตระกูลคุณหรอกนะ ความจริงมันมีราคาที่ต้องจ่าย และฉันก็เลือกผู้ซื้อที่ให้ราคาสูงที่สุด... ส่งรหัสผ่านฐานข้อมูลคลังเอกสารมาซะ ถ้าไม่อยากให้สมองของคุณกระจายอยู่บนชั้นหนังสือพวกนั้น" กรณ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขากำลังค้นหาเงาของหญิงสาวผู้ร่วมชะตากรรมที่เคยร่วมฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันมาตลอดหลายสัปดาห์ แต่สิ่งที่สะท้อนกลับมามีเพียงความว่างเปล่าและความโลภ ทว่า ในความนิ่งงันนั้น รอยยิ้มจางๆ ก็ผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม "คุณคิดว่าผมโง่ขนาดเอาข้อมูลทั้งหมดมาเก็บไว้ในนี้จริงๆ งั้นหรือ?" กรณ์เอ่ยพลึงพร้อมกับขยับตัวเพียงเล็กน้อย ปลายนิ้วของเขาไม่ได้แตะที่ม้วนฟิล์มกระจก แต่กำลังกดลงบนสวิตช์ลับใต้โต๊ะไม้สักโบราณที่ซ่อนอยู่ พริบตานั้นเอง ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว ระบบล็อกนิรภัยของห้องทำงานถูกใช้งาน อัตโนมัติ ประตูเหล็กหนาหนักด้านนอกเลื่อนปิดกระแทกเสียงดังสนั่น ขังทั้งสองคนไว้ภายในพื้นที่ปิดตายนี้ทันที! "แกทำบ้าอะไร! ปลดล็อกเดี๋ยวนี้!" รัญยาหน้าถอดสี ความมั่นใจเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา เธอก้าวเข้ามาประชิดตัวกรณ์พร้อมกับใช้ปากกาจี้เข้าที่ซี่โครงของเขา "เราไม่มีทางออกหรอกรัญยา... จนกว่าคุณจะบอกผมว่า ใครคือ 'นายใหญ่' ที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อแม่ผม" กรณ์หันกลับมาประจันหน้ากับเธอ แววตาของเขาคมกริบดั่งใบมีด ความเจ็บปวดจากอดีตถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังอันดุดัน "เบาะแสชิ้นสุดท้ายไม่ได้อยู่ในลิ้นชักนี้... แต่มันอยู่ในความทรงจำของคุณ" รัญยาเม้มริมฝีปากแน่น เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของเธอเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังวิ่งกรูเข้ามาใกล้ประตูเหล็กด้านนอก เสียงกระแทกโครมครามบ่งบอกว่ามีบางกำลังพยายามพังประตูเข้ามาด้วยเครื่องมือไฮดรอลิก "พวกมันมาแล้ว..." รัญยาพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ลืมตัวลดปืนลงชั่วขณะ "ถ้าพวกมันรู้ว่าฉันทำงานพลาด แกกับฉันไม่รอดแน่กรณ์!" "ถ้าอยากรอด ก็บอกพิกัดที่แท้จริงของห้องนิรภัยลับมา เดี๋ยวนี้!" กรณ์กดดันเสียงเข้ม มือข้างหนึ่งคว้าข้ออ้อมของเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอมีโอกาสยกปืนขึ้นมาได้อีก รัญยาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นัยน์ตาคู่สวยฉายแววลังเลชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจกระซิบคำตอบออกมาอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าความกล้าจะหมดลงเสียก่อน "ใต้... ใต้ฐานอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกใจกลางเมือง ห้องใต้ดินชั้นสาม... ที่นั่นคือที่เก็บต้นฉบับทั้งหมดของ 'โครงการโครนอส' ที่พ่อแม่นายตามหา!" สิ้นคำพูดนั้น กรณ์ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง อนุสาวรีย์แห่งนั้นคือสถานที่ราชการที่มีการรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุดในประเทศ และเป็นจุดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะใช้ซ่อนความลับระดับชาติไว้ ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นที่ประตูเหล็กด้านนอก แรงอัดมหาศาลซัดเอาบานประตูเหล็กหนาหลุดกระเด็นลอยละลิ่วเข้ามาภายในห้อง ร่างของทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศคนละทางตามแรงกระแทก ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว กรณ์พยายามยันกายลุกขึ้นด้วยความมึนงง ศีรษะของเขามีเลือดไหลซึมลงมาอาบใบหน้า ร่างกายปวดร้าวไปหมด เขากวาดสายตามองผ่านกลุ่มควันหนาทึบเพื่อหารัญยา แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น ร่างของรัญยานอนแน่นิ่งอยู่ใกล้กองหนังสือพิมพ์เก่า มีรอยกระสุนปริศนารูโบ๋ที่กลางหน้าผาก เลือดสีแดงสดไหลนองพื้นคอนกรีตอย่างน่าสยดสยอง เธอดับอนาถคาที่โดยที่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำสั่งเสียใดๆ ออกมาอีก กรณ์พยายามคลานเข้าไปใกล้ร่างของเธอด้วยความตื่นตระหนก ทว่า เสียงฝีเท้าอันเงียบเชียบและคุ้นเคยอย่างประหลาด ก็ดังสะท้อนก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องที่ถูกทำลาย "น่าเสียดายจริงๆ นะครับ คุณกรณ์..." เสียงทุ้มต่ำและสุภาพนุ่มนวลเอ่ยขึ้นจากความมืดเบื้องหลังซากประตูเหล็ก ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มก้าวเดินเข้ามาอย่างใจเย็น รองเท้าหนังขัดมันเหยียบย่ำลงบนเศษกระจกแตกละเอียดเสียงดังกรอบแกรบ มือข้างหนึ่งถือร่มด้ามยาวสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ทั้งๆ ที่ข้างนอกไม่มีฝนตกแม้แต่หยดเดียว กรณ์ชะงักกка ขนลุกซู่ไปทั้งร่างเมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ชายวัยกลางคนผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างแก้มขวา ส่งยิ้มทักทายเขาอย่างใจดี ราวกับกำลังพบปะเพื่อนเก่าในงานเลี้ยงน้ำชา "ไม่คิดเลยว่าคุณจะตามรอยมาได้ไกลขนาดนี้... ท่านศาสตราจารย์" กรณ์กัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดไหลซึมออกมาผสมกับคราบฝุ่น ศาสตราจารย์วิกรม หัวหน้าคณะกรรมการอนุรักษ์โบราณวัตถุแห่งชาติ ผู้มีพระคุณที่คอยสนับสนุนเขามาโดยตลอด ย่อตัวลงช้าๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวแตะที่คางของศพดร.รัญยาเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มอบอุ่นให้กรณ์ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของชายหนุ่มพังทลายลงในพริบตา "คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะครับคุณกรณ์... ผมไม่ได้มาตามล่าคุณหรอก แต่ผมมารับ 'ทายาท' คนสุดท้ายของโครงการนี้ กลับบ้านต่างหากล่ะครับ" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะครับ - นาโนบอทมาสเตอร์ -
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%